"เอเอ็มดี" เปิดแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง ผนึกคู่ค้าผู้ผลิต-ค้าปลีกไอที ใส่เกียร์ลุยตลาดเกม ราชการ ต่างจังหวัด ประเมินตลาดรวมโน้ตบุ๊คตก
นายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีน บริษัท เอเอ็มดี ฟาร์ อีสท์ กล่าวว่า แผนธุรกิจครึ่งปีหลังเอเอ็มดีเน้นสินค้าซีพียู วางจุดโฟกัสไว้ที่ตลาดเกมเมอร์ ส่วนราชการท้องถิ่น รวมถึงตลาดต่างจังหวัดที่มีศักยภาพการเติบโตรองจากหัวเมืองใหญ่
เขากล่าวว่า กิจกรรมการตลาด สานต่อความร่วมมือกับแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าชั้นนำ ร้านค้าปลีกไอที และผู้ให้บริการเกมออนไลน์ เน้นกิจกรรมรูปแบบออนไลน์ และบีโลว์เดอะไลน์ตามไอที มอลล์ ชี้ให้ลูกค้าเห็นถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ พร้อมมีโปรโมชั่นพิเศษนำเสนอ
"เราพยายามมองหาโอกาสกับตลาดใหม่ๆ ที่แม้ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ชูจุดแข็ง คือ ราคาถูกกว่า ภายใต้งบประมาณการลงทุนเท่ากัน หากเป็นคอมพ์ประกอบเองของเอเอ็มดีจะถูกกว่า 2,400-2,500 บาท โน้ตบุ๊คแบรนด์ประมาณ 4,000 บาท จากนี้จะมีพีซีแบรนด์ ซีพียู และกราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ"
อย่างไรก็ตาม ตลาดรวมโน้ตบุ๊คมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตดึงกำลังซื้อไป ทว่าเดสก์ทอปกลับมีส่วนต่างกำไรดีขึ้นด้วยยอดขายทั้งปีคงที่เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาประมาณ 1 ล้านเครื่อง ในภาพรวมอุตสาหกรรมไอทีไทยปีนี้น่าจะเติบโตได้ไม่ถึง 10%
“คอนซูเมอร์ตกลงชัดเจนแต่ตลาดราชการและองค์กรมีแนวโน้มลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันต่อ เท่าที่ประเมินเองและพูดคุยกับตัวแทนจำหน่ายเห็นตรงกันว่าปีนี้ตลาดค่อนข้างเงียบ”
ขณะที่ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเริ่มส่งผลกระทบบ้างแล้ว คาดว่าต้นเดือนก.ย.ราคาสินค้าบางแบรนด์จะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ที่ผ่านมาผู้ผลิตหลายรายพยายามตรึงราคาไว้แต่เริ่มแบกรับไม่ไหวเนื่องจากขณะนี้ส่วนต่างกำไรสินค้าไอทีมีน้อย ด้านเอเอ็มดีจะพยายามตรึงราคาเดิมไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
อย่างไรก็ดี ครึ่งปีแรกผลประกอบการของบริษัทเป็นไปตามเป้า โดยมีส่วนแบ่งการตลาดซีพียู 26% โน้ตบุ๊ค 11% เดสก์ทอป 16% ออลอินวัน 35% ตั้งเป้าปี 2556 รายได้เติบโต 10% สัดส่วนมาจากคอมโพเนนท์สำหรับคอมพ์ประกอบเอง(ดีไอวาย) 65-70% ที่เหลือเป็นพีซีแบรนด์
พร้อมระบุว่า กลุ่มสมาร์ทโฟนอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับเออาร์เอ็ม ส่วนแทบเล็ตเริ่มเปิดตลาดบ้างแล้ว ประมาณต้นปีถึงกลางปีหน้าจะมี 3 รุ่นบนระบบปฏิบัติการวินโดว์สเข้ามาวางตลาดในไทย ส่วนความคืบหน้าธุรกิจในอินโดไชน่า เวียดนามเริ่มอยู่ตัว ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มจาก 3% เป็น 7% ขณะที่สหภาพพม่าเตรียมพัฒนาความสัมพันธ์กับดิสทริบิวเตอร์เพื่อโหมหนักตลาด





