วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีไซน์เติมบุญ

'บุญ' สร้างได้ด้วยใจ แต่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ผนึกกำลังดีไซเนอร์ไทยสร้างสรรค์งานออกแบบขยายกลุ่มผู้บริจาคสู่คนรุ่นใหม่ เพิ่มยอดบริจาคเป็น 3 เท่า

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

'บุญ' สร้างได้ด้วยใจ แต่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ผนึกกำลังดีไซเนอร์ไทยสร้างสรรค์งานออกแบบขยายกลุ่มผู้บริจาคสู่คนรุ่นใหม่ เพิ่มยอดบริจาคเป็น 3 เท่า เพิ่มโอกาสช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่า ผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลรามาธิบดีอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านคนต่อปี และโรคเรื้อรังหลายโรคมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงมาก ผู้ป่วยหลายรายไม่มีเงินรักษา จึงเกิดเป็นโครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้โรงพยาบาลรามาธิบดี

"เดิมผู้บริจาคมักเป็นผู้ป่วยหรือญาติที่มาโรงพยาบาล จนกระทั่งทางมูลนิธิฯ ได้มีโครงการร่วมกับสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพในปี 2553 โดย 11 แบรนด์แฟชั่นออกแบบลายเสื้อยืดขายสมทบทุนให้กับมูลนิธิและได้รับการตอบรับดีมาก จึงเกิดความร่วมมือต่อยอด" พรรณสิรีชี้

:: เพิ่มกลุ่มผู้ให้

ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ มองว่า ยังมีกลุ่มคนที่ไม่รู้จักมูลนิธิฯ ไม่มีโอกาสมาที่โรงพยาบาล จึงอยากจะสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่หรือคนกลุ่มใหม่มารูัจักและทำบุญร่วมกับมูลนิธิฯ จึงขอความร่วมมือกับดีไซเนอร์ และศิลปินต่างๆ ออกแบบของที่ระลึก

มลลิกา เรืองกฤติยา ผู้บริหารและดีไซเนอร์แบรนด์คลอเส็ทกล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งแรกที่ตนเองเป็นนายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์อยู่นั้น ประสบความสำเร็จและเกิดมุมมองว่า เราสามารถทำบุญไปพร้อมๆ กับการทำสิ่งที่ถนัด จึงตอบรับคำเชิญร่วมมือกับมูลนิธิออกแบบของที่ระลึก

โจทย์การออกแบบไม่ได้มีกรอบมาจากมูลนิธิ มลลิกาและทีมจึงตีโจทย์เป็นของที่คนให้อยากให้ คนรับอยากรับและอยากใช้ จึงออกแบบโดยดึงความเป็นคลอเส็ทที่มีความกุ๊กกิ๊ก น่ารัก และจุดเด่นของลายผ้า

"ปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้วสำหรับคลอเส็ท โดยคอลเล็กชั่นนี้ใช้ชื่อ Banana Romance ที่มีกะลาสีลิงที่คล่องแคล่วว่องไว และร่าเริงแจ่มใส นำกล้วยจากเกาะกลับไปฝากครอบครัว สื่อความสดใส อบอุ่น และมีอารมณ์ขันให้ผู้ป่วยมีกำลังใจ มีชีวิตชีวา และรู้สึกว่ามีครอบครัวที่รอให้เขากลับไป" มลลิกาอธิบาย

คลอเส็ทเป็นคอลเล็กชั่นล่าสุดที่ทางมูลนิธิฯ เปิดตัวต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่ให้คนซื้อได้ของขวัญที่ถูกใจและได้ทำบุญไปพร้อมๆ กัน โดยรายได้นี้จะถูกนำๆปสบทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้โรงพยาบาลรามาธิบดี

ผลการตอบรับจาก 2 ปีแรกดีมาก กลุ่มเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น คนรุ่นใหม่หรือแฟนคลับของดีไซเนอร์ไทยให้การตอบรับดีมาก เพราะนอกจากดีไซเนอร์ดังอย่างคลอเส็ท ยังมีอีกหลายแบรนด์ และศิลปิน เช่นครูโต ครูปาน หรือดวงฤทธิ์ บุนนาค มาช่วยออกแบบ ทำให้มีของที่ระลึก 5-6 คอลเล็กชั่นต่อปี ให้หน้าร้านมีความหลากหลาย

นอกจากนี้ พรรณสิรีกล่าวว่า ราคาก็เป็นจุดแข็งอีกประการ เนื่องจากมูลนิธิเน้นราคาที่จับต้องได้ คนสามารถซื้อและใช้จริง ให้คนที่มาโรงพยาบาลซื้อได้ ซื้อบ่อย และสามารถซื้อให้คนอื่นได้ด้วย

:: พลังการออกแบบ

ปัจจุบัน ของที่ระลึกของมูลนิธิรามาธิบดีฯ มีจำหน่ายเฉพาะหน้าร้านของมูลนิธิฯ ในโรงพยาบาลรามาธิบดีเท่านั้น อาจมีการออกอีเวนส์ หรือโรดโชว์ในงานต่างๆ บ้าง ร่วมกับการโปรโมทผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊คและอินสตาแกรม

"เราไม่มีการวางขายหน้าร้านของแบรนด์ต่างๆที่มาช่วยออกแบบเนื่องจากเราไม่ได้วางให้เป็นเชิงพาณิชย์จริงจัง ดังนั้นระบบบริหารจัดการหรือการทำสต๊อกของจะยุ่งยากเกินไป แต่ก็จะเห็นกลุ่มคนที่สนใจและสั่งซื้อผ่านทางโทรศัพท์ หรือฝากกันซื้อจากต่างจังหวัดทั่วไทย ทำให้ยอดบริจาคเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนร่วมมือกับดีไซเนอร์ไทย" พรรณสิรีย้ำ

อย่างไรก็ดี ผู้จัดการ มูลนิธิรามาธิบดีชี้ว่า ยอดขายของที่ระลึกเป็นเพียงรายได้เสริมเท่านั่น เนื่องจากรายได้หลักมาจากการบริจาคของหน่วยงานและบริษัทต่าง ๆ แต่ถือเป็นทางเลือกในการทำบุญของคนรุ่นใหม่ และทำให้คนรู้จักมูลนิธิรามาธิบดีมากยิ่งขึ้น

ผู้บริหารและดีไซเนอร์แบรนด์คลอเส็ทชี้ว่า การออกแบบของคลอเส็ทและแบรนด์อื่นๆ ถือเป็นสื่อกลางให้คนทำบุญมากขึ้น เป็นผู้ให้อย่างเต็มใจ เช่นเกียวกับคนออกแบบที่นำความสามารถด้านการออกแบบมาใช้ให้เป็นประโยชน์

พรรณสิรีทิ้งท้ายว่า การออกแบบช่วยเปิดกลุ่มผู้บริจาคใหม่ๆ ให้กับมูลนิธิฯ จากเดิมที่เป็นผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย ข้าราชการเกษียณ มาสู่คนรุ่นใหม่หรือวัยรุ่นที่เดินสยาม ถือเป็นการให้ที่พิเศษเพราะคนเต็มใจที่จะจ่าย และใช้ของที่ระลึกอย่างมีความสุข ส่งต่อให้กับคนอื่นๆ ถือเป็นการให้ที่ตรงกับคำขวัญของมูลนิธิรามาธิบดีที่ว่า 'คำว่าให้ ไม่สิ้นสุด'