จุฬาฯ รับมอบเครื่องไพโรไลซิส จากไจก้า(JICA) เปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วเป็นน้ำมันดีเซล พร้อมให้รัฐ-เอกชน ศึกษาการทำงาน
จุฬาฯ รับมอบเครื่องไพโรไลซิส จากไจก้า(JICA) เปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วเป็นน้ำมันดีเซล พร้อมให้รัฐ และเอกชน ศึกษาการทำงาน ส่งงานวิจัยจากหิ้งสู่ภาคอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ
โครงการส่งเสริมศักยภาพการใช้ชีวภาพและชีวมวลในการผลิตเชื้อเพลิงและเคมีภัณฑ์ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตเชิงอุตสาหกรรมและเพื่อส่งออกเทคโนโลยี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ. แก่งคอย จ. สระบุรี รับมอบเครื่องไพโรไลซิส(เครื่องผลิตดีเซลโดยตรงจากน้ำมันพืช) จาก องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency - JICA) ร่วมกับ องค์การวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประเทศญี่ปุ่น (Japan Science and Technology Agency - JST) โดยเป็นงานวิจัยร่วมกันระหว่าง มหาวิทยาลัยคิตะเคียวชู ประเทศญี่ปุ่น (Kitakyushu University, Japan) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เครื่องมือดังกล่าวใช้ในการผลิตดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้วได้โดยตรงโดยไม่ใช้เมทานอลและไม่เกิดกลีเซอรอลและน้ำเสีย ยิ่งกว่านั้นดีเซลที่ได้มีคุณสมบัติใกล้เคียงดีเซลที่มาจากปิโตรเลียม ผลงานดังกล่าวเป็นผลมาจากการผสานทุกความร่วมมือทำวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง พร้อมกันนี้ได้นำคณะเยี่ยมชมทั้งโครงการ การแปรรูปชีวมวลรวมถึงขยะชุมชนเป็นเชื้อเพลิงของแข็ง ของเหลวและก๊าซอย่างครบวงจร แห่งแรกในประเทศไทย พร้อมเป็นพื้นที่ศึกษาการกำจัดขยะทั้งระบบอย่างมีประสิทธิภาพ
ศาสตราจารย์ ดร. ธราพงษ์ วิทิตศานต์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมีเทคนิค คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าโครงการส่งเสริมศักยภาพการใช้ชีวภาพและชีวมวลในการผลิตเชื้อเพลิงและเคมีภัณฑ์ฯ กล่าวว่า เดิมการวิจัยด้านเชื้อเพลิงชีวภาพและชีวมวลประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในระดับห้องปฏิบัติการ แต่เพื่อให้งานวิจัยก้าวหน้าจากระดับห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม จึงเกิดโครงการนี้บนพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรีเพื่อเป็นที่แสดงโรงผลิตเชื้อเพลิงนำร่องที่สอดคล้องกับงานวิจัยเพื่อให้เกิดการต่อยอดในภาคการผลิต ที่จะเป็นส่วนเสริมการผลิตเชื้อเพลิงที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
“งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลสนับสนุนเป็นเงิน 450 ล้านบาทเพื่อการเรียนและเริ่มพัฒนาพื้นที่พร้อมกับการรับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการสนับสนุนทุนในโครงการวิจัยต่างๆ ทั้งนี้ ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพการใช้ชีวภาพและชีวมวลในการผลิตเชื้อเพลิงและเคมีภัณฑ์ฯ มีโรงปฏิบัติการเพื่องานวิจัยด้านการผลิตพลังงานจากชีวภาพอย่างครบวงจร ตั้งแต่ โรงปฏิบัติการผลิตไบโอแก๊สด้วยการหมัก 2 ขั้นตอน โดยใช้วัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรและขยะอินทรีย์ (เศษอาหาร, เศษผัก ผลไม้ เป็นต้น) หมักในบ่อหมักขนาด 500 ลูกบาศก์เมตร ได้ไบโอแก๊สเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้า ขนาด 100 กิโลวัตต์ใช้ในโครงการฯ
ขณะเดียวกันผลพลอยได้ในขั้นตอนการผลิต ยังจะได้ปุ๋ยเมล็ดและปุ๋ยน้ำอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีโรงปฏิบัติการผลิตก๊าซสังเคราะห์ จากชีวมวลโดยกระบวนการแกซิฟิเคชั่น (การเปลี่ยนรูปพลังงานจากชีวมวลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงแข็งให้เป็นแก๊สเชื้อเพลิง โดยมีงานวิจัยเชิงลึกในการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อลดน้ำมันทาร์ โรงปฏิบัติการนี้สามารถรองรับวัตถุดิบเหลือทิ้งจากการเกษตรได้ 2.5 ตันต่อวัน ก๊าซที่สังเคราะห์ได้จะนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตไฟฟ้าได้ขนาด 100 กิโลวัตต์ต่อวัน และใช้ผลิตน้ำมันดีเซลด้วยกระบวนการฟิสเซอร์โทรปส์ (Fischer-Tropsch synthesis) 100 ลิตรต่อวัน เป็นต้น”
นอกจากมอบเครื่องไพโรไลซิสเพื่อการดำเนินงานวิจัยด้านการผลิตดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว ทาง องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency - JICA) ยังมอบทุนให้กับนักวิจัยประจำโครงการที่ประกอบด้วยอาจารย์ นักวิจัย และนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา ไปฝึกอบรมที่ประเทศญี่ปุ่นตลอดโครงการซึ่งระยะดำเนินการโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเป็นเวลา 4 ปี
“เห็นได้ว่าจุฬาฯ ให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัย นักวิจัย, อาจารย์และนิสิตได้ศึกษาร่วมกันและ นำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม เช่นเดียวกับโครงการวิจัยข้างต้น ที่หากมีการนำไปใช้ในทุกพื้นที่ของประเทศไทยแล้ว นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาน้ำมันพืชใช้แล้วหรือขยะล้นเมืองแล้ว ยังสามารถได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นพลังงานมาหมุนเวียนใช้ในพื้นที่นั้นๆ นับเป็นนำงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง สร้างอย่างเป็นรูปธรรม” ศ.ดร.ธราพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย





