ทิศทางการออกแบบ แสง เพื่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่ประหยัดพลังงาน แต่ต้องดึงศักยภาพแสงธรรมชาติมาใช้เต็มที่และสอดรับกับพฤติกรรม สวยเซอร์ไพร์ส"
แนวโน้มการออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ที่เราเรียกกันว่า Green หรือ Eco หลายคนเข้าใจเพียงนัยยะของความประหยัด หรือใช้พลังงานให้น้อยที่สุด (Economic) หรือบางคนก็เลือกมองเพียงด้านเดียว เน้นคืนความสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม (Ecology)
แต่ความจริงแล้ว กชกร วรอาคม ที่ปรึกษาด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรม เผยว่านวัตกรรมในอนาคตต้องคิดไปไกลกว่าความประหยัด แต่เปลี่ยนเป็นความคิดเชิงระบบ มุ่งตอบสนองคนหมู่มาก รวมทั้งสิ่งมีชีวิตนอกจากมนุษย์ด้วย
“เรื่องการประหยัดแข่งกันว่าใครประหยัดมากกว่ากัน เป็นเรื่องเอ้าท์แล้ว ที่ผ่านมาสังคมถูกชักนำด้วยการชี้วัดเป็นตัวเลข แต่ตอนนี้เราต้องกลับมาปรับทัศนคติในวงการดีไซน์ใหม่ โดยใช้สิ่งที่เรามีอยู่ อย่างแสงธรรมชาติ ให้เต็มศักยภาพมากที่สุด รวมทั้งกลับไปหารากเหง้า นำภูมิปัญญาบรรพบุรุษ มาประยุกต์ใช้ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะออกสู่ตลาดเรื่อยๆ”
OLED ยิ่งกว่า LED
หนึ่งในการตอบสนองแนวคิดดังกล่าว กชกร กล่าวว่าเทคโนโลยีอีโคไลท์ (Eco Light Technology) คือคำตอบของนวัตกรรมประหยัดพลังงานด้านแสงสว่าง ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ ทั้งธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรมไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนการผลิต สามารถนำไปออกแบบและประยุกต์ใช้ในพื้นที่และพื้นผิวต่างๆได้อย่างหลากหลายและรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกัน
“แนวทางการนำ Eco Light Technology มาใช้ในการออกแบบ เป็นที่นิยมสูงขึ้นในระดับสากล อย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ในส่วนจัดแสดงภาพโมนาลิซ่า นักออกแบบเลือกใช้หลอดประหยัดพลังงาน LED เพื่อช่วยรักษาคุณภาพของสีและภาพให้สภาพคงอยู่เช่นเดิม และเป็นที่รับรู้ในกลุ่มดีไซเนอร์ รวมทั้งหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนในหลายๆประเทศก็เริ่มใช้ LED กันอย่างแพร่หลาย ข้อดีของมันช่วยลดต้นทุนไฟฟ้าต่ำลงไป 15-70% และคืนทุนได้ไม่เกิน 2 ปี”
แต่ตอนนี้เห็นท่าว่าแอลอีดีจะโดนแซงหน้าด้วย OLED เทคโนโลยีล่าสุดของพลาสติกเรืองแสงนาโนคล้ายแผ่นฟิล์มที่มีความโปร่งใส เปลี่ยนมิติให้แสงสีต่างๆ สามารถปรับโค้งงอได้ตามรูปแบบที่ต้องการ โดยไม่ต้องยึดติดว่าต้องเป็นพื้นเรียบ หรือติดเหลี่ยมมุมฉาก มันสามารถเปลี่ยนภาษาแสง ให้กลับไปใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติได้มากที่สุด ทั้งยังไม่มีสารปรอทกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความร้อนที่ปล่อยออกมาจากหลอดน้อย ทำให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มาก
