'นีลเส็น'เผยค่านิยมผู้ใช้สมาร์ทโฟน ทั้งด้านพฤติกรรมและทัศนคติของผู้ใช้แถบเอเชียแปซิฟิก พบแบรนด์-โซเชียล ดันคนซื้อมือถือพุ่ง
ผลสำรวจจาก "นีลเส็น" เผยการรุกตลาดของสมาร์ทโฟนในเอเชียแปซิฟิก ยังมีแนวโน้มเติบโตเป็นทวีคูณในหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าตลาดหลายแห่งใกล้จุดอิ่มตัว รวมถึงตลาดสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศแถบยุโรปที่เรียกว่าก้าวผ่านจุดการรุกส่วนแบ่งตลาดไปเป็นที่เรียบร้อย
การศึกษาจาก "นีลเส็น" ภายใต้หัวข้อ "ถอดรหัสกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในอาเซียน" เผยค่านิยมล่าสุดในกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน ทั้งด้านพฤติกรรมและทัศนคติของผู้ใช้แถบเอเชียแปซิฟิก โดยผลวิจัยครอบคลุม 9 ประเทศคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง จีน อินเดีย และสิงคโปร์
ตลาดสมาร์ทโฟนเอเชียแข่งดุ
การรุกตลาดสมาร์ทโฟนแถบเอเชียแปซิฟิก ถือว่า ดุเดือดที่สุดในฮ่องกงและสิงคโปร์ มีอัตราส่วนผู้ใช้อยู่ที่ 87% ตามมาด้วยมาเลเซีย 80% ออสเตรเลีย 75% และจีน 71%
ส่วนตลาดสมาร์ทโฟนที่กำลังพัฒนาในประเทศอื่นๆ แถบเอเชียแปซิฟิกก็ไม่น้อยหน้า ตามกระแสมาอย่างติดๆ และเริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ไทย มีอัตราส่วนของผู้ใช้อยู่ที่ 49% ตามด้วยอินโดนีเซีย 23% อินเดีย 18% และฟิลิปปินส์ 15%
จะเห็นว่า จำนวนผู้บริโภคที่ใช้โทรศัพท์มือถือหลายเครื่องพร้อมกันนั้นมีปริมาณเพิ่มขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง 31% หรือสิงคโปร์ และจีน 29% โดยเฉพาะมาเลเซีย ซึ่งเกือบครึ่งของประชากร หรือ 47% มีโทรศัพท์มือถือมากกว่าหนึ่งเครื่อง
ขณะที่ การเติบโตของคนใช้แทบเล็ตในเอเชียแปซิฟิก มีขนาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสิงคโปร์ ขึ้นมา 30 จุดที่ 47% ฮ่องกง ขึ้นมา 27 จุดที่ 57% และมาเลเซีย ขึ้นมา 23 จุดที่ 42%
นายซาก้า แฟดเค ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยธุรกิจโทรคมนาคมและเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียเหนือ และแปซิฟิกของนีลเส็น ระบุว่า ต่อให้มีคาดการณ์ว่าการเติบโตนี้เริ่มอยู่ระดับคงที่ แต่ในแง่การใช้งานของอุปกรณ์เชื่อมต่อสื่อสาร ยังคงพัฒนาและขยับขยายขึ้น เป็นโอกาสขององค์กรต่างๆ ดึงผู้บริโภคให้เข้ามามีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มที่แพร่หลาย
แบรนด์-โซเชียลฯดันคนซื้อมือถือ
แบรนด์ หรือยี่ห้อ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบโดยตรงต่อการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสำหรับผู้บริโภคทั่วทั้งภูมิภาค ปัจจัยแรกๆ ที่ใช้เลือกซื้อสมาร์ทโฟน ได้แก่ ระบบปฏิบัติการ ขณะที่ ในอินโดนีเซีย อินเดีย และฟิลิปปินส์นั้น "คีย์บอร์ดแบบ QWERTY" ยังคงมีอิทธิพลกับการเลือกซื้อโทรศัพท์ผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม ขนาดหน้าจอ และระบบหน้าจอสัมผัสก็สำคัญขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้นการแนะนำปากต่อปาก และสังคมออนไลน์ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลต่อการเลือกใช้สมาร์ทโฟน
