"ง่ายๆแค่คิดว่าดีไซน์ ไม่ใช่เรื่องเดียวกับแรงบันดาลใจ มันก็แค่หยิบดินสอ กับกระดาษ แล้ววาดออกมาในสิ่งที่คิด" คำกล่าว Andre Fu นักออกแบบโลก
Andre Fu นักออกแบบที่มีผลงานระดับโลก ใช้ประโยคนี้ตอบคำถามดีไซเนอร์รุ่นน้อง พร้อมแนะนำ "เทคนิค" ประยุกต์และสร้างสรรค์งานออกแบบได้แบบ "ของใครของมัน"
"แรงบันดาลใจจากงานดีไซน์ระดับโลก สู่สุดยอดงานดีไซน์ในสไตล์ของคุณเอง" (Global Design Inspiration) หัวข้อการประกวดออกแบบปรับปรุงห้องน้ำในสถาบันการศึกษาของ คอตโต้ นำไปสู่การ “เผยไต๋” วิธีการผลิตงานเฉพาะตัวของอังเดร ฟู นักสร้างสรรค์ผลงานออกแบบที่สะท้อนความอ่อนไหวแบบเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารและโรงแรมระดับโลก รวมทั้งผู้ก่อตั้งสตูดิโอของตัวเองในชื่อ AFSO ที่ฮ่องกง
ถึงแม้ว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งบนเกาะฮ่องกงจำเป็นต้องพึ่งพาการออกแบบโดยคำนึงถึงศาสตร์ฮวงจุ้ย แต่สำหรับนักออกแบบคนนี้ถึงจะเป็นคนฮ่องกง แต่กลับไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย เขาแค่ถามความต้องการลูกค้า แล้วก็ออกแบบให้สอดคล้อง กลมกลืน สะดวกสบาย สามารถสร้างความรู้สึกดีให้เกิดขึ้นได้ อังเดร ฟู ย้ำว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนดีไซน์ของเราเพื่อฮวงจุ้ยโดยเฉพาะก็ได้
"เราไม่ควรจำกัดตัวเองด้วยคำนิยามของคนอื่น แต่ต้องถามใจตัวเองว่าต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนอย่างไร ผมจึงไม่อยากโดนจัดวางประเภทงานของตัวเองว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่ขอทำงานดีไซน์ที่มีแนวทางออกแบบเฉพาะตัวและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็พอแล้ว”
แชร์ประสบการณ์
กระบวนการสร้างงานแบบ Andre Fu มีดังต่อไปนี้...เริ่มด้วย Layering การทำให้เป็นชั้นๆ
โครงการจะมีคุณค่าเมื่อมีโครงสร้างหลายๆชั้น อาจหมายถึงทางระนาบ อาจแบ่งเป็นห้องๆ มีแนวกั้น หรือแบ่งชั้นในแนวดิ่ง เพื่อให้สามารถเล่าเรื่องได้ทั้งหมด และสะท้อนความรู้สึกที่ต้องการจะสื่อออกมาว่าอยู่ตรงตำแหน่งใดของพื้นที่
เขายกตัวอย่างโรงแรม Fullerton Bay ที่สิงคโปร์ว่า ได้ผสมผสานมรดกในอดีตของชนชาติจีนและมุสลิมที่สิงคโปร์ไว้ในแต่ละชั้น แล้วนำมาตีความให้เข้ากับยุคสมัย ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความทรงจำในอดีตกลับมาด้วย
ตามด้วยการเล่าเรื่อง (Storyteller) งานดีไซน์ที่ออกมาต้องสามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่อยากบอกเล่าได้ นักออกแบบมีหน้าที่ทำจินตนาการนั้นให้จับต้องได้แบบสามมิติ
