วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เวียดนาม...จากฐานการผลิตมาสู่การบริการขั้นสูง

หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยอุตสาหกรรมบริการซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่อาศัยทักษะความคิดสร้างสรรค

หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยอุตสาหกรรมบริการ ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่อาศัยทักษะความคิดสร้างสรรค์และความชำนาญได้เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น และเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ระบบอินเตอร์เน็ต รวมถึงระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ค (Social Network) นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจฐานบริการมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มสูงขึ้น และยังส่งผลให้หลายประเทศเริ่มผันตัวเองจากเศรษฐกิจที่เน้นการผลิต การใช้แรงงานและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานบริการที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่า

เวียดนามเป็นอีกหนึ่งประเทศในอาเซียนที่มีศักยภาพในธุรกิจบริการด้านไอที ญี่ปุ่นเองก็ให้ความสนใจในการลงทุนในธุรกิจบริการไอที่ในเวียดนามเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายการเก็บภาษีในปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 25 และจะลดลงเหลือร้อยละ 22 ในปี 2014 ในขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ในการทำธุรกิจยังมีราคาถูกกว่าในหลายๆ ประเทศอีกด้วย

นอกจากการเป็นฐานการผลิตสินค้าไอทีแล้ว เวียดนามยังเป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมาจากการส่งเสริมจากรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและเห็นว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ จะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของเวียดนาม โดยในปี 2012 อุตสาหกรรมด้านไอทีของเวียดนามมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 25.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2011 ถึงร้อยละ 86

ปัจจุบันหลายประเทศกำลังจับตามองเวียดนามในฐานะประเทศผู้ให้บริการด้าน IT Outsourcing ที่จะเข้ามาแทนที่ประเทศจีน เนื่องจากปัญหาเรื่องค่าจ้างแรงที่เพิ่มสูงขึ้นของจีน อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังคงมีข้อท้าทายด้านคุณสมบัติของพนักงานผู้ให้บริการ และทักษะในการให้บริการ ที่ยังคงต้องพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพในระดับสากลเทียบเท่ากับประเทศผู้นำด้านบริการไอทีเอ้าท์ซอร์ทต่างๆ

การขยายตัวของธุรกิจ IT Outsourcing ของเวียดนาม มีปัจจัยหลักมาจากการเป็นประเทศที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำ หากเมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาจะพบว่า แรงงานในธุรกิจเอ้าทซอร์สของเวียดนามที่เป็นแรงงานที่ยังมีประสบการณ์น้อยหรือแรงงานใหม่ จะมีค่าจ้างเพียงไม่ถึง 1 ใน 4 เมื่อเทียบกับค่าจ้างแรงงานในสหรัฐฯ ในขณะที่แรงงานที่มีทักษะสูงของเวียดนามก็มีค่าจ้างเพียงไม่ถึง 1 ใน 3 ของค่าจ้างแรงานในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเวียดนามมีขีดความสามารถในการผลิตบุคลากรด้านไอทีได้มากถึงปีละกว่า 5 หมื่นคนทั่วประเทศ บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกหันมาใช้บริการธุรกิจเอ้าท์ซอสท์ของเวียดนาม อย่างเช่น Intel , Microsoft, Alcatle-Lucent, Siemens, Ericsson, IBM, HP เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2008 ญี่ปุ่นได้เข้ามาลงทุนตั้งโรงเรียนฝึกสอนด้านสารสนเทศในเวียดนาม เพื่อช่วยพัฒนาวิชาชีพ Software Programmer ของเวียดนามให้มีมาตรฐานเพิ่มมากขึ้น โดยร้อยละ 20 ของผู้เรียนได้มีโอกาสได้ไปศึกษาต่อยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนที่จบการศึกษาจากศูนย์ฝึกอบรมแล้วประมาณ 2 แสนคน เวียดนามคาดการณ์ว่าในปี 2015 เวียดนามจะมีบุคลากรด้านไอที (Programmer) ประมาณ 1 ล้านคนทั่วประเทศ

และแน่นอนเวียดนามก็ต้องการจะก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้นำธุรกิจให้บริการด้านไอทีของอาเซียน

****

ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์ | [email protected] | Thammasat Business School