ช่อง7 ส่งหนังสือชี้แจ้ง กสทช. ไม่มีผลประโยชน์ร่วม "จันทร์25" ด้านกสทช. แจงตรวจสอบคุณสมบัติผู้ประมูล"ทีวีดิจิทัล"หลังยื่นซองวันที่ 29 ต.ค.
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 13 ก.ย. และ วันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง7 ซึ่งเป็นผู้ซื้อซองประมูล ทีวีดิจิทัล บริการธุรกิจ ประเภทเอชดี และวาไรตี้ ได้ส่งหนังสือถึง กสทช. เพื่อชี้แจ้งว่าบริษัทฯ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับบริษัท จันทร์ 25 จำกัด
ทั้งนี้ พบว่าในการจำหน่ายซองเอกสารประมูลทีวีดิจิทัล เมื่อวันที่ 10-12 ก.ย.ที่่ผ่านมา บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ได้ให้บริษัทในเครือซื้อซองประมูลทีวีดิจิทัล ช่องเอชดี เช่นเดียวกับบริษัทจันทร์ 25 จำกัด ที่ได้ซื้อซองประมูลช่องเอชดี ซึ่งปัจจุบัน นางสุรางค์ เปรมปรีดิ์และคู่สมรส เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ 21% และถือหุ้นในบริษัทจันทร์ 25 สัดส่วน 99%
โดยบอร์ด กสท.ได้มอบหมายให้ สำนักงาน กสทช. ตอบหนังสือบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ ว่าภายใต้ประกาศฯ เงื่อนไขการประมูลทีวีดิจิทัล ได้กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาต แต่ละประเภท "ยื่นเอกสารประมูล" ไม่เกินรายละ 1ใบอนุญาต โดยผู้ยื่นซองประมูลในประเภทเดียวกันจะต้อง "ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน" ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการเกี่ยวโยงด้านอำนาจการบริหาร หรือเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเดียวกันเกินกว่าสัดส่วน 10%
พ.อ.นที กล่าวอีกว่าขั้นตอนการตวจสอบคุณสมบัติผู้ยื่นประมูลทีวีดิจิทัล จะดำเนินการหลังจากผู้ซื้อซองมายื่นซองเอกสารในวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ ดังนั้นหลังวันที่ 29 ต.ค.นี้ สำนักงานจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ยื่นซอง หากพบว่าผู้ยื่นซองประมูลประเภทเดียวกัน มีผู้ถือหุ้นร่วมกันเกินสัดส่วน 10% จะดำเนินการ "ตัดสิทธิ" ผู้ยื่นซองทั้ง 2 บริษัทที่ยื่นซองทันที





