วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วท. จัดทัพเทคโนฯปราบไข้เลือดออก

กระทรวงวิทย์ฯ จัดทัพเทคโนฯปราบไข้เลือดออก –ฆ่ายุงได้ คนปลอดภัย ฝีมือไทยทำ

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยการนำความสำเร็จผลงานพัฒนาแบคทีเรียกำจัดลูกน้ำยุงลายพาหะไข้เลือดออก และมุ้งนาโนที่มีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันและกำจัดยุงให้ตายเฉียบพลัน ลงในพื้นที่เสี่ยงที่จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีจำนวนผู้ป่วยมีจำนวนสูงกว่ามัธยฐานย้อนหลัง5 ปี +20% ทั้งนี้ ปัจจุบันโรคไข้เลือดออกกำลังแพร่ขยายในหลายประเทศ จึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “โรคอุบัติซ้ำ” ที่เป็นปัญหาสำคัญของโลก

จากการคาดการณ์จะก่อให้เกิดความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจจากโรคดังกล่าวมูลค่าระหว่าง 2,000 – 10,000 ล้านบาท ซึ่งผลกระทบดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงผลกระทบทางสังคมและจิตใจ รวมทั้งรายได้ที่สูญเสียไประหว่างการป่วยของผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย และงบประมาณที่ภาครัฐใช้ไปในการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก

ทั้งนี้ การใช้วิธีลดแหล่งการแพร่พันธุ์เพื่อควบคุมจำนวนยุงลายในแต่ละปี ตลอดจนการลดการสัมผัสยุง นับเป็นวิธีที่ใช้ควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ได้รับการยอมรับจากองค์การนามัยโลกในปัจจุบัน สำหรับแบคทีเรียกำจัดลูกน้ำยุงลายดังกล่าว สวทช.ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ผลิตคือ บริษัท ทีเอฟไอกรีนไบโอเทค จำกัด เป็นผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีไปผลิตและจำหน่าย โดยผ่านการทดสอบและขึ้นทะเบียนการอนุญาตใช้ผลิตเพื่อจำหน่าย โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)แล้ว ส่วนมุ้งนาโน สวทช.ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้บริษัท เน็ทโต้ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด โดย ดร.พีรพันธุ์ เปิดเผยในรายละเอียดว่า

“ ไข้เลือดออกเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพราะฉะนั้นจึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มโรคอุบัติซ้ำ ซึ่งสถานการณ์ผู้ป่วยไข้เลือดออกในปัจจุบันของประเทศไทย พบว่าอัตราการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก และอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะของโรคสูงขึ้น โดยเฉพาะปี พ.ศ.2556 พบจำนวนผู้ป่วยที่สูงผิดปกติ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา

สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานสถานการณ์ผู้ป่วย จำนวน 54,042 ราย อัตราป่วย 84.34 ต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้เสียชีวิต 62 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.11 รูปแบบการเกิดโรคไข้เลือดออกของประเทศไทยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง คือ มีผู้ป่วยมากในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม ของทุกปี กลุ่มเสี่ยงยังคงเป็นกลุ่มอายุ 0 - 14 ปี แต่ในกลุ่มอายุ 15 - 24 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มอัตราป่วยสูงขึ้น พบผู้ป่วยไข้เลือดออกกระจายทุกจังหวัดของประเทศไทย และพบว่าบางจังหวัดมีจำนวนผู้ป่วยมีจำนวนสูงกว่ามัธยฐานย้อนหลัง5 ปี +20% (ข้อมูลจาก กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข http://epid.moph.go.th)

องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่า โรคดังกล่าวจะก่อให้เกิดความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจประมาณ 2,000 – 10,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมผลกระทบทางสังคมและจิตใจอีกด้วย โดยที่ผ่านรัฐบาลใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง เพื่อใช้รณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกในแต่ละปี เพื่อสร้างความตระหนักและตื่นตัวในการป้องกันตนเองจากโรคไข้เลือดออก รวมไปถึงสร้างแรงจูงใจให้ผู้ปกครองหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ต้องกำจัดทำลายเพื่อไม่ให้มีกระทบต่ออนาคตของลูกหลานและคนในครอบครัว แต่อย่างไรก็ตามเป็นเพียงการควบคุมและป้องกันที่ปลายเหตุเท่านั้น

ดังนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงมอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำนวัตกรรมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลายรูปแบบที่มีศัยกภาพช่วยลดแหล่งการแพร่พันธุ์ยุงลาย รวมไปถึงวิธีการลดการสัมผัสยุง ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ต้นเหตุ โดย สวทช. กระทรวงวิทย์ฯ ได้นำเทคโนโลยีแบคทีเรียกำจัดและควบคุมลูกน้ำยุงลายพาหะนำโรค จำนวน 10,000 ซอง (หนึ่งหมื่นซอง) ขนาดบรรจุซองละ5 กรัมซึ่งใช้ผสมน้ำได้200ลิตร มีประสิทธิภาพควบคุมลูกน้ำยุงลายได้นานถึง45 วัน และมุ้งเคลือบน้ำยาฆ่ายุงนาโน จำนวน 1,000 หลัง (หนึ่งพันหลัง) ร่วมรณรงค์ในพื้นที่เสี่ยง ในจังหวัดยโสธรเพื่อลดการเกิดโรคไข้เลือดออกที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้

ดร.พีระพันธุ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแบคทีเรียกำจัดลูกน้ำยุงลายดังกล่าวมีชื่อว่า “บาซิลลัส ธูรินจิ เอ็นชิส อิสราเอลเอ็นซิส”พบได้ในธรรมชาติทั่วไปและเป็นศัตรูธรรมชาติของลูกน้ำยุงลายอยู่แล้ว แบคทีเรียดังกล่าวมีคุณสมบัติทำลายกระเพาะอาหารของลูกน้ำยุงลาย ทำให้ลูกน้ำยุงลายอดอาหารและตายในที่สุด โดยออกฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำยุงลายได้ภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยลดการสัมผัสยุงคือการใช้มุ้งเคลือบน้ำยาฆ่ายุงนาโน ซึ่งมาจากการสังเคราะห์สารเคมีที่มีชื่อ Deltamethrin ที่เลียนแบบจากสารสกัดในธรรมชาติชนิดที่มีคุณสมบัติป้องกันยุง เช่น ดอกเก๊กฮวย ดอกดาวเรือง โดยกลไกการทำงานคือ สารสังเคราะห์ชนิดนี้จะซึมผ่านประสาทสัมผัสยุงที่ปลายขาซึ่งมีความไวต่อสารกลุ่มนี้เป็นพิเศษ และมีผลต่อระบบประสาทของยุงทำให้ช็อกตายในที่สุด โดยคงประสิทธิภาพต่อการซักล้างได้มากกว่า 30 ครั้ง

กระทรวงวิทย์ฯ ยังได้เตรียมวางแผนลงพื้นที่ในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติมอีก 5 จังหวัด ประกอบด้วย นครพนม แม่ฮ่องสอน ภูเก็ต เพชรบูรณ์ และระยอง เพื่อขยายผลการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยพัฒนาของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และแก้ปัญหาตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ตลอดจนนำส่งผลงานวิจัยที่สามารถตอบสนองความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างทันการณ์และต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป