วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอศกรีม ธุรกิจไม่ละลาย

ไอศกรีมสัญชาติไทยแบรนด์ Just Jela (จัซซ เจล่า) แฝงกลิ่นอายต้นตำรับจากอิตาลี นำเสนอจุดขายผ่านงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

ไอศกรีมสัญชาติไทยแบรนด์ Just Jela (จัซซ เจล่า) แฝงกลิ่นอายต้นตำรับจากอิตาลี นำเสนอจุดขายผ่านงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ในราคาไม่แพงแต่ใช้วัตถุดิบคุณภาพ และคัดเลือกวัตถุดิบตามความคิดสร้างสรรค์ ประกาศวางตัวอยู่ในระดับพรีเมียม แชร์ส่วนแบ่งจากแบรนด์ดังนำเข้าอย่าง ฮาเก้นดาส สเว่นเซนส์และบาสกิ้นรอบบิ้นส์

เอกลักษณ์เฉพาะของจัซซ เจล่าคือ ไอศกรีมเค้กแฟนซีรูปการ์ตูน โดยเฉพาะ “มินิ เฟอร์บิโอ้” ตัวดึงดูดชั้นดีสำหรับการบอกต่อทั้งแบบปากต่อปากและการแชร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค นอกจากทำให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มของคนรักไอศกรีม ยังทำให้ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ให้ความสนใจ และเปิดโอกาสให้ร่วมโชว์ความคิดสร้างสรรค์ในงานไอศกรีมเฟสติวัลของเครือเซ็นทรัล ตลอดจนการออกบูทในห้างสรรพสินค้าต่างๆ

:: คาแรกเตอร์สร้างแบรนด์

จัซซ เจล่า มีจุดเริ่มต้นจาก "กุลณัฐฐา วีวัยวุธภิญโญ" อดีตนักเรียนไทยในต่างแดนที่บังเอิญติดอกติดใจกับเจลาโต้หรือไอศกรีมสัญชาติอิตาลี จึงตัดสินใจเรียนทำไอศกรีมจากแหล่งต้นตำรับรสชาติ และเข้าทำงานหาประสบการณ์ทางธุรกิจในร้านไอศกรีมที่ประเทศอังกฤษอีก 1 ปี

จากนั้นจึงกลับไทย และสร้างแบรนด์ Just Jela ด้วยแนวคิดว่า More than jelato มากกว่าไอศกรีม หาทานที่ไหนไม่ได้หรือไม่เหมือนทานที่นี่

เธอยอมรับว่า ตลาดไอศกรีมคู่แข่งเยอะ ยิ่งเธอเปิดขายออนไลน์ ลูกค้าจะไม่ได้ลองลิ้มชิมรสไอศกรีมของจริง จึงคิดที่จะขายไอเดียให้คนสนใจ บวกกับความถนัดในการสร้างสรรค์งานศิลปะรูปการ์ตูนน่ารัก ๆ จึงเกิดเป็นไอศกรีมเค้กรูปการ์ตูนต่าง ๆ รวมถึงรูปหน้าคนตามที่ลูกค้าสั่งทำได้อีกด้วย

“แม้จะสวยงาม โดนใจคน แต่หากรสชาติไม่โดนใจ ลูกค้าก็จะมาแค่ครั้งแรก ไม่กลับมากินอีก จึงต้องใส่ใจเรื่องของคุณภาพและรสชาติ โดยพัฒนาสูตรมากกว่า 100 รสชาติสลับกันไป โดยไม่ใส่สารกันบูด สารกันเสีย แต่เป็นนมสดแท้ 100% โดยที่ซื้อน้ำนมดิบมาฆ่าเชื้อด้วยเครื่องพาสเจอร์ไรซ์ที่ซื้อมาใช้ในโรงงานโดยเฉพาะ ทำให้ได้นมสดใหม่” เจ้าของแบรนด์ชี้ พร้อมเสริมว่า นอกจากนี้ ยังไม่ใช้น้ำมันพืช เนยขาว และสีสังเคราะห์ แต่อาศัยเทคนิคการผสมผลไม้จริงสีต่าง ๆ ให้ได้เนื้อไอศกรีมที่มีสีสันสดใส

:: เพิ่มช่องทางของฝาก

กุลณัฐฐาต้องการเปลี่ยนมุมมองของธุรกิจไอศกรีม ไม่ใช่แค่ของทานเล่น แต่สามารถเป็นของฝากของที่ระลึก ด้วยรูปแบบความเป็นแฟนซีที่ดูน่ารัก สวยงามจึงตอบโจทย์ของฝากได้ดี แต่ต้องปรับแก้ข้อจำกัดคือ ละลายง่าย สามารถอยู่ได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงโดยใช้น้ำแข็งแห้ง จึงไม่มีบริการจัดส่ง นอกจากให้ลูกค้ามารับเอง การจัดส่งจึงเป็นทางออกสำหรับการพัฒนาธุรกิจในอนาคต

โรงงานขนาดเล็กของจัซซ เจล่านั้นมีกำลังการผลิต 500 กิโลกรัมต่อวัน โดยยอดขายอยู่ที่ 70-80 สกูปต่อวัน ตั้งเป้าที่ 100 สกูปต่อวัน ในขณะที่ไอศกรีมเค้กแบบสั่งทำ จะรับเดือนละไม่เกิน 10 ออเดอร์ เนื่องจากต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการผลิตงาน

“เราจะเน้นการตลาดที่ไม่ใช้งบประมาณสูงอย่างการตลาดออนไลน์ แต่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง และในอนาคตจะร่วมเว็บไซต์ต่างๆ ในการโปรโมทแบรนด์ ขณะเดียวกันก็จะออกอีเวนท์ เช่น ไอศกรีมเฟสติวัล และออกสื่อต่างๆ ให้มากขึ้น

ภายในปี 2556 เธอยังตั้งเป้าจะเพิ่มอีก 2 สาขา ในรูปของคิออสในห้างสรรพสินค้า จากนั้นก็จะเริ่มศึกษาระบบแฟรนไชส์ ซึ่งจะช่วยให้จัซซ เจล่าเข้าถึงตลาดต่างจังหวัดได้มากขึ้น แต่จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเพื่อลดข้อจำกัดในเรื่องของตัวสินค้าและการออกแบบ รวมถึงการควบคุมคุณภาพไอศกรีมให้นิ่ง

ส่วนยอดขายในปีนี้ เธอตั้งเป้าที่ 3.5-4 แสนบาท เพิ่มจากปีแรกที่ขายเป็น 2 เท่า เนื่องจากมีหน้าร้านที่แน่นอน มีการเพิ่มคนทั้งในแง่ของการผลิตและออกแบบ ทำให้รับออเดอร์ได้มากขึ้น รับกลุ่มลูกค้าใหม่เข้ามามากขึ้น

“จุดสูงสุดที่วางไว้คือ อยากจะให้เป็นที่รู้จักในไทย ติด 1 ใน 5 แบรนด์แรกที่นึกถึงในตลาดพรีเมียม นอกเหนือจากแบรนด์ดังนำเข้า” กุลณัฐฐาย้ำ

** ติดตามภาพและเสียงผ่าน iSnap หรือ www.youtube.com/watch?v=1mkcy5JwCQg