งานวิจัย เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยเป็นผู้นำอาเซียนได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
โครงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือระหว่างสถาบันอุตสาหกรรมสิ่งทอและสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เป็นเวทีหนึ่งที่คอยส่งต่องานวิจัยด้านสิ่งทอจากหิ้งลงสู่มือผู้ประกอบการของไทย เพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทันต่อกระแสโลกและสามารถแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ
กิจกรรมดังกล่าวทางผู้จัดหวังอยากให้ผู้ประกอบการของไทย สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นเทรนด์ของสิ่งทอในปัจจุบันและอนาคตได้ด้วยตนเองตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยสินค้ามีเอกลักษณ์ เทคนิคการผลิตที่ต่างไปจากคู่แข่ง ลดต้นทุน คุณภาพดี จนถึงขั้นขอรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมได้สำเร็จ
:จากรุ่นสู่รุ่น
ยุทธนา เหล่าผดุงรัชกร กรรมการ บริษัท เทพอินทราชัย แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจของเขาเป็น 1 ใน 12 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการกับสถาบันอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพราะต้องการพัฒนาทักษะของบุคลากรในองค์กร รวมถึงเกิดสินค้าใหม่ที่มีจุดเด่นต่างไปจากคู่แข่งในท้องตลาด
“ปีที่ผ่านมาบริษัทส่งดีไซเนอร์ประจำบริษัทเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้บุคลากรขององค์กรได้รับความรู้และพัฒนาทักษะความความสามารถในการทำงานที่ยั่งยืน รวมถึงเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ต่อยอดมาจากงานวิจัยซึ่งสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นผู้คิดค้น รวมถึงมีโอกาสใหม่ๆ ในการแข่งขันในตลาดโลก”ผู้บริหารจาก บ.เทพอินทราชัยฯ กล่าว
เขาเล่าถึงอาชีพครอบครัวให้ฟังว่า ที่บ้านทำธุรกิจสิ่งทอมาได้ร่วม 40 ปีแล้ว เริ่มมาตั้งแต่รุ่นแม่มาจนเมื่อ 12 ปีก่อนที่ส่งต่อมายังรุ่นลูก ซึ่งสิ่งที่เห็นชัดว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอกำลังเปลี่ยนไป คือ แฟชันเสื้อผ้าที่ไม่เคยหยุดนิ่ง อย่างเช่น ลวดลาย สีสัน และเส้นใยที่นำมาถักทอ
“เสื้อผ้ายุคก่อนๆ จะมีก็แค่สีพื้นๆ อย่างสีน้ำเงิน น้ำตาล ดำ เสื้อผ้าที่สีสันสดใส หรือหลากหลายสีสันบนตัวเดียวกันนั้นแทบหาไม่ได้ อีกทั้งการตัดเย็บสมัยก่อนก็ไม่ต้องใช้ลูกเล่นอะไรมากมาย ตัดเย็บเป็นชุดโดยไม่ต้องประดับอะไรให้รุ่มร่าม ขณะที่ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการเสื้อผ้าที่มีดีไซน์ มีสีสัน มีวัสดุตกแต่งเพิ่มความสวยงาม เพื่อให้สวมใส่แล้วสวยเด่นคนทักคนชม”ผู้บริหารจาก บ.เทพอินทราชัยฯ กล่าว
ผลิตภัณฑ์ของบริษัทใน 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ขาดเอกลักษณ์ของสินค้าที่โดดเด่นชัดเจน ทำหน้าที่ผลิตตามออเดอร์ที่ลูกค้าให้มา ซึ่งกว่าจะได้ลูกค้าแต่ละรายก็ต้องใช้วิธีเข้าหาเพื่อนำเสนอความสามารถของบริษัท ว่ามีความพร้อมที่จะผลิตเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มรูปแบบไหนบ้าง ด้วยเทคนิคการผลิต เส้นใย หรือวิธีเย็บแบบไหนบ้าง โดยท้ายสุดของการผลิตตามออเดอร์ก็มีวัสดุเหลือใช้จากการผลิตในแต่ละครั้งก็มากเช่นกัน
:คิดก่อนขาย
10 ปีที่แล้วบริษัทเริ่มเกิดไอเดียที่จะ “คิดก่อนขาย” คือพัฒนาต้นแบบสินค้าก่อนนำไปเสนอลูกค้า เพื่อคุมราคาต้นทุนการผลิตและวัสดุเหลือใช้ที่แน่นอน รวมถึงเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เส้นใยธรรมชาติ โดยสำรวจความต้องการและเทรนด์ของผู้บริโภคว่านิยมใช้สินค้าในชีวิตประจำวันประเภทไหนบ้าง
“การจะผลิตเสื้อผ้าตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคจะดูแต่เทรนด์การแต่งกายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเก็บข้อมูลการใช้ชีวิตประจำวันไปด้วยว่าผู้ซื้อ ใช้ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านแบบไหน อย่างเช่น หากเขาเน้นไปที่สินค้ารักษ์โลก ของใช้ทั้งหมดในชีวิตประจำวันเขาก็จะเลือกซื้อแต่สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปด้วย บริษัทก็ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคไปด้วย”ผู้ประกอบการกล่าวและว่า หรือหากผู้ซื้อนิยมสินค้าราคาประหยัดนั่นหมายถึงเราต้องลดต้นทุนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีราคาถูกลงเช่นกัน
หนึ่งในเทรนด์ที่กำลังมาแรงตอนนี้คือ การเน้นใช้วัสดุธรรมชาติในการผลิตสินค้า รวมถึงขั้นตอนการผลิตตลอดกระบวนการ ต้องลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหากทำได้นั่นหมายถึงตลาดญี่ปุ่นและยุโรปพร้อมจะอ้าแขนรับให้เป็นสินค้านำเข้าประเทศของเขาซึ่งเป็นโอกาสทางการตลาดของเรา
งานวิจัยที่บริษัทนำมาต่อยอดคือ เส้นใยสับปะรดที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย และใยไผ่ที่เดิมใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์และข้าวหลาม แต่นำมาทอเป็นเส้นด้าย และใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม จากเดิมที่ใช้ฝ้าย 100% ซึ่งข้อดีของการผสมผสานใยธรรมชาติหลายๆ ชนิดเข้าด้วยกัน อยู่ตรงที่มีคุณสมบัติใหม่ที่เกิดขึ้น และโอกาสทางการตลาดสูงขึ้นเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เปลี่ยนไป
“หากมนุษย์ยังใช้เสื้อผ้าเป็นเครื่องนุ่งห่ม โอกาสทางธุรกิจสำหรับคนที่คิดจะลงทุนไม่มีวันหมด ไม่ว่าจะผ่านไปเป็นร้อยปีพันปีก็ตาม แต่สิ่งที่จะทำให้ลงทุนแล้วประสบความสำเร็จยาวนานคือ การปรับตัวให้สอดรับกับกระแสความต้องการผู้บริโภค กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะทำอะไร ขายใคร และควบคุมคุณภาพสินค้าที่ผลิตให้ได้ เพียงเท่านี้ก็เป็นธุรกิจที่อยู่เคียงคู่กับลูกค้าไปอีกนาน”ผู้บริหารจาก บ.เทพอินทราชัยฯ กล่าว
ปีที่ผ่านมาบริษัททุ่มเทกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปีหน้าบริษัทมีโนว์ฮาวพร้อมที่จะต่อยอดเชิงพาณิชย์หลายผลงาน แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูความพร้อมของภาคเกษตรกรที่ผลิตวัตถุดิบ และความสามารถในการแปรรูปของโรงปั่นด้าย โรงย้อมด้วยว่าสามารถผลิตได้เพียงพอความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดหรือไม่
“ทุกวันนี้การนำเส้นใยธรรมชาติ อย่างใยกล้วย ใบสับปะรด ใยไผ่ ใยสน และอื่นๆ มาใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอยังมีข้อจำกัดในเรื่องของวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ยังไม่เพียงพอ รวมถึงยังขาดบริษัทที่ทำหน้าที่แปรรูปจากต้นน้ำเป็นกลางน้ำอย่างจริงจัง ทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอที่นำเส้นใยธรรมชาติของไทยยังไม่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง”ผู้บริหารจาก บ.เทพอินทราชัยฯ กล่าว
เรื่องโดย : กานต์ดา บุญเถื่อน





