สำรวจความตื่นตัวการนำเทคโนฯไปใช้เพื่ออำนวยความสะดวกการทำงานจากผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอทีทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ในช่วงวิกฤติการเมือง
จากสถานการณ์ทางการเมืองช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการเดินทางไม่สะดวก หรือเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัย ทำให้หลายหน่วยงาน ทั้งรัฐ และเอกชนจำเป็นต้องให้พนักงานทำงานที่บ้าน หรือทำงานนอกสถานที่ผ่านโซลูชั่นไอที รวมถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างบ้าน และออฟฟิศ สามารถจัดประชุมทางไกลจากหลายๆ สถานที่ผ่านวีดิโอ คอนเฟอเรนซ์ หรือแอพยอดนิยมหลายๆ ตัว เช่น สไกป์ กูเกิลแฮงเอ้าท์
"กรุงเทพไอที" สำรวจความตื่นตัวนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่ออำนวยความสะดวกการทำงานจากผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอทีทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์
เดลล์มั่นใจลูกค้าเพิ่ม
นายเอกราช ปัญจวีณิน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านพบว่าลูกค้าตื่นตัวสูงมาก โดยที่เคยลงทุนเทคโนโลยีเวอร์ชวล เดสก์ท็อปและเวอร์ชวล อินฟราสตรักเจอร์ไว้ก่อนแล้วได้เริ่มใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ แบ่งลักษณะการใช้งานออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ 1.ฟิกซ์ ยูสเซอร์ ในศูนย์สำรองข้อมูลแห่งที่สอง 2.โมบาย เวิร์คเกอร์ ใช้งานเวอร์ชวลเดสก์ท็อปทำงานจากที่บ้านหรือนอกสำนักงาน 3.ผู้บริหาร โดยส่วนใหญ่จะใช้งานอยู่แล้วเป็นปกติ
ปัจจุบัน ลูกค้าที่เริ่มลงทุนไปแล้วมีตั้งแต่ธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปกระทั่งถึงเอ็นเตอร์ไพรซ์ กลุ่มเฮลธ์แคร์ การผลิต การธนาคาร และที่ชัดเจนมากคือโทรคมนาคม แต่ยังไม่เต็มรูปแบบ แต่ละอุตสาหกรรมจะเลือกฟังก์ชั่นที่เห็นว่าเหมาะกับงานและคุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด
"เราได้เห็นว่าลูกค้าได้ใช้งานอย่างเต็มที่ บางรายเริ่มเห็นถึงความสำคัญและต้องการขยายการลงทุนเพิ่มเพื่อรองรับการใช้งานที่มากขึ้น เชื่อว่าอนาคตอันใกล้นี้จะมีลูกค้าจากทุกอุตสาหกรรมทั้งรายเก่าและรายใหม่เข้ามาเพิ่มอีกแน่นอน"
สำหรับเดลล์เตรียมความพร้อมโดยนำเสนอโซลูชั่นที่ง่าย ทำงานได้แบบเอ็นด์ ทู เอ็นด์ การติดตั้งใช้เวลาไม่นานเนื่องจากสำเร็จรูปจากโรงงานมาแล้วกว่า 90% ตัวอย่างเช่น เวอร์ชวลเดสก์ท็อปจำนวน 100 ยูสเซอร์ใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน จุดเด่นทำได้แม้กระทั่งจากอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ บริษัทมั่นใจว่าเป็นผู้ให้บริการที่มีโซลูชั่นตอบโจทย์การใช้งานที่ครอบคลุมมากที่สุด
แนะเริ่มจากจำเป็น
เขาแนะว่า แนวทางการลงทุนเบื้องต้นไม่จำเป็นต้องทำเต็มรูปแบบ สามารถเริ่มจากฟังก์ชั่นที่คิดว่าจำเป็นและทำให้การบริหารจัดการธุรกิจไม่สะดุด ที่ผ่านมาลูกค้าบางรายติดตั้งเพียง 20 ยูสเซอร์ด้วยงบประมาณหลักไม่กี่แสนบาท
"เทคโนโลยีด้านนี้แพร่หลายมากขึ้นแล้ว แม้เทียบกับการลงทุนพีซีทั่วไปจะแพงกว่า แต่ประเด็นที่อยากให้ทำความเข้าใจคือความคุ้มค่าที่จะได้รับหลังจากลงทุน"
