"กสท-ทรูมูฟ-ดีพีซี" คุมสิทธิดูแลผู้ใช้บริการมือถือต่อ ไม่เกิน 1 ปี ชงบอร์ด กทค. เคาะ 9 ส.ค. ตามด้วยบอร์ด กสทช. 14 ส.ค.
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการคณะอนุกรรมการเตรียมการกับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ วานนี้ (8 ส.ค.) ได้มีมติอย่างเป็นทางการให้ บมจ.กสท โทรคมนาคม บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่องสำหรับลูกค้าที่ยังคงต้องการใช้บริการดังกล่าว แต่ไม่เกินระยะเวลา 1 ปี ตามร่างประกาศมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือกรณีสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน หรือการสิ้นสุดใบอนุญาต
ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือคลื่นย่านความถี่ดังกล่าว 17 ล้านเลขหมาย
นอกจากนี้ ช่วงเวลาเยียวยาดังกล่าวต้องนำผลกำไรจากการดำเนินการหลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดนับตั้งแต่ 16 ก.ย.นี้เป็นต้นไป ส่งเป็นรายได้เป็นแผ่นดินทัั้งหมด ซึ่งจะแต่งตั้งคณะกรรมการจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาดำเนินการคำนวณรายได้และค่าใช้จ่าย รวมถึงเงินนำส่งคลัง เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
"ตามกฎหมาย กสทช. ต้องกำกับดูแลการให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่อง การใช้บริการห้ามเกิดปัญหาซิมดับ หรือสะดุด จึงมีมติให้รายเดิมทั้ง กสท ทรูมูฟ และดีพีซี บริการไปจนกว่าการเยียวยาจะสิ้นสุด ซึ่ีงมีระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยร่างประกาศเยียวยาจะเสนอให้บอร์ด กทค. พิจารณาวันนี้ (9 ส.ค.) และเสนอบอร์ดกสทช.วันที่ 14 ส.ค. เพื่อนำไปประกาศในราชกิจจา และบังคับใช้ต่อไป"
ส่วนการประมูลคลื่นความถี่ 1800 หรือการประมูล 4 จี กสทช. จะเดินหน้าตามกรอบระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ คือ เดือนก.ย. - ต.ค.2557 คาดว่าจะเปิดประมูลได้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการให้บริการโทรคมนาคม ซึ่งระหว่างนี้ สำนักงาน กสทช. ต้องเตรียมข้อมูลและวิเคราะห์ขั้นตอนการประมูล ราคาคลื่นความถี่ จำนวนคลื่นความถี่ รวมถึงรอผลการศึกษาจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู)
เบื้องต้นประมาณต้นปี2557 คาดว่าจะเห็นร่างประกาศประมูล 4 จี ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และนำไปสู่กระบวนการรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) และขั้นตอนการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อบังคับใช้ต่อไป





