วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สกว.ดึงนักวิชาการไทย-จีนประชุมรับมือลมมรสุมและโลกร้อน

สกว. จัดงานประชุมเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศครั้งที่ 3ดึงนักวิชาการไทย-จีน รับมือลมมรสุมและโลกร้อน

ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นปัญหาสำคัญระดับโลกที่ต้องได้รับความร่วมมือในการแก้ไขจากทุกภาคส่วนและทุกระดับ โดยจากรายงานของ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ หรือ IPCC ระบุว่า โลกกำลังเผชิญกับผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่รุนแรงและภาวะโลกร้อน โดยภายในกลางศตวรรษนี้โลกจะเผชิญกับภาวะโลกร้อนขึ้น 2 องศาเซลเซียส และจะเพิ่มขึ้นเป็น 4 องศาเซลเซียส

โดยช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยเกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมมาก ภัยแล้งจัด ขาดแคลนแหล่งน้ำ ระบบนิเวศชายฝั่งถูกทำลาย รวมทั้งเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารเนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรเสียหายอย่างมาก ฉะนั้น การสนับสนุนทุนวิจัยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์ไทยกับนานาชาติ จึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง เพราะในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนจำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยและจีนอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน จึงสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ซึ่งกันและกันได้ โดยที่ผ่านมาประเทศจีนได้ทำการศึกษาวิจัยในเรื่องดังกล่าวไปจำนวนมาก ซึ่งประเทศไทยเองสามารถเรียนรู้จากจีนได้ เพราะภูมิอากาศบางส่วนมีความคล้ายคลึงกัน

ศ.นพ.สุทธิพันธ์ กล่าวต่อว่า การสัมมนาครั้งนี้ มีนักวิทยาศาสตร์ทั้งจากประเทศไทยและจีนเข้าร่วมสัมมนากว่า 50 คน เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ รวมทั้งหารือแลกเปลี่ยนประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทั้งในมุมมองระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะนำมาซึ่งความร่วมมือการวิจัยเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในระดับภูมิภาค ยกระดับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและมุ่งเป้ายิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถแบ่งปันประสบการณ์ ความรู้ เพื่อนำไปสู่การร่วมกันพัฒนาความร่วมมือในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืนต่อไป

“สกว. ให้การสนับสนุนทุนวิจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจ สร้างความตระหนัก และสามารถประเมินผลกระทบอันจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยได้ โดยเจตนารมณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (2555-2559) ซึ่งเน้นความสำคัญในเรื่องนโยบายการเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โดยจะเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ลดความเสี่ยงและเพิ่มการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และการพัฒนาประเทศชาติไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ที่มีการปลอดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยที่สุดในทุกภาคส่วนของประเทศ” ผู้อำนวยการ สกว. กล่าว