แอ๊ปเปิ้ล-ไมโครซอฟท์-โนเกีย ถือฤกษ์ดีเปิดตัวสินค้าใหม่พร้อมกัน ชูไฮไลต์ "แทบเล็ต" ดาวเด่นตลาดไอที
งานใหญ่ครั้งที่ 2 ของแอ๊ปเปิ้ลในรอบ 2 เดือนที่จัดขึ้นวานนี้ (22 ต.ค.ตามเวลาสหรัฐ) คาดว่าจะเป็นการเปิดตัว "ไอแพด" เวอร์ชั่นใหม่ที่คาดว่าจะประกอบด้วยไอแพดรุ่นที่ 5 และไอแพด มินิ ขนาด 7.9 นิ้วที่ยึดตำแหน่งแทบเล็ตที่ขายดีที่สุดในโลก และคาดว่าครองสัดส่วนยอดขายได้เกือบ 2 ใน 3 เครื่องของยอดขายในกลุ่มไอแพดที่ครั้งหนึ่ง "สตีฟ จ็อบส์" ซีอีโอระดับตำนานของบริษัทเคยกล่าวไว้ว่าไอแพดไซส์เล็กเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มจะตายตั้งแต่ยังไม่เกิด แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นสินค้าที่มีบทบาทหลักสำหรับแอ๊ปเปิ้ลในยุคหลังพีซีรุ่งเรือง
สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากผู้ผลิตชิ้นส่วนว่า แอ๊ปเปิ้ลเตรียมปรับคุณสมบัติใหม่ "ไอแพด มินิ" ด้วยจอเรติน่าที่ความละเอียดสูงขึ้น ขณะที่ตัวเครื่องบางและน้ำหนักเบาลงกว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้า แต่ยังคงขนาดจอที่ 9.7 นิ้ว ที่ใช้เทคโนโลยีจอแบบฟิล์มบางแทนกระจก
บริษัทวิจัยตลาด "การ์ทเนอร์" คาดว่าส่วนแบ่งตลาดแทบเล็ตของแอ๊ปเปิ้ลลดลงมาเหลือต่ำกว่า 50% ในปีนี้จากที่เคยอยู่ที่ 65% เมื่อปี 2554 ขณะที่คู่แข่งเริ่มชิงส่วนแบ่งในตลาดไอแพดจอเล็กด้วยสมาร์ทโฟนที่จอใหญ่ขึ้น หรือที่เรียกว่า "แฟบเล็ต" ทั้งราคาแทบเล็ตโดยรวมที่เริ่มลดต่ำลงยิ่งกดดันให้แอ๊ปเปิ้ลต้องเข้าสู่วงจรการแข่งราคาที่บริษัทพยายามเลี่ยงมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตามในวันเดียวกัน "ไมโครซอฟท์" ก็ประกาศเตรียมเปิดตัวแทบเล็ตรุ่นที่ 2 ตระกูลเซอร์เฟซ ที่มาพร้อมกับโปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ และอีเมลเอาท์ลุค ซึ่งยักษ์ซอฟต์แวร์คาดหวังที่จะดึงดูดลูกค้าในกลุ่มองค์กรเป็นส่วนใหญ่
พร้อมกันนี้ "โนเกีย" ก็ยังถือฤกษ์ดีเผยโฉมแทบเล็ตขนาด 10 นิ้วรุ่นแรกของบริษัท "ลูเมีย 2520" ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการวินโดว์ส อาร์ที 8.1 และคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับแทบเล็ตทั่วไป
โดยจุดเด่นของแทบเล็ตโนเกียรุ่นดังกล่าวรองรับการเล่นไฟล์วีดิโอความละเอียดระดับ 1080 พิกเซล และกล้องหลัง 6.7 ล้านพิกเซล ใช้งานบนเทคโนโลยี 4จี แอลทีอี และมาพร้อมกับโปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากแทบเล็ตแบรนด์อื่นๆ หลังประกาศรวมกิจการกับไมโครซอฟท์เมื่อเดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังคงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ในตระกูลลูเมียที่มีสีสันให้เลือกหลากหลาย ซึ่งแทบเล็ตรุ่นดังกล่าวมีให้เลือกทั้งสีแดง, ขาว, ฟ้า และดำ ซึ่งบริษัทเตรียมวางตลาดปลายปีนี้ ราคา 500 ดอลลาร์ (ราว 1.5 หมื่นบาท)
อย่างไรก็ตาม การ์ทเนอร์ยังคาดการณ์ว่า กระแสความต้องการแทบเล็ตที่เพิ่มมากขึ้นในปีนี้จะช่วยสนับสนุนยอดขายอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อเว็บได้ในปี 2556 ทั้งพีซี, แทบเล็ต และโทรศัพท์มือถือพุ่งขึ้นราว 4.5% หรือ 2.32 พันล้านเครื่อง ซึ่งในจำนวนนี้คาดว่าจะเป็นสัดส่วนจากแทบเล็ต 184 ล้านเครื่อง โต 53.4%
ขณะที่ยอดขายพีซีทั่วไปและแล็ปทอปมีแนวโน้มลดลงหรือ 303 ล้านเครื่อง ลดจากปีก่อนหน้า 11.2%
ส่วนตลาดโทรศัพท์มือถือจะยังคงเติบโตต่อไป และคาดว่าจะมีสัดส่วนยอดขายราว 1.8 พันล้านเครื่อง