พร้อมประเมินว่า เทรนด์เทคโนโลยีที่อยู่ในกระแสปีนี้ประกอบด้วย เวอร์ชวล อินฟราสตรักเจอร์ ที่เปิดทางให้การทำงานมีความยืดหยุ่น ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นระดับที่เพิ่มขึ้นกว่าการนำดีไวซ์ส่วนตัวไปใช้ในที่ทำงาน (บีวายโอดี) ระบบบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบรวมศูนย์ที่เอื้อให้ควบคุมระบบงานหลังบ้านได้ง่าย รวมถึงบิ๊กดาต้า โดยสรุปจะเป็นการปรับเปลี่ยนอินฟราสตรักเจอร์รับเทคโนโลยีใหม่พร้อมทำให้ยืดหยุ่นสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ยังประเมินสถานการณ์การลงทุนไอทีในประเทศไทยที่ชัดเจนปีนี้ไม่ได้ ทว่าหากเหตุการณ์การเมืองสงบได้เร็วคาดว่าสิ้นเดือนม.ค.จะเห็นภาพมากขึ้น
ซิสโก้ชี้ยอด 'เวิร์ค รีโมท' พุ่ง
นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า จากสถานการณ์ช่วงนี้ซิสโก้เห็นแนวโน้มการแอคทิเวทระบบทำงานทางไกล (เวิร์ค รีโมทลี่) ของลูกค้าที่มีทั้งองค์กรขนาดใหญ่ หน่วยงานภาครัฐและเอสเอ็มอีเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือเพื่อช่วยในการทำงานได้อย่างต่อเนื่องเพราะไม่สะดวกเดินทาง เช่น ออดิโอ คอนเฟอเรนซ์ และวีดิโอ คอนเฟอเรนซ์ ซึ่งเป็นการประชุมทางไกลทั้งแบบภาพและเสียง ตลอดจนโซลูชั่นที่ใช้สำหรับการทำงานร่วมกัน เช่น เว็บเอ็กซ์ (WebEx) หรือระบบวีดิโอ คอนเฟอเรนซ์ที่แชร์เอกสารระหว่างการประชุมและทำงานได้บนหลากหลายดีไวซ์
แนวโน้มการใช้โซลูชั่นลักษณะดังกล่าวเริ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงนี้ เพราะความพร้อมทั้งสมาร์ท ดีไวซ์ที่แพร่หลาย และแบนด์วิธของประเทศที่พัฒนามากขึ้น ขณะที่ตัวแอพพลิเคชั่นก็พัฒนาไปพร้อมกันทำให้ไม่ต้องอาศัยแบนด์วิธเพื่อใช้งานมากเหมือนเมื่อก่อน
"สังเกตได้ชัดว่า เหตุการณ์ไม่ปกติครั้งนี้ เรามีรีเควสจากหน่วยงานเพื่อแอคทิเวทระบบทำงานภายนอก จากเดิมคือองค์กรต่างๆ เตรียมพร้อมระบบไว้อยู่ก่อนแล้ว ส่วนรายใหม่ๆ ก็มีเข้ามาบ้าง แต่ก็เริ่มเห็นแนวโน้มที่หลายหน่วยงานเตรียมวางแผนระบบความต่อเนื่องของธุรกิจ หรือบีซีพี ที่สมบูรณ์มากขึ้น ไม่ใช่แค่ให้ทำงานแบบรีโมทได้เท่านัน แต่เตรียมแบ็คอัพ ไซต์ที่สอง ที่สาม"
ผู้บริหารซิสโก้ยังระบุว่า ทุกเหตุการณ์ไม่ปกติบริษัทก็จะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อหาโซลูชั่นมาตอบสนองความต้องการของธุรกิจ ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ซิสโก้จะนำไปแชร์ให้ลูกค้ารายอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่ยังไม่เคยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยงาน รวมทั้งทำไวท์ เปเปอร์ เพื่อให้คำปรึกษากับหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในยามเกิดวิกฤติต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้
"เวอร์ชวล ออฟฟิศเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ได้ตลอดเวลาแม้ไม่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ เช่น เว็บเอ็กซ์ ที่ลงทุน 1 ไลเซ่นราคาไม่กี่หมื่นบาทก็ใช้งานได้แล้ว เพราะทำงานบนพื้นฐานของคลาวด์ เซอร์วิส"
ทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา
ขณะที่ "ไมโครซอฟท์" ยักษ์ซอฟต์แวร์ก็มีโซลูชั่นด้าน "เวิร์คแอทโฮม" เช่นกัน โดยชูซอฟต์แวร์เด่นอย่าง "ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 365" สำหรับการติดต่อสื่อสารและการตัดสินใจเกี่ยวกับการงานที่อาจต้องพบอุปสรรคในการเดินทางมาที่ออฟฟิศ หรือไปประชุมงาน หรือต้อง Work From Home
ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 365 โปรแกรมออฟฟิศทำงานผ่านระบบคลาวด์ ช่วยให้ทำงานหรือติดต่อประสานงานจากที่ใดก็ได้ ติดตั้งได้พร้อมกัน 5 เครื่องพีซี หรือโน้ตบุ๊ค และอุปกรณ์สมาร์ทโฟน หรือแทบเล็ตอีก 5 เครื่องต่อ 1 สิทธิ์การใช้งาน ติดตั้งบนโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ และไอโฟนได้ รวมถึงมีออฟฟิศ โมบาย ติดตั้งแล้วบนวินโดว์ส โฟน
ขณะเดียวกัน ยังทำงานร่วมกันด้วยการแชร์ไฟล์ ทำงานร่วมกับทีม หุ้นส่วน และลูกค้า ด้วยเอกสารที่อัพเดทอยู่ตลอดเวลาและเข้าถึงได้จากทุกที่ เข้าถึงอีเมล หรือปฏิทินได้ขณะเดินทาง ซิงค์ข้อมูลให้ทุกคนเสมอด้วยอีเมลระดับองค์กร และปฏิทินที่แชร์กัน ซึ่งทุกคนเข้าถึงได้จากโต๊ะทำงานหรือระหว่างเดินทาง ทำให้ร่วมการประชุมทันที หรือจัดการประชุมออนไลน์ การจดบันทึกเรียลไทม์ และแชร์หน้าจอใช้ออฟฟิศขณะเดินทาง
นอกจากนี้ ยังเข้าถึงการแก้ไข และดูเอกสาร เวิร์ด เอ็กเซล และเพาเวอร์พ้อยต์ บนไอโฟน โทรศัพท์แอนดรอยด์ และวินโดว์ส โฟน เป็นต้น ทำให้ทำงานได้ไม่ว่าอยู่ที่ใด
'เทรนด์ไมโคร'เตือนภัยมัลแวร์ขโมยข้อมูลช่วงทำงานภายนอก
นายวิลเลี่ยม ตัน ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปิดถนนสายเศรษฐกิจในเขตกรุงเทพฯ ส่งผลให้หน่วยงานและองค์กรธุรกิจหลายแห่งอนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน หรือย้ายไปทำงานนอกสถานที่ รวมทั้งนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเครือข่ายองค์กรเป็นจำนวนมาก
การใช้งานดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามด้านไอทีที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากอุปกรณ์มือถือสมาร์ทโฟน หรือแทบเล็ตอาจเป็นช่องทางเปิดเผยข้อมูลอันมีค่าของผู้ใช้งานและขององค์กรให้แก่บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต หากใช้งานโดยขาดความระมัดระวัง
ปัจจุบัน การใช้งานอุปกรณ์แอนดรอยด์แพร่หลายอย่างมาก จึงตกเป็นเป้าหมายของอาชญากรไซเบอร์ อีกทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มีลักษณะเปิดกว้างสำหรับทุกฝ่าย และแชร์แอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างอิสระ อุปกรณ์จำนวนมากจะเข้าถึงและบันทึกข้อมูลขององค์กรได้มากขึ้นๆ โดยไม่ได้รับการควบคุมและดูแลอย่างเต็มที่จากผู้ดูแลระบบไอที
ดังนั้น เมื่อปรับใช้อุปกรณ์ส่วนตัว มือถือ หรือสมาร์ทโฟน ควรพิจารณาความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับสูงสุด เนื่องจากกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการใช้งานอุปกรณ์มือถือจะเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่สำคัญโดยตรง เช่น ธนาคารออนไลน์ หรือการชอปปิ้งออนไลน์ เป็นต้น
แม้ว่าภัยคุกคามระบบมือถือหรือสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะมาในรูปของโปรแกรมที่เป็นอันตราย แต่บริษัทเทรนด์ไมโคร คาดว่าอาชญากรไซเบอร์จะยังคงพุ่งเป้าโจมตีไปที่โปรแกรมทั่วไปเช่นเดียวกับการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ หรือข้อผิดพลาดในการเขียนโปรแกรมของนักพัฒนาต่างๆ ซึ่งนั่นจะนำไปสู่การขโมย หรือเปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้ได้ในที่สุด
ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้วภัยคุกคามระบบมือถือ หรือสมาร์ทโฟนจะมาในรูปของโทรจัน หรือหนอนอินเทอร์เน็ตที่อาศัยผู้ใช้เป็นตัวกลางแพร่กระจาย ขณะที่ภัยคุกคามระบบมือถือบางอย่างจะเกี่ยวข้องกับสปายแวร์ที่บันทึกหมายเลขโทรออกและการสนทนาได้ ซึ่งถือเป็นการล่วงล้ำสิทธิส่วนบุคคล อีกทั้งยังขโมยข้อมูลประจำตัว และทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กรได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ภัยคุกคามระบบมือถือยังใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบลูทูธได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาการดำเนินการจากผู้ใช้ ฉะนั้น จึงแนะนำแนวทางการป้องกันภัยคุกคามระบบมือถือ หรือสมาร์ทโฟน โดยให้ผู้ใช้หมั่นปรับปรุงระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทโฟนและโปรแกรมแก้ไข (แพชต์) ช่องโหว่สำหรับซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
พร้อมกันนี้ องค์กรต้องให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับภัยคุกคามล่าสุด อาการของการติดเชื้อ วิธีป้องกันอุปกรณ์มือถือ เปิดใช้งานการป้องกันไวรัสในสมาร์ทโฟนอยู่เสมอ นำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรักษาความปลอดภัยสำหรับพีซีไปใช้กับอุปกรณ์มือถือ ขอความช่วยเหลือจากฝ่ายไอทีกรณีเครื่องใช้งานหลักทำงานช้าลงหลังจากซิงค์ข้อมูลกับสมาร์ทโฟนแล้ว และเลือกใช้โซลูชั่นป้องกันไวรัสสำหรับมือถือที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
ส่วนนายธรรณพ สมประสงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยแวร์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ไทยแวร์ดอทคอม กล่าวว่า ช่วงสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองส่งผลให้การดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่น หรือซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกด้านการทำงาน การสื่อสารซึ่งยอดโหลดเพิ่มขึ้นเป็น 100%
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มี 2 แอพหลักที่ได้รับการดาวน์โหลดมากที่สุด ได้แก่ 1. ไลน์บนพีซี และ 2. BMA Live Traffic หรือแอพการตรวจสอบสภาพการจราจรทั่วกรุงเทพฯ โดยเฉพาะไลน์บนพีซีมียอดดาวน์โหลดระดับ 13,500 ครั้ง จากช่วงเวลาปกติ ยอดดาวน์โหลดจะเฉลี่ยอยู่ที่ 8,000-9,000 ครั้ง
ส่วนแอพอย่างสไกป์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแอพที่ได้รับความนิยม ยังมีอัตราการดาวน์โหลดที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์ดาวน์โหลด 1,000 ครั้ง





