วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช่อง5ชง5ปียุติสัมปทาน'7สี'แลกโครงข่าย

บอร์ดกสท.เห็นชอบให้ใบอนุญาตโครงข่าย"ช่อง 5"เพิ่ม หลังเสนอแผนเลิกสัมปทาน"ช่อง 7"ภายใน5ปี จากเดิมเหลือ 10 ปี ชี้หนุนเปลี่ยนสู่ทีวีดิจิทัล

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่าการประชุม บอร์ด กสท. วานนี้ (30 ก.ย.) ได้พิจารณาข้อเสนอจากกองทัพบก ผู้ให้สัมปทานสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กับบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด โดยกองทัพบกขอยุติสัมปทานช่อง 7 ภายใน 5 ปีจากนี้ หรือ ในปี 2561 จากเดิมสัมปทานช่อง 7 เหลือเวลาอีก 10 ปี หรือ สิ้นสุดปี 2566

แผนการยุติสัมปทานช่อง 7 ดังกล่าว กองทัพบกได้ยื่นขอรับใบอนุญาตโครงข่าย (mux) เพิ่มอีก 1 โครงข่าย ซึ่งบอร์ด กสท. เห็นว่าการเสนอยุติฟรีทีวี อนาล็อก ช่อง 7 จาก 10 ปี เหลือ 5 ปี "เป็นประโยชน์" ต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงระบบส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล จึง "เห็นชอบ" ให้จัดสรรใบอนุญาตโครงข่ายที่ 5 ให้กับ กองทัพบก ช่อง 5 อีก 1 โครงข่าย อายุใบอนุญาต 15 ปี จากเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ได้จัดสรรใบอนุญาตให้ช่อง 5 ไปแล้ว 1 โครงข่าย

"การทำหนังสือขอยุติสัมปทานช่อง 7 ภายใน 5 ปี เป็นสเต็ปสำคัญของการยุติฟรีทีวีอนาล็อก ก้าวสู่ทีวีดิจิทัล ถือเป็นการประกาศของฟรีทีวีรายใหญ่ที่จะยุติอนาล็อกใน 5 ปี ดังนั้น การเปลี่ยนสู่ทีวีดิจิทัลเต็มรูปแบบจะไม่เกินปี 2562 หรือใน 6 ปี เมื่อสิ้นสุดสัมปทานช่อง 3"

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 13 ก.ย. และ วันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (บีบีทีวี) ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ซึ่งเป็นผู้ซื้อซองประมูล ทีวีดิจิทัล บริการธุรกิจ ประเภทเอชดี และ วาไรตี้ ได้ส่งหนังสือถึง กสทช. เพื่อชี้แจงว่าบริษัทไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับบริษัท จันทร์ 25 จำกัด

ทั้งนี้ การจำหน่ายซองเอกสารประมูลทีวีดิจิทัล เมื่อวันที่ 10-12 ก.ย. ที่ผ่านมา บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ได้ให้บริษัทในเครือซื้อซองประมูลทีวีดิจิทัล ช่องเอชดี เช่นเดียวกับบริษัท จันทร์ 25 จำกัด ที่ได้ซื้อซองประมูลช่องเอชดี ซึ่งทั้ง 2 บริษัท มีนางสุรางค์ เปรมปรีดิ์และคู่สมรส เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด สัดส่วน 21% และถือหุ้นในบริษัทจันทร์ 25 สัดส่วน 99%

บอร์ด กสท. ได้มอบหมายให้ สำนักงาน กสทช. ตอบหนังสือบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ ว่าภายใต้ประกาศฯ เงื่อนไขการประมูลทีวีดิจิทัล กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาต แต่ละประเภท "ยื่นเอกสารประมูล" ไม่เกินรายละ 1 ใบอนุญาต โดยผู้ยื่นซองประมูลในประเภทเดียวกัน จะต้อง "ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน" ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการเกี่ยวโยงด้านอำนาจการบริหาร หรือเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเดียวกันเกินกว่า 10%

ขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ยื่นประมูลทีวีดิจิทัล จะดำเนินการหลังจากผู้ซื้อซองมายื่นซองเอกสารในวันที่ 28-29 ต.ค. นี้ ดังนั้น หลังจากวันที่ 29 ต.ค. นี้ สำนักงานฯ จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ยื่นซอง หากพบว่าผู้ยื่นซองประเภทเดียวกัน มีผู้ถือหุ้นร่วมกันเกินสัดส่วน 10% จะดำเนินการ "ตัดสิทธิ" ผู้ยื่นซองทั้ง 2 บริษัททันที