วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้ประกาศเยียวยา1800ดันเรื่องร้องเรียนพุ่ง

"สารี"โชว์ตัวเลขเรื่องร้องเรียนทะลุ 50 เรื่อง กลังกสทช.ออกประกาศเยียวยา 1800 ระบุเป็นความล้มเหลวของตัวกฎหมายที่ไม่มีสภาพบังคับใช้

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวภายในงานเสวนา “ 60 วัน ประกาศเยียวยาคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ผู้บริโภคได้อะไร” ว่าภายหลังประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556(ประกาศเยียวยา 1800) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 16 ก.ย.2556 ที่ผ่านมานั้นมีปัญหาร้องเรียนจากกรณีหมดสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 จำนวน 50 เรื่อง โดยเรื่องที่มีการร้องเรียนมากที่สุดคือ ผู้บริโภคถูกโอนย้ายไปใช้เครือข่ายอื่นโดยไม่สมัครใจหรือเป็นการมัดมือย้าย และเรื่องสิทธิประโยชน์ลดลงเมื่อถูกย้ายไปเครือข่ายใหม่ เช่น ถูกลดจำนวนวันใช้งาน ,ลดระยะเวลาโปรโมชั่น ,โปรโมชั่นใหม่ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงกว่าเดิม


ทั้งนี้ ยังมีเรื่องร้องเรียนกรณีผู้ประกอบการไม่ยอมคืนเงินคงเหลือในระบบเก่าจากการโอนย้ายจากระบบ2จีไป3จี ในทันทีทำให้ผู้บริโภคต้องเติมเงินเพิ่มทั้งที่มีเงินคงเหลือในระบบ และยังมีปัญหาเรื่องกรณีไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้หรือซิมดับ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ปัญหาเรื่องร้องเรียนทั้งหมดกับยังไม่แก้ไขอย่างเร่งด่วนภายใน 30 วันตามมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 เนื่องจากกสทช.ติดปัญหาเรื่องขั้นตอนการปฏิบัติในการดำเนินภายในกสทช. โดยขั้นตอนการพิจารณาต้องเสนอเข้าคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง และบอร์ดกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และบอร์ดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)

นายฐากร ตันฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ประกาศเยียวยาดังกล่าวออกมาเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อรัฐ

ส่วนปัญหาเรื่องร้องเรียนภายหลังออกประกาศดังกล่าวนั้น ล่าสุดกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมได้รายงานเรื่องร้องเรียนปัญหากรณีหมดสัมปทานคลื่น1800 มีเพียงจำนวน 11 เรื่องเท่านั้น โดยเรื่องร้องเรียนมากที่สุดคือ การโอนย้ายเลขหมายผู้ใช้บริการโดยไม่สมัครใจ

เบื้องต้น กสทช.ได้ส่งหนังสือไปยังผู้ประกอบการทั้ง 2 รายแล้วว่าให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่อย่างใดก็ดีหากผู้ประกอบการยังไม่ดำเนินการแก้ไข ทางกสทช.อาจจะใช้การบังคับทางปกครองซึ่งจะมีการปรับวันละประมาณ 1แสนบาท

“ถึงแม้มูลค่าการปรับทางปกครองจะมีมูลค่าที่น้อยมากหากเทียบกับรายได้ของผู้ประกอบการที่ได้รับก็ตาม แต่ทางกสทช.จะนำกรณีดังกล่าวมาพิจารณาในการออกใบอนุญาตต่อไปด้วย”

อย่างไรก็ดี สำนักงานยอมรับว่ากระบวนการดำเนินการพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้เสร็จภายใน 30 วันหลังได้รับหนังสือร้องเรียนตามพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ยังถือว่าช้าไป เนื่องจากประชาชนเดือนร้อนมากหากปล่อยไว้นาน และเบื้องต้น กสทช.ยังได้เชิญผู้ประกอบการทั้ง 2 รายเข้าหารือทุก2 สัปดาห์ และให้ส่งแผนงานช่วงเยียวยาทุกเดือนเพื่อติดตามความคืบหน้า โดยเฉพาะแผนการโอนย้ายเลขหมาย กสทช.ได้หารือกับผู้ประกอบการมาโดยตลอด

