บอร์ดกทค.สรุปการตั้งกองทุนอินฟราฯ ฟันด์ ของกลุ่มทรู จำเป็นต้องขอไลเซ่นประเภท 3 ระบุหากขัดกฎ กลต. เอกชนต้องตั้งนิติบุคคลมารับใบอนุญาตแทน
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยภายหลังประชุมบอร์ด กทค.วานนี้ (17 ก.ย.)ว่า ที่ประชุมมีมติ ให้บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด ที่ขอจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตักเจอร์ ฟันด์ หรือ ไอเอฟเอฟ) ของบมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบภายใต้การกำกับดูแล ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
โดยกองทุนไอเอฟเอฟต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม แบบที่ 3 ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 หากกองทุนไม่สามารถตั้งได้ เนื่องจากขัดต่อกฏหมาย ก.ล.ต. กองทุนฯ ดังกล่าวต้องตั้งนิติบุคคลแทนกองทุนเพื่อขอยื่นใบอนุญาตประกอบกิจการแบบที่ 3
รายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบันทรูฯยังมีผลขาดทุนสะสม 50,000-6 0,000 ล้านบาทหลังจากลงทุนขนาดใหญ่ไปแล้ว ทั้ง 3จี บนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ ราว 30,000-40,000 ล้านบาท ทำให้ยังมีหนี้ระยะยาว 80,000 ล้านบาท ส่งผลต่อความสามารถในการก่อหนี้เพิ่ม ทั้งการกู้เงินเนื่องจากสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่สูงถึง 6 เท่า รวมถึงการเพิ่มทุน และการออกหุ้นกู้
อย่างไรก็ตามในอนาคตทรูจะมีรายได้เข้ามาต่อเนื่องในส่วนของค่าเช่าบริการโครงข่าย ซึ่งอยู่ในกลุ่มทรูโมบาย คือ ทรูมูฟเอช โดยมีรายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี อนาคตหากมีรายอื่นเพิ่มเข้ามาโอกาสเพิ่มรายได้จากค่าเช่าจะสูงกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี
ที่ประชุมกทค.ยังได้ประชุมร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ1800 เมกะเฮิตรซ์ ได้แก่ บมจ.กสท โทรคมนาคม ผู้ให้สัญญาสัมปทาน บริษัท ทรูมูฟ จำกัด บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) เครือบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (เอไอเอส) โดยที่ประชุมสั่งให้ กสท ทรูมูฟ และดีพีซี หาทางออกกรณีเงินที่คงค้างอยู่ในระบบซิมการ์ดในลูกค้า 2จี เดิมย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่หมดสัมปทานไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย.เงินที่ค้างอยู่ต้องส่งคืนให้ประชาชน รวมถึงการโทรเข้าคอลเซ็นเตอร์ เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการโอนย้ายเลขหมายจะต้องไม่คิดค่าบริการ
ส่วนการคำนวณต้นทุนโครงข่ายต้องเป็นต้นทุนคงที่ของกสท ค่าเช่าโครงข่าย ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งสำนักงานฯ อยู่ระหว่างตั้งคณะทำงานฯ ให้เสร็จใน 15 วัน ขณะที่ ทรูมูฟกับดีพีซีต้องมีรายได้ลดลงเนื่องจากมีผู้ใช้บริการลดลง โดยทั้ง 3 รายต้องส่งแผนแยกกัน





