นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มก้าวที่หนึ่งเสมอ ทุกคนสามารถก้าวกระโดดไปสอง สาม สี่ จากองค์ความรู้ที่มีอยู่ดาษดื่นและสำเร็จได้ไม่ยาก
กานต์ดา บุญเถื่อน / รายงาน
นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มก้าวที่หนึ่งเสมอ ทุกคนสามารถก้าวกระโดดไปสอง สาม สี่ จากองค์ความรู้ที่มีอยู่ดาษดื่นและประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก นี่คือหลักปฏิบัติของ "นวัตกร" ที่ใช้หลักวิศวกรรมย้อนรอย (Reverse Engineering) ชำแหละเครื่องใช้ไฟฟ้าของแบรนด์ต่างชาติ เพื่อสร้างสินค้าสัญชาติไทยที่มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่าต้นแบบ
หนึ่งในผลงานที่ประสบความสำเร็จจากการวิศวกรรมย้อนรอยคือ องค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องทำน้ำอุ่นที่ป้องกันไฟดูดได้ 100% ได้จากการย้อนรอยเทคโนโลยีหม้อต้มสุกี้ โดยทุนสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของไทยและสร้างเครื่องจักรต้นแบบสำหรับอุตสาหกรรมสาขาต่างๆ ด้วยวิศวกรรมย้อนรอย เพื่อลดการนำเข้า โดยร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา มีผลงานจากปี 2547 - ปัจจุบัน ออกมากว่า 50 รายการ อีกทั้งสามารถผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรมเฉลี่ย 6-10 เครื่องต่อปี
“การเป็นนวัตกรย้อนรอยทำให้มีโอกาสอัพเดตเทคโนโลยี สร้างความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอในการพัฒนาสินค้าสัญชาติไทย" จำรัส พานเพียรศิลป์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เจ.อาร์.แอล.สยาม กล่าว
หม้อสุกี้สู่เครื่องทำน้ำอุ่น
จำรัสพบปัญหาในเครื่องทำน้ำอุ่นทั่วไปคือ กินไฟมากและผู้ใช้เสี่ยงต่อไฟดูด จึงสนใจที่จะศึกษาย้อนรอยเครื่องทำน้ำอุ่นในตลาดเพื่อหาจุดอ่อน และออกแบบเครื่องทำน้ำอุ่นที่แก้ปัญหาดังกล่าว เขาใช้เวลาขบคิดอยู่หลายเดือน กระทั่งปิ๊งไอเดียการทำงานของหม้อสุกี้ ที่ทำให้น้ำร้อนแต่ไฟไม่ดูด
จุดเด่นของเครื่องทำน้ำอุ่นดังกล่าวคือ สามารถปรับอุณหภูมิได้ถึง 40 องศาเซลเซียส ด้วยพลังงานเพียง 2,000 วัตต์ ขณะที่เครื่องทั่วไปใช้พลังงานทำความร้อนถึง 3,500 วัตต์ ทั้งยังมีระบบทำน้ำอุ่นสำหรับอ่างอาบน้ำในโรงแรม ใช้กำลังไฟฟ้าเพียง 4,000 วัตต์
“เครื่องทำน้ำอุ่นที่ผมทำไฟไม่ดูดแน่นอน เพราะขั้นตอนการทำให้น้ำร้อน น้ำไม่ได้ไหลผ่านฉนวนสร้างความร้อนโดยตรง แต่แยกกันชัดเจน ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจว่าจะได้รับความปลอดภัย”นวัตกรในหมวกนักธุรกิจกล่าวและว่า หลังจากนี้จะหาทุน 20-30 ล้านบาท พัฒนาเครื่องต้นแบบออกสู่ตลาด รวมทั้งการส่งไปขอการรับรองมาตรฐานจากสำนักมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) และปรับปรุงในเรื่องของการดีไซน์ให้สวยงาม ทันสมัย ก่อนจำหน่าย
เอสเอ็มอีมีทางเลือก
"ต้องยอมรับว่า คนไทยยังยึดติดกับแบรนด์นำเข้า ไม่เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของคนไทยด้วยกันเอง ทั้งๆ ที่บางอย่างคนไทยทำได้ดีกว่า" เขาเล่าถึงปัญหาที่สร้างความกังวลใจมากที่สุด ด้วยก่อนหน้าเขาก็มีผลงานเครื่องชงกาแฟครบวงจร ทั้งเครื่องทำน้ำร้อน เครื่องบด เครื่องสีเปลือกและเครื่องคั่วกาแฟ ฯลฯ ที่ได้มาจากการย้อนรอยเครื่องชงกาแฟของแบรนด์ดังนำเข้า
เครื่องชงกาแฟที่ประสิทธิภาพสูงและใช้งานได้ครบวงจร แต่มีราคาถูก จะเป็นทางเลือกให้กับเอสเอ็มอี หรือผู้ที่ต้องการสร้างธุรกิจของตัวเองแทนการซื้อแฟรนไชส์กาแฟในราคาแพง
นอกจากการเป็นนวัตกรย้อนรอยแล้ว เขายังมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและติดตั้งระบบต่างๆ ในฟาร์มปศุสัตว์ ทั้งการทำระบบโรงเรือน ระบบควบคุมการจ่ายอาหารและระบบไฟฟ้า เป็นต้น โดยคลุกคลีและประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้กว่า 10 ปี
“ธุรกิจที่ทำอยู่แม้จะดูหลากหลาย แต่ความเป็นจริงผมก็เป็นเพียงเอสเอ็มอีรายหนึ่งเท่านั้น ปัจจัยที่จะทำให้อยู่รอดจริงๆ คือ การสนับสนุนจากภาครัฐในเชิงนโยบาย เช่น เงินทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา การขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้การคุ้มครองในเวลาที่รวดเร็ว เพิ่มโอกาสการแข่งขันในตลาดและทันคู่แข่งในตลาดโลก” จำรัส กล่าวทิ้งท้าย





