วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โฆษณาดิจิทัลปี57'โต'

โฆษณาดิจิทัลปี57ขยายตัว รูปแบบอินเตอร์ แอคทีฟ การพัฒนาของผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น และการขยายตัวของผู้ชมโฆษณาดิจิทัลกลุ่มใหม่

สถานการณ์การชะลอตัวทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีก่อนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการใช้งบประมาณโฆษณาผ่านสื่อ ทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาในช่วงต้นปีนี้อยู่ในภาวะซบเซา โดย นีลเส็น ประเทศไทย รายงานตัวเลขงบโฆษณาผ่านสื่อช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ปีนี้ มีมูลค่า 15,495 ล้านบาท ลดลง 5.69%

พบว่า "สื่อหลัก" ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะ "ลดลง" ประกอบด้วยโฆษณาทีวี มูลค่า 9,546 ล้านบาท ลดลง 7.61% วิทยุมูลค่า 733 ล้านบาท ลดลง 12.74% หนังสือพิมพ์ มูลค่า 1,811 ล้านบาท ลดลง 14.78% นิตยสาร มูลค่า 637 ล้าน บาท ลดลง 17.91% เป็นต้น

ศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่าท่ามกลางภาวะชะลอทางเศรษฐกิจ พบว่าการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลปีนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เช่นเดียวกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากจำนวนผู้ใช้งานสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 28 ล้านคน เช่นเดียวกับโซเชียล เน็ตเวิร์ค ที่มีจำนวน 24 ล้านราย

ทั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนจากการให้บริการ 3จี ในปีที่ผ่านมา และสมาร์ทโฟนที่มีราคาขายลดลง ต่ำสุดอยู่ที่เครื่องละ 2,000 บาท ใกล้เคียงกับฟีเจอร์โฟน ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้งานสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเซียล เน็ตเวิร์ค ผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น บรรดาสินค้า บริการและเอเยนซี่จึงให้ความสำคัญและจัดสรรงบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ "ศูนย์วิจัยกสิกรไทย" ประเมินว่า ท่ามกลางการชะลอตัวของเม็ดเงินโฆษณาในสื่อหลัก พบว่า โฆษณาดิจิทัล ในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากคุณสมบัติโฆษณาดิจิทัล รูปแบบอินเตอร์

แอคทีฟ การพัฒนาของผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น และการขยายตัวของผู้ชมโฆษณาดิจิทัลกลุ่มใหม่

ประมาณการว่ามูลค่าโฆษณาดิจิทัลปีนี้ จะมีมูลค่า 5,400 - 5,600 ล้านบาท เติบโต 27.1 - 31.8% จากปี 2556 โดยโฆษณาผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ โฆษณาทางเฟซบุ๊ค และโฆษณารูปแบบวีดิโอจะเติบโตอย่างโดดเด่น

อย่างไรก็ตามพบว่า อัตราค่าโฆษณาดิจิทัล มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ให้บริการเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และเสิร์ช เอ็นจิ้น (Search Engine) ยอดนิยมที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งได้ปรับอัตราค่าโฆษณากว่า 10% จากปีที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราค่าโฆษณาในกลุ่มผู้ให้บริการดังกล่าวสูงขึ้น

หากภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมืองยังยืดเยื้อไปครึ่งปีแรก จะเป็นปัจจัยกดดันให้ผู้ประกอบการชะลอการใช้งบโฆษณาสินค้าและบริการ อาจส่งผลกระทบให้มูลค่าโฆษณาดิจิทัลสามารถเติบโตในอัตรา 27.1% เท่านั้น แต่หากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองคลี่คลาย ประกอบกับมีปัจจัยหนุนในธุรกิจที่มีการใช้จ่ายงบประมาณการโฆษณาดิจิทัลในระดับสูง ได้แก่ ธุรกิจสื่อสาร และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ซึ่งแข่งขันรุนแรง ทั้งการเปิดตัวตัวสินค้าและบริการใหม่ๆ รวมถึงการจัดแคมเปญและงานอีเวนท์ ที่ต้องอาศัยโฆษณาดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จะส่งผลให้มูลค่าโฆษณาดิจิทัลสามารถเติบโต 31.8%

ประเภทโฆษณาดิจิทัลที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น ได้แก่ โฆษณาผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ โฆษณาเฟซบุ๊ค และโฆษณารูปแบบวีดิโอ

โฆษณาผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ จากค่าบริการอินเทอร์เน็ตมีราคาลดลงต่อเนื่อง อีกทั้งจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น จากสัดส่วน 19% ในปี 2555 เพิ่มเป็น 34.6% ของจำนวนผู้ใช้งานมือถือในปี 2556 สะท้อนถึง "โอกาส" การรับชมโฆษณาผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยการโฆษณาผ่านมือถือได้เปรียบกว่าสื่อโฆษณาประเภทอื่น ด้านความสามารถในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแบบไร้ข้อจำกัด ทั้งเวลาและสถานที่

โฆษณาเฟซบุ๊ค จากจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊คทั่วโลกเพิ่มขึ้น รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีจำนวน 24 ล้านรายในปี2556 นับเป็นปัจจัยผลักดันผู้ประกอบการหันมานิยมใช้เฟซบุ๊ค เป็นช่องทางการโฆษณาสินค้าและบริการ ประกอบกับผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น เฟซบุ๊ค ได้มีการพัฒนารูปแบบการโฆษณาที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ผู้ประกอบการตามวัตถุประสงค์การโฆษณา

โฆษณารูปแบบวีดิโอ จากความนิยมรับชมและแชร์เนื้อหาประเภทวีดิโอผ่านอินเทอร์เน็ตของคนไทย เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้โฆษณารูปแบบวีดิโอเป็นประเภทโฆษณาดิจิทัลเติบโต โดยผู้ประกอบการมีแนวโน้มหันมาเผยแพร่โฆษณารูปแบบภาพเคลื่อนไหวผ่านทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เช่น การเผยแพร่โฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ www.youtube.com รวมถึงการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบไวรัส (Viral Marketing) เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์สินค้าและบริการ ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าสื่อหลัก