นักออกแบบหนุ่มคนนี้ยกตัวอย่างร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง เขามีไอเดียเรื่องสัญลักษณ์แทนประเทศ คือดอกซากุระ จึงดีไซน์ล็อบบี้ทางเข้าเป็นเด็กผู้หญิงกำลังวาดรูปดอกซากุระ แล้วพอเลื่อนสายตาขึ้นไปที่กระดาษ ซึ่งทำด้วยเซรามิก มันกำลังปลิวเพราะลมพัดมา กระดาษที่มีรูปดอกซากุระเหล่านั้นจึงติดอยู่บนเพดาน กำแพงและที่พื้น พอเดินลึกเข้าไปในร้าน จะปรากฏกล่องไม้ที่มีกระดาษเหล่านั้นตกลงไป แต่ภายในแปลงร่างเป็นดอกซากุระจริง
เทคนิคถัดมาของอังเดร ฟู คือการใส่ Sense of Place ความระลึกถึงสถานที่นั้นๆ โดยไม่ใช้การลอกเลียนแบบ แต่สร้างความรู้สึกให้เหมือนกับว่าได้เข้าไปอยู่ในสถานที่ใดที่หนึ่ง หรือเป็นส่วนหนึ่งกับสถานที่นั้น อย่างการออกแบบภัตตาคารจีน หากต้องการสื่อความเป็นจีน อาจใช้สัญลักษณ์ผีเสื้อโบราณของจีน ทำให้เป็นยุคสมัยใหม่ด้วยโมโนกราฟ เป็นต้น
“มีงานหนึ่งที่ท้าทายมาก คือ Upper House ผมต้องออกแบบทุกอย่างตั้งแต่ทางเข้า-ออก ยูนิฟอร์ม แจกันดอกไม้ ที่วางสบู่ ผมก็มองสิ่งแวดล้อมภายนอก ผมอยากให้คุณค่าธรรมชาติในพื้นที่ ก็ดีไซน์เลียนแบบการเดินทาง มีจุดแวะพัก โดยแต่ละจุดมีงานศิลปะวางอยู่ ด้านนอกอาคารเป็นวิวอ่าว ผมก็ดีไซน์พื้นที่ลิฟท์ขึ้นลงให้เป็นกระแสน้ำในอ่าวยามแสงจันทร์ตกกระทบ”
นอกจากนั้น ยังมีการสร้างจุดประทับใจไม่รู้ลืม (Iconic Moment) เขาเสนอตัวอย่างร้านอาหารญี่ปุ่นในจีน โดยปิ๊งไอเดีย “คาบูกิ” (ตัวละครญี่ปุ่นที่วาดใบหน้าหลายสี) ที่ถูกดาบซามูไรฟันฉับ กลายเป็นภาพกราฟฟิก คาบูกิเชิงซ้อนแตกตัว แล้วนำหมวกคาบูกิมาประดับไว้บนเพดาน ทำตัวต่อ (Puzzle) ติดเพดานเป็นลายมังกร หรือจะเป็นพิพิธภัณฑ์รองเท้า ซึ่งต้องให้ความสำคัญเรื่องไลฟ์สไตล์มากกว่าขายสินค้า จึงโชว์ความคิดเลียนแบบห้องสมุด นำหนังสือมาเรียงกันเป็นชั้นวางรองเท้า เป็นต้น
ดีไซเนอร์คนเก่ง กล่าวต่อว่า ยังมีเทคนิคอีกมากที่เขานำมาใช้ อาทิ การสร้างความซับซ้อน เช่นดึงเอาสิ่งต่างๆที่คิดมากลับหัวกลับหาง บ้างก็ใช้โทนสีเป็นตัวเดินเรื่อง หรือหลักการผสมผสานความเป็นสมัยใหม่และเก่าเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน หรือแม้กระทั่งนำมรดกทางปัญญาของคนรุ่นก่อนมาใช้เลยก็มี ซึ่งคนไทยได้เปรียบในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
"จริงๆหลักการก็อยู่ที่ว่าเราจะสร้างมันให้ดีได้อย่างไร แรงบันดาลใจมาเองโดยธรรมชาติ แต่เราต้องทำวิสัยทัศน์ให้เป็นจริง ผมมักทำอะไรที่ตรงข้ามกับสิ่งที่คนอื่นพูด คำว่าดีไซน์ของผมคือความมุ่งมั่นที่จะทำ เรามาเล่าเรื่องลูกค้าโดยฟังว่าลูกค้าต้องการอะไร จากนั้นก็หาแหล่งความรู้ คำนึงเรื่องพื้นที่ (Space) เข้าใจมิติเทคนิคและพื้นเพ (Background) ดีไซน์ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันในนิตยสาร แต่มันต้องมีรากฐานประโยชน์ใช้สอยจริง" นักสร้างสรรค์เชื้อสายฮ่องกงกล่าวทิ้งท้าย





