ฮับบ้า(Hubba)เป็นมากกว่าพื้นที่นั่งทำงาน การแชร์เก้าอี้และเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะที่นี่คือ Coworking space แห่งแรก
บุษกร ภู่แส รายงาน
ฮับบ้า (Hubba) เป็นมากกว่าพื้นที่นั่งทำงาน การแชร์เก้าอี้และเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะที่นี่คือ Coworking space แห่งแรกที่เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ เป็นคอมมูนิตี้ของผู้คนที่หลากหลาย มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่าง ทั้งผู้ประกอบอาชีพอิสระและผู้ประกอบการหน้าใหม่ ที่พร้อมจะเกิดการร่วมมือสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ ไอเดียและธุรกิจใหม่ๆ มากมาย
Coworking space แม้จะเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย แต่เกิดขึ้นมานานแล้วในต่างประเทศ มีต้นแบบมาจาก มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก ที่เริ่มจากคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว เซอร์เกย์ บรินและแลร์รี เพจ สองผู้ก่อตั้ง “กูเกิล” และสตีฟ จอบส์ แห่งแอปเปิล
แชร์พื้นที่ แชร์ไอเดีย
ชาล เจริญพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้งฮับบ้า เล่าว่า จุดเริ่มต้นของ Hubba ซึ่งมีที่มาจากคำว่า ศูนย์รวมของคนบ้า เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2554 ที่เกิดอุทกภัยน้ำท่วมกรุง ประกอบกับจากการสำรวจยังไม่มีธุรกิจ Coworking space ในไทย จึงคิดที่จะสร้างพื้นที่ให้คนมาร่วมกัน มีเครือข่ายร่วมกัน แชร์ไอเดียกัน บนพื้นที่ใช้สอย 300 ตารางเมตร รองรับได้ 120 คน
"การนั่งทำงานอยู่คนเดียว ทำให้ไอเดียถูกปิดกั้น แต่พอมาแลกเปลี่ยนกัน ทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่คิดนั้นมีความเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน บางครั้งสิ่งที่เราคิด เคยมีคนทำมาก่อนแล้วล้มเหลว จุดขายของที่นี่คือการมาแลกเปลี่ยนไอเดีย หรือถ้าต้องการทีมงานเพิ่มที่นี่ก็มีคนที่พร้อมเข้ามาร่วมงาน ดีกว่าทำงานอยู่ที่บ้านซึ่งมีสิ่งรบกวนมาก จึงไม่น่าแปลกที่ฟรีแลนซ์หลายคนต้องออกมาทำงานตามร้านกาแฟ 24 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ 100%" เขากล่าว
ผู้ที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ งานออกแบบ ต้องการสถานที่จุดประกายไอเดีย มีทั้งชาวไทยและต่างชาติที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ส่วนตัวในโฮมออฟฟิศ มีหนังสือให้อ่าน พร้อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง เครื่องดื่มและขนม มีห้องครัว ไมโครเวฟ ตู้เย็น ในอัตราค่าบริการวันละ 265 บาท หรือสมาชิกรายปี 36,500 บาท
ช่วงแรกสมาชิกจะเป็นกลุ่มคนต่างชาติเป็นหลัก ที่เข้าใจคอนเซ็ปต์ Coworking เข้าใจ Startup ที่เกิดขึ้นเพราะในต่างประเทศมีมานานเกือบ 20ปี แล้ว แต่เมืองไทยเพิ่งเริ่มต้น แต่เป้าหมายต้องการให้คนไทยเข้าใจและหันมาใช้ประโยชน์จากคอมมูนิตี้ในลักษณะนี้ เพราะการแชร์ความคิดความรู้กับเพื่อนใหม่ จะรวมถึงการสร้างสายสัมพันธ์ที่มีส่วนทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมากขึ้น
วงจรธุรกิจแบบวิน-วิน
"เป้าหมายหลักของฮับบ้าคือ เจ้าของธุรกิจ startup ด้านเทคโนโลยีและครีเอทีฟ และคนทำงานอิสระ จึงต้องหาวิธีเข้าถึงคนเหล่านั้น ที่ง่ายและเร็ว ที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ได้ เนื่องจากเราไม่มีงบประชาสัมพันธ์มากมาย เรารู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ใช้เฟซบุ๊คในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ทั้งบนสมาร์ทโฟนและอื่นๆ ดังนั้น เพื่อให้เป็นที่รู้จักและเจาะได้ถึงในบ้านและร้านกาแฟ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งสำคัญ จึงต้องสื่อสารบนเฟซบุ๊ค"
ฮับบ้าในปัจจุบันซึ่งอยู่ใจกลางเขตเอกมัย/ทองหล่อ ไม่ใช่สถานที่กินกาแฟ นัดติวเตอร์หรือทำรายงานในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา จุดขายของการตั้งฮับบ้าคือ คอมมูนิตี้ของคนทำงาน ปัจจุจันมีผู้เข้ามาใช้บริการกว่า 2,000 คน ขณะที่มีผู้สมัครเป็นสมาชิกแล้วประมาณ 100 คน สัดส่วนคนไทยและต่างชาติเท่าๆ กัน หลังจากที่เปิดให้บริการไปแล้ว 6 เดือนก็คืนทุนได้สำเร็จ
ชาลกำลังจะเปิด Coworking space จ.เชียงใหม่ ในชื่อว่า PUN Space ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับหุ้นส่วนในพื้นที่ และมีโครงการที่จะขยายอีก 1-2 สาขาในกรุงเทพฯ
ความสำเร็จของ "ฮับบ้า" จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับการเพิ่มจำนวนธุรกิจ Coworking space ให้แพร่หลายในไทย พร้อมๆ กับการเพิ่มโอกาสความสำเร็จให้กับกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่อยู่ในคอมมูนิตี้นี้
ชมภาพเคลื่อนไหวได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=-HWCd6o10TM&feature=share&list=UUnNaLr3jrOdh7As6nt2HJFQ





