วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สตีฟ บัลเมอร์ทิ้งทวนไมโครซอฟท์ 'เราจะเปลี่ยนแปลงโลกอีกครั้ง'

บรรยากาศงานประชุมพนักงานทั่วโลกไมโครซอฟท์ "บัลเมอร์" เตรียมก้าวลงจากตำแหน่ง ให้คำมั่น "เราจะเปลี่ยนแปลงโลกอีกครั้ง"

"สตีฟ บัลเมอร์" หนึ่งในผู้บริหารที่รับบทสำคัญที่สุดคนหนึ่งในแวดวงไอทีระดับโลกได้เรียกน้ำตาท่วมท้นจากบรรดาพนักงานไมโครซอฟท์ในงานประชุมประจำปีปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งอาจนับเป็นการพบปะกับพนักงานทั้งหมดครั้งสุดท้ายในฐานะประธานคณะผู้บริหาร หรือซีอีโอของบริษัทไมโครซอฟท์ก่อนที่จะก้าวลงจากตำแหน่งในอีกราว 12 เดือนข้างหน้าตามที่ได้ประกาศตัวไว้ก่อนหน้านี้

ในงานประชุมพนักงานประจำปี "ไมโครซอฟท์ คอมพานี มีตติ้ง" ได้ขนทัพผลิตภัณฑ์ในอนาคตของไมโครซอฟท์ออกมาเรียกน้ำย่อยให้พนักงานดูก่อนเสมือนซ้อมใหญ่งานเปิดตัวให้พนักงานไมโครซอฟท์เกือบ 1 แสนคนทั่วโลกที่กระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ผ่านงานซึ่งครั้งนี้ใช้สนามบาสเก็ตบอลในซีแอตเทิลเป็นจุดเริ่มของการทัวร์อำลาตำแหน่งของนายสตีฟ บัลเมอร์ ที่กำลังเตรียมส่งต่อภารกิจของผู้กุมบังเหียนบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ของโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ให้แก่ว่าที่ซีอีโอคนที่สามในประวัติศาสตร์ของไมโครซอฟท์

คำสัญญาก่อนจาก

นายบัลเมอร์ยังได้ใช้โอกาสนี้กล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อบริษัท พร้อมกับให้คำมั่นว่าบริษัทก็จะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรม และสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยเปลี่ยนแปลงโลกต่อไป

"เราจะยังคงนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ และเราก็จะเปลี่ยนแปลงโลกอีกครั้ง" ซีอีโอไมโครซอฟท์กล่าว พร้อมกับเอ่ยถึงดีลกิจการกับโนเกีย ซึ่งเขากำลังเตรียมส่งหน้าที่ต่อให้แก่ผู้นำคนใหม่

โดยหนึ่งในบรรยากาศประทับใจในงานประชุมครั้งนี้คือนายบัลเมอร์ได้เลือกเล่นเพลงที่เขาเคยใช้ในงานประชุมบริษัทครั้งแรกเมื่อปี 2526 ซึ่งก็คือ Wanna Be Startin'Somethin' ของไมเคิล แจ็คสัน โดยซีอีโอไมโครซอฟท์กระโดดขึ้นเวที ออกลีลาสเตปแดนซ์พร้อมกับร้องอย่างสุดเสียงว่านี่คือ "พลังเสียงของไมโครซอฟท์ (the sound of Microsoft !)"

และเมื่อเสียงเพลงสิ้นสุดลงซีอีโอกล่าวพร้อมกับน้ำตาว่า "ขอให้รู้ไว้ว่า พวกคุณได้ทำงานกับบริษัทที่ดีที่สุดในโลก"

พร้อมกันนี้นายบัลเมอร์ยังได้กล่าวขอบคุณพนักงานนับพันคนที่มาเข้าแถวรอชมการกล่าวสุนทรพจน์เป็นครั้งสุดท้ายของเขาในฐานะซีอีโอ พร้อมกับอำลาเวทีไปด้วยเพลง "I've had the time of my life" และเต้นไปรอบเวที โดยมีพนักงานไมโครซอฟท์พากันมาขอจับมือและกล่าวคำพูดว่า "พวกเรารักคุณ" พร้อมกับปรบมือเป็นเสียงเชียร์ให้แก่การกล่าวสุนทรพจน์ครั้งสุดท้ายของนายบัลเมอร์