จะเห็นได้ว่าผู้บริโภคส่วนมากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้รับอิทธิพลจากบทวิจารณ์ในอินเทอร์เน็ตและบล็อก รวมถึงการแนะนำจากเพื่อน ผู้ร่วมงานและครอบครัว ถือเป็นอีกปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคใช้เลือกซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน
ขณะที่ เมื่อเจาะลึกลงไป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนใช้เวลาโดยเฉลี่ยมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวันกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนระหว่างเดือน มิ.ย 2556 โดยใช้เวลาไปกับกิจกรรมต่างๆ เช่น แชทผ่านแอพพลิเคชั่น สังคมออนไลน์ และกิจกรรมบันเทิงใจ เช่น เกม มัลติมีเดีย
"แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในจำนวนผู้ใช้มือถือทั่วโลกนั้น ทุกๆ 5 คนจะมีอยู่ 1 คนที่ใช้แอพ ส่วนในเอเชียแปซิฟิก แอพที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ เกม โซเชียล เน็ตเวิร์ค และมัลติมีเดีย"
วีดิโอบนมือถือยอดฮิตในเอเชีย
การดูวีดิโอผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเริ่มได้รับความสนใจในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฮ่องกงและสิงคโปร์ โดยมากกว่าครึ่งของผู้ใช้มือถือชาวฮ่องกง 53% ดูวีดิโอผ่านมือถือในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ส่วนชาวสิงคโปร์มีสัดส่วนอยู่ที่ 38% และชาวมาเลเซีย 37%
อย่างไรก็ตามในแถบเอเชียแปซิฟิกนั้น สัดส่วนการดูวีดิโอบนมือถือในตลาดสมาร์ทโฟนที่กำลังพัฒนาจะมีอัตราที่น้อยกว่า โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณหนึ่งใน 10 ของผู้ใช้เท่านั้น
"วีดิโอบนมือถือ เป็นสิ่งที่ทั้งนักโฆษณาและเจ้าของสื่อต่างๆ ให้ความสนใจมากขึ้น ที่สำคัญ คือ ผู้ใช้ที่ดูวีดิโอบนมือถือจะมีระดับการเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับการดูวีดิโอที่ค่อนข้างสูงมาก จากที่เห็นได้ในตลาดเอเชียแปซิฟิก ส่วนใหญ่แล้ว พบว่า ผู้บริโภคที่ดูวีดิโอบนมือถือจะมีอัตราการเข้าชมโดยเฉลี่ยแล้วมากกว่า 10 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักการตลาดที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนผ่านช่องทางดังกล่าว”
ขณะที่ การขายของผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือเอ็มคอมเมิร์ซ ยังเข้าไม่ถึงตลาดเอเชียแปซิฟิกนัก แต่สำหรับประเทศอย่างเกาหลีและญี่ปุ่น ถือว่ามีพัฒนาการที่ดี ด้วยสัดส่วนของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นเกือบ 9 ใน 10 หรือประมาณ 89% และผู้บริโภคเกาหลีกว่า 2 ใน 3 หรือ 67% ที่ใช้บริการเอ็มคอมเมิร์ซในเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย และออสเตรเลีย ต่างก็มีจำนวนการใช้เอ็มคอมเมิร์ซค่อนข้างสูงเช่นเดียวกัน
“เราเห็นได้ถึงสัญญาณที่บ่งชี้ถึงโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับตลาดการซื้อขายบนโทรศัพท์มือถือในประเทศอย่างเช่น เกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่การซื้อขายบนมือถือพัฒนากลายมาเป็นสิ่งที่ใช้เป็นกิจวัตรประจำวันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกระแสเอ็มคอมเมิร์ซจะเข้าถึงตลาดอื่นๆ ทั่วภูมิภาคอย่างรวดเร็ว และเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างอนาคตของตลาดขายปลีกในเอเชีย"