“โอแอลอีดี ช่วยลดข้อจำกัดของแอลอีดี ไม่ต้องยึดติดเพียงรูปทรงของหลอด ไม่ต้องใช้สตาร์เตอร์หรือบาลาซ ทำให้ยืดหยุ่นในการใช้งาน ไอเดียการออกแบบจึงกว้างขึ้นไปได้อีก Mood & Tone เปลี่ยนไป จึงเสริมและรองรับประสิทธิภาพการออกแบบได้มาก แถมยังถนอมสายตา ปรับแสงสว่างได้เนียนเหมือนธรรมชาติ หรือเพิ่มแสงได้ตามต้องการ ในขณะที่ยังคงประหยัดไฟได้เหมือนเดิม แต่เพิ่มอายุการใช้งานได้นานกว่าเดิมถึง 3 เท่าจากหลอดปกติ”
กชกร ยกตัวอย่างงานดีไซน์ที่ใช้หลอดไฟชนิด OLED ให้เห็นภาพของอาคารต่างๆย่านไทม์สแควร์ นิวยอร์ก หรือตามป้ายโฆษณาในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น ส่วนในเมืองไทยคาดการณ์ว่าใช้หลอดชนิดนี้ในโครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กว่า 10% และอีกหลายๆหน่วยงานในอนาคต
กูรูการออกแบบและสถาปัตยกรรม บอกต่อว่า เพราะ OLED เป็นสิ่งใหม่ หน้าที่ของนักออกแบบจึงต้องสร้างการตัดสินใจ (Decision Maker) เปลี่ยนทัศนคติเจ้าของโครงการให้เลือกสรรวัสดุให้เหมาะสมกับการออกแบบอย่างแท้จริง โดยไม่เสียอัตลักษณ์ของงานออกแบบนั้นๆ อาจเลือกใช้ LED แทนหลอดไฟธรรมดา และจัดสรร OLED ในพื้นที่ที่ต้องการโชว์จริงๆ และปรับโครงสร้างงานออกแบบโดยรับแสงธรรมชาติให้มากขึ้น
เทรนด์พลังงานไทย-อาเซียน
กชกร กล่าวว่า กระแสการทำตลาดหลอด OLED ในเมืองไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากผู้ผลิตต่างประเทศ เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นไทยเองก็ต้องรู้ทันความต้องการไร้ขีดจำกัดของผู้บริโภครุ่นใหม่ กับนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์โลกอนาคตนี้
“อย่างน้อยๆเราก็ต้องมองเรื่องความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยและเตรียมพร้อมสู่ AEC เชื่อว่าธุรกิจต่างๆมีความตื่นตัวและต้องการใช้พลังงานสูง คาดการณ์ว่าสัดส่วนรวมกันสูงกว่าร้อยละ 70 แต่ตอนนี้เรายังต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานเชื้อเพลิงจากประเทศเพื่อนบ้านอยู่เลย รวมถึงแนวโน้มลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศก็จะถูกหยิบยกมาถกเถียงกันมากขึ้นในเวทีโลก เราก็ต้องแสวงหาแนวทางการบริหารจัดการพลังงานที่รองรับอย่างรอบด้าน และอีโคไลท์ก็จะเข้ามาตอบโจทย์นี้ได้”
และเพื่อให้กระแสของนวัตกรรมแสงเพื่อสิ่งแวดล้อม กับเทรนด์ใหม่ของแสงอย่าง OLED ตลอดจนแนวทางการพัฒนาต่อยอด LED ในรูปแบบของลำแสงเซ็นเซอร์เป็นที่รับรู้ในเมืองไทยและภูมิภาคนี้ จึงเกิดเป็นงาน EcoLightTech Asia โดยหวังจะเป็นศูนย์กลางเรื่องแสงอีโคในกลุ่มประเทศอาเซียน
“อาเซียน คือตลาดของผู้ซื้อทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเร่งให้ไทยเป็น Hub ผู้ผลิตเทคโนโลยีนี้ให้ได้ พร้อมหาพาร์ทเนอร์เพื่อให้กลุ่มผู้ผลิตดั้งเดิมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และขยายตลาดไปยังลูกค้าอาเซียนและภูมิภาคอื่นต่อไปได้อีก”
เพราะ“แสง”มีความเร็วกว่าเสียง ผู้ประกอบการไทยจึงต้องว่องไวปรับใช้เทคโนโลยีแสง