ประกาศเยียวยาไม่มีสภาพบังคับใช้

นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า การบังคับใช้ประกาศเยียวยา 1800 เมกะเฮิรตซ์ ระบุห้ามซิมดับแต่สุดท้ายซิมก็ดับ ห้ามขายซิมระบบ1800 ก็ยังขายซิม และกรณีห้ามโอนย้ายลูกค้าโดยไม่สมัครใจก็ยังมีให้เห็นอยู่ ซึ่งทั้งหมดเกิดจากผู้ประกอบการที่ไม่ยอมดำเนินการตามประกาศเยียวยา1800 ที่ระบุไว้ในประกาศสักข้อ ดังนั้น ประกาศดังกล่าวจึงไม่มีสภาพการบังคับใช้เลยตั้งแต่มีผลบังคับใช้ออกมา

“กสทช.เล่นบทเอียงไปฝั่งผู้ประกอบการเพียงอย่างเดียว แทนที่จะเข้าข้างหรือคุ้มครองผู้บริโภค ดังนั้นประกาศฉบับดังกล่าวจึงไม่มีความหมายต่อผู้ประกอบการเลย”

ซื้อซิม1800 ยังเปิดใช้งานได้ปกติ

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า ล่าสุดปัญหาเรื่องการโอนย้ายโดยไม่สมัครใจเกิดขึ้นกับตัวเองภายหลังมีใบแจ้งหนี้รอบบิลเดือนก.ย.-ต.ค.ที่ยังเป็นใบแจ้งหนี้ทรูมูฟอยู่ แต่พอมาเดือนพ.ย.กลับส่งใบแจ้งอนุมัติขอหักชำระค่าใช้บริการโทรทัศน์ทรูมูฟเอชทางบัตรเครดิตเดิม จากทรูมูฟเอชทั้งที่ไม่ได้ดำเนินการใดๆเลย จึงถือว่าเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปให้บริษัทอื่นๆ โดยภาระการ ซึ่งในกรณีนี้กำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการฟ้องร้องอยู่

เช่นเดียวกับระบบเติบเงินของทรูมูฟซึ่งในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. ได้มีการลองซื้อซิม1800 กับทางผู้ค้ารายย่อยเพื่อทดสอบการลงทะเบียนใช้งานดู ซึ่งผลที่ได้คือสามารถใช้งานได้ตามปกติทั้งๆที่ตัวประกาศฯระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามจำหน่ายซิมคลื่นดังกล่าวกับผู้ใช้บริการรายใหม่

ทรูลั่นส่งข้อความแจ้งลูกค้าตลอด

นายจักรกฤษ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ยืนยันว่าบริษัทได้มีการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งไปยังผู้ใช้บริการทุกรายแล้วในการโอนย้ายไปสู่ระบบเครือข่ายใหม่ โดยให้เข้ามาเปลี่ยนซิมได้ที่ศูนย์บริการทรูทั่วประเทศ และขอยืนยันว่าไม่มีการจำหน่ายซิม1800 แล้วในตอนนี้

“ขอยืนยันว่าตอนนี้ทรูมูฟไม่จำหน่ายซิมบนระบบ 1800 แล้ว แต่หากยังมีผู้ค้ารายย่อยยังขายซิมดังกล่าวอยู่นั้นก็ไม่สามารถลงทะเบียนเข้าใช้ได้แต่อย่างใด”


ปัจจุบันทรูมูฟมีลูกค้าอยู่ในระบบ1800 เมกะเฮิรตซ์ 2จี14 ล้านเลขหมายจากเดิมมี 18 ล้านเลขหมายซึ่งภายใน 2 เดือนหลังออกประกาศได้โอนย้ายลูกค้าออกจากระบบไปแล้ว 4 ล้านเลขหมาย