เครื่องประดับแนวสตรีทแวร์สัญชาติไทยชื่อ Defy (ดีฟาย) ดีไซน์ตอบโจทย์คาแรคเตอร์ที่หลากหลายของมนุษย์
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
เครื่องประดับแนวสตรีทแวร์สัญชาติไทยชื่อ Defy (ดีฟาย) ดีไซน์ตอบโจทย์คาแรคเตอร์ที่หลากหลายของมนุษย์ เร่งขยายตลาดผ่านงานแฟร์พร้อมตีตลาดส่งออก การันตีศักยภาพของแบรนด์ด้วยการได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 17 แบรนด์ใน โครงการสร้างนักออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์สู่ตลาดโลก หรือ ทาเลนท์ไทย 2013 ในกลุ่ม Next ซึ่งมีประสบการณ์ในแวดวงการออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ 4-8 ปี
โครงการทาเลนท์ไทย โดยสถาบันส่งเสริมการออกแบบและนวัตกรรมเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มุ่งสร้างนักออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ และเป็นต้นแบบในการพัฒนานักออกแบบรุ่นต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการจัดการฝึกอบรมในหัวข้อที่เกี่ยวข้องด้านการออกแบบ/การสร้างแบรนด์ และสนับสนุนให้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในนิทรรศการพิเศษหรือคูหาพิเศษ (Showcase) ในต่างประเทศ
: ดีไซน์จากศูนย์
กิตติศักดิ์ เตียทะสินธุ์ ผู้สร้างแบรนด์ดีฟาย มีความหลงใหลกับการสวมใส่ เครื่องประดับ แต่ต้องการความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร จึงเกิดเป็นไอเดียที่จะทำเองใช้เอง ก่อนที่จะพัฒนาต่อยอดสู่ธุรกิจที่สามารถส่งออกไปต่างประเทศ โดยประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการออกแบบเซรามิก ซึ่งได้เล่าเรียนมาบวกกับการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องประดับ เมื่อลงลึกในรายละเอียด เขาเห็นว่า พื้นฐานการออกแบบชิ้นงานเครื่องประดับ กับเซรามิกคล้ายคลึงกัน ทั้งในเรื่องของการทำแม่พิมพ์และการขึ้นรูป โดยแตกต่างใน รายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น เขาค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์จากการออกแบบเครื่องประดับให้ตัวเอง จากนั้นขยับสู่การรับจ้างออกแบบเครื่องประดับให้กับแบรนด์เสื้อผ้า
สำหรับ เครื่องประดับคอลเลคชันแรกของ Defy เริ่มในปี 2549 ซึ่งเป็นยุค ของเครื่องประดับที่สลักหรือฉลุตัวอักษร/ชื่อของผู้สวมใส่ กิตติศักดิ์ผนวกแฟชั่นสมัยนั้นเข้ากับแนวดีไซน์ที่เน้นเรื่องราวของธรรมชาติ เช่น กิ่งไม้ กรงนก ขณะที่คอนเซปท์ของโครงกระดูกก็จะใช้เทคนิคการผลิตที่ทำให้ชิ้นงานดูดิบและมีมิติ ทั้งนี้ ดีฟายเกิดขึ้นภายใต้คอนเซปท์ของเครื่องประดับแนวสตรีทแวร์ ที่ตอบสนองกลุ่มคนที่มีบุคลิกหลากหลาย หรือมีสไตล์ที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง โดยดีไซน์หลักของแบรนด์แบ่งเป็น 2 แนวทางหลักคือ ธรรมชาติและโครงกระดูก
“เราทำงานแบบไม่มีกรอบมาขวางกั้นการคิดงาน ไม่มีกรอบระยะเวลาที่ตายตัวในการสร้างชิ้นงาน แต่จะออกแบบอย่างต่อเนื่องโดยใช้แรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว” กิตติศักดิ์เปิดหน้าร้านอยู่ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งต้องการเครื่องประดับที่มีความพิเศษเฉพาะและไม่เหมือนใคร โดยกว่า 70% เป็นลูกค้าชาวต่างชาติ ทั้งยังเริ่มเจรจากับดิสทริบิวเตอร์จากสหรัฐอเมริกา ยุโรปและออสเตรเลีย โดยเริ่มส่งออกไปที่สหรัฐอเมริกาเป็นการนำร่อง
: เปิดตลาดอินเตอร์
ทั้งนี้ ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการออกแบบและนวัตกรรมเพื่อการค้า กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพิเศษของการแสดงผลงานของนักออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ในโครงการ Talent Thai 2013 ว่า เป็นอีกหนึ่งช่องทางติดต่อระหว่างผู้ประกอบการกับดีไซเนอร์ในการพัฒนาสินค้า และธุรกิจการให้บริการออกแบบก็สามารถมีช่องทางในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตขึ้นได้
รวมทั้งช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์อุตสาหกรรมสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ไทย สู่การเป็นผู้นำและศูนย์กลางในระดับภูมิภาคอาเซียน และส่งเสริมแบรนด์สินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยให้ได้รับความสนใจและการยอมรับในตลาดระดับประเทศและระดับสากลมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่ใกล้จะมาถึง
“การเข้าร่วมโครงการทาเล้นท์จะช่วยสร้างตลาดใหม่ ทำให้เห็นกลุ่มลูกค้าใหม่ ความต้อง การใหม่ๆ เป็นการขยายขอบเขตกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ของแบรนด์ได้อย่างดี” กิตติศักดิ์ กล่าวและว่า การพัฒนาของ Defy ยังคงมุ่งเน้นดีไซน์ การหาวัสดุใหม่ และเทคนิคการผลิตใหม่ เพื่อให้แบรนด์ก้าวไปสู่จุดสูงสุดคือ เบอร์ 1 ของเครื่องประดับที่แปลกและเป็นเอกลักษณ์