ทั้งนี้นายบัลเมอร์จะยังรับหน้าที่ซีอีโอให้บริษัทต่อไป โดยขณะนี้กำลังหาผู้นำคนใหม่ที่จะมารับภารกิจสานต่ออุปกรณ์ใหม่และการวางกลยุทธ์ด้านการบริการ คาดกันว่านายบัลเมอร์จะลงจากตำแหน่งในอีกไม่นานนี้หลังจากหาตัวผู้นำคนใหม่ที่เหมาะสมได้สำเร็จ ซึ่งรายชื่อที่มีพิจารณากัน เช่น นายอลัน มูลัลลี จากฟอร์ด และนายสตีเฟน อีลอป ซีอีโอจากโนเกีย

ผู้บริหารโชว์นวัตกรรม

อย่างไรก็ตามนอกจากบรรยากาศที่ชวนเรียกน้ำตาจากนายบัลเมอร์แล้ว ยังมีผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์หลายรายขึ้นเวทีด้วย เช่น นายเควิน เทิร์นเนอร์ หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ (ซีโอโอ) ที่ได้นำวีดิโอเก็บความประทับใจจากเด็กๆ ที่พูดถึงความภูมิใจที่ได้เป็นสมาชิกของครอบครัวที่พ่อแม่ทำงานในไมโครซอฟท์

นอกจากนี้ยังมีนายเทอร์รี มายเยอร์สัน ผู้บริหารใหม่ที่มาดูแลด้านปฏิบัติการให้แก่กลุ่มซอฟต์แวร์สำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้โปรแกรมวินโดว์ส, เครื่องเล่นเกมเอ็กซ์บ็อกซ์ และสมาร์ทโฟนของไมโครซอฟท์ รวมถึงนายมาร์ค เพนน์ ผู้บริหารที่ดูแลฝ่ายการตลาดของไมโครซอฟท์

โดยผู้บริหารไมโครซอฟท์ได้สาธิตเกมฮาโลที่เล่นได้ผ่านอินเทอร์เน็ตแทนที่จะต้องดาวน์โหลดลงบนเครื่องเกมคอนโซล ซึ่งนายมายเยอร์สันยังกล่าวเป็นนัยว่าอาจจะได้เห็นการรวมแอพสโตร์สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ทั้งโทรศัพท์มือถือ, แทบเล็ต, คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ใช้งานจากที่เดียวได้ง่ายขึ้น

ปูทางผู้นำคนใหม่

ทั้งนี้นายบัลเมอร์ได้ประกาศเตรียมลาตำแหน่งมาตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ไมโครซอฟท์ปรับโครงสร้างภายในครั้งใหญ่ในรอบ 5 ปี โดยครั้งนั้นซีอีโอไมโครซอฟท์ยอมรับว่า ขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

ปัจจุบันนายบัลเมอร์ ยังคงเผชิญแรงกดดันที่จะต้องนำพาบริษัทให้สร้างความโดดเด่นในตลาดโมบาย ดีไวซ์ในขณะที่อุตสาหกรรมพีซีเริ่มถดถอยลง ก่อนที่เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ตัดสินใจซื้อธุรกิจมือถือจากโนเกียเพื่อหวังจะเป็นหนทางที่จะช่วยฟื้นการเติบโตให้ไมโครซอฟท์ในยุคที่สมาร์ทโฟนมียอดขายแซงหน้าพีซีซึ่งมีผลต่อเนื่องถึงยอดขายซอฟต์แวร์ที่ใช้บนพีซีมีอัตราเติบโตลดลง และเป็นรายได้หลักสำคัญของไมโครซอฟท์ หรือราว 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

โดยนายบัลเมอร์วัย 57 ปี รับตำแหน่งซีอีโอไมโครซอฟท์เป็นคนที่สองต่อจากนายบิล เกตส์ ซึ่งเป็นเพื่อนในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันที่ฮาร์วาร์ดเมื่อปี 2543 (ราว 13 ปีก่อน) หลังร่วมกับงานบิล เกตส์ตั้งแต่ปี 2523 และยังเป็นพนักงาน 30 คนแรกของไมโครซอฟท์จนกระทั่งปัจจุบันไมโครซอฟท์มีพนักงานทั่วโลกราว 1 แสนคน

นอกจากนี้นายบัลเมอร์ยังถูกจัดอันดับว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 21 ของการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ 400 หรือมีทรัพย์สินมูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ เขาแต่งงานกับนางคอนนี่ ซไนเดอร์ มีบุตรด้วยกัน 3 คน