วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พิษการเมืองฉุดตลาดไอทีติดลบ

ตลาดฮาร์ดแวร์ไทยส่อแววร่วง เหตุการเมืองผันผวน-กำลังซื้อลด ปี56 ติดลบ 4% จากเศรษฐกิจชะลอ-ครัวเรือนลดค่าใช้จ่ายคาดปี57 กระเตื้องขึ้น 4.3%

นายจำรัส สว่างสมุทร ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย กล่าวในฐานะที่ปรึกษาโครงการสำรวจมูลค่าตลาดฮาร์ดแวร์และสื่อสารของประเทศไทย ประจำปี 2556 และคาดการณ์ปี 2557 จัดทำโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า

ตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ประเทศไทยปี 2556 จะมีมูลค่า 87,435 ล้านบาท หดตัวลงจากปี 2555 ราว 4% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัว ประกอบกับภาคครัวเรือนซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้หลักลดการใช้จ่ายลง

"โดยสรุปปัจจัยบวกของปีนี้คือ ความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นรายได้ และอานิสงส์โครงข่าย 3จี ขณะที่ปัจจัยลบคือไม่มีโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐ กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง รวมถึงโครงการเอฟทีทีเอ็กซ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย"

เขากล่าวว่า ปี 2557 ตลาดจะเติบโต 4.3% หรือมีมูลค่า 91,174 ล้านบาท จากการเติบโตของอุปกรณ์พกพาซึ่งความต้องการเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ระดับราคาต่อหน่วยลดลง ตลอดจนเทรนด์ความนิยมนำอุปกรณ์ส่วนตัวไปใช้ในที่ทำงาน (บีวายโอดี) แต่หากสถานการณ์การเมืองไม่นิ่งถึงกลางปีหน้าต้องปรับประมาณการอีกครั้ง และเป็นไปได้ว่าตลาดอาจไม่เติบโตเลย โดยเฉพาะพีซีอย่างเดียวกินสัดส่วนกว่า 64.3% ของตลาดต้องติดลบแน่

ส่วนภาพรวมตลาดสื่อสารปี 2556 จะมีมูลค่า 466,526 ล้านบาท เติบโต 5.2% จากปีก่อน และปี 2557 มีแนวโน้มเติบโต 8.4% หรือคิดเป็นมูลค่า 505,831 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากตลาดบริการสื่อสารโดยเฉพาะการใช้โมบายอินเทอร์เน็ต และกระแสความนิยมโซเชียล เน็ตเวิร์ค ซึ่งโอเปอเรเตอร์ทุกรายมีแผนลงทุนต่อเนื่อง

สรุป ปัจจัยบวกของปี 2557 จะมาจากการใช้ประโยชน์โครงข่าย 3จี และ 4จี, การประมูลดิจิทัลทีวี การใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ต การเติบโตสมาร์ทดีไวซ์ และการเตรียมความพร้อมรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนปี 2558 ขณะที่ปัจจัยลบคือ ความไม่มั่นคงทางการเมือง กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง และความซบเซาธุรกิจไอทีในภาพรวม

“ความผันผวนทางการเมืองไม่ควรยืดเยื้อ หากไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีโอกาสที่โครงการภาครัฐต่างๆ จะไม่คืบหน้า ทั้งส่งผลให้กำลังซื้อหดหายไปมากกว่าเดิม กลุ่มธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเอสเอ็มอีซึ่งมีงบลงทุนจำกัด”

นายปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บมจ.เออาร์ไอพี เสริมว่า ปีนี้ธุรกิจที่ไปได้ดีคือ เอ็นเตอร์ไพรซ์ และอีคอมเมิร์ซซึ่งเติบโต 30% เฉพาะรูปแบบบีทูบีมูลค่าทะลุหลักแสนล้าน แต่คอนซูเมอร์ผันผวนอย่างมาก ทั้งได้รับผลพวงจากโครงการรถคันแรก โครงการประชานิยมต่างๆ ขณะเดียวกันธุรกิจไอทีเองผันผวนไปทั่วโลก

ปีหน้าค้าปลีกไอทีมีโอกาสย่ำแย่ต่อไป หากผู้ค้าไม่เร่งปรับตัวและยึดติดกับสินค้าและการตลาดแบบเดิมคงไปไม่รอด การเมืองไม่ควรยืดเยื้อเกินไตรมาสที่ 1