เพิ่มมิติให้ชีวิตด้วยเสื้อผ้าสวมใส่สองด้าน ที่บริษัท บูติค นิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) บรรจงออกแบบเพื่อเอาใจสาวๆวัยทำงาน
40 ปีของ บริษัท บูติค นิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) เริ่มต้นจากการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปสตรีเป็นทางเลือกให้แม่บ้านสะดวกซื้อ แต่ปัจจุบันกำลังผันตัวเองเป็นผู้นำด้านการผลิตเสื้อผ้าฟังก์ชั่นที่ใส่ได้ไม่มีวันเบื่อ
:เติมฟังก์ชั่นสร้างมูลค่า
ประวรา เอครพานิช กรรมการ บริษัท บูติค นิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทไม่ได้มองเสื้อผ้าที่ผลิตขึ้นว่าเป็นแค่เครื่องนุ่งห่มทั่วไปเท่านั้น แต่มองว่าเป็นสินค้าฟังก์ชั่นที่ต้องมีลูกเล่นให้ผู้สวมใส่ได้ใช้ความคิด หรือวางแผนก่อนจะใส่ด้วย
จุดเริ่มต้นของไอเดีย มาจากเห็นเสื้อแจ็คเก็ตแบรนด์หนึ่งใส่กลับด้านได้เป็นไอดอล จึงเอามาเป็นโจทย์ให้ดีไซเนอร์ของบริษัทได้ลับสมองดูบ้าง ซึ่งถ้าจะทำรุ่นสองรุ่นก็ไม่ถือว่าต่างจากคู่แข่งเสียทีเดียว นักออกแบบของบริษัทจึงรับหน้าที่ออกแบบใหม่หมดทุกคอลเลคชั่น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระโปรง หรือชุดเดรส ทุกชิ้นต้องกลับใส่ได้ทั้งสองด้าน เพื่อเป็นจุดขายที่ดึงดูดความสนใจจากลูกค้า
ฟลิป เป็นแบรนด์หนึ่งที่ตอบโจทย์นโยบายผู้บริหารได้อย่างลงตัว กับการพัฒนาเสื้อผ้าสวมใส่ได้สองด้าน ซึ่งสามารถใส่ไปทำงานก็ได้ หลังเลิกงานก็พร้อมที่จะพลิกกลับด้านเป็นชุดลำลองที่พร้อมไปสังสรรค์กับเพื่อน อีกทั้งยังเหมาะกับนักเดินทาง ที่ต้องการจำกัดสิ่งของในกระเป๋าเดินทางอีกด้วย
“ความยากของการผลิตเสื้อผ้ากลับด้านได้คือ การเลือกหาเนื้อผ้าที่จะนำมาใช้ ซึ่งต้องสอดรับกับคุณสมบัติของชุดที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้น คือ เบา สวมใส่สบาย ทำความสะอาดง่าย ใส่ไปทำงานก็ได้ เที่ยวก็ได้ ซึ่งผ้าเนื้อบางเท่านั้นที่จะตอบโจทย์ที่ว่ามาได้เกือบหมด อีกทั้งการเย็บก็ต้องใช้เทคนิคพิเศษเพื่อหลบตะเข็บหรือที่เรียกว่าเข้าถ้ำตลอดทั้งชุด”ผู้บริหารจาก บมจ. บูติค นิวซิตี้ กล่าว
นอกจากนี้ยังมีเสื้อเชิ้ตกลิ่นผลไม้ (Fruit shirt) ที่ให้ความสดชื่นในแบบน่ารักๆกับผู้สวมใส่ แบรนด์ C&D ที่เลือกจะหยิบเอาเทคโนโลยีนาโนเข้ามาใช้ในการควบคุมการปลอดปล่อยกลิ่นหอม ซึ่งคุณสมบัติที่ได้คือ ทนต่อการซักล้างมากกว่า 10 ครั้ง โดยมี 6 กลิ่นให้เลือก ได้แก่ แอปเปิ้ล พีซ สับปะรด สตอร์เบอร์รี่ เลมอน และบลูเบอร์รี่
ผู้บริหารจาก บมจ.บูติค นิวซิตี้ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้าที่จะมีคอลเลคชั่นกลิ่นผลไม้ออกมา บริษัททดลองผลิตเสื้อผ้ากลิ่นดอกไม้มาก่อนแล้ว อาทิ กลิ่นการ์ดิเนียหรือดอกพุด กลิ่นกุหลาบ ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าที่ชอบเสื้อผ้ามีกลิ่นเป็นอย่างดีจนต้องนำมาต่อยอดเป็นกลิ่นอื่นๆเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับสินค้า
:คิดนำเทรนด์
“6 ปีที่ผ่านมา เครื่องนุ่งหุ่มที่ผลิตในเครือของบูติค นิวซิตี้ 3 ใน 7 แบรนด์ต่างทยอยปรับสินค้าที่มีฟังก์ชั่นหรือลูกเล่นให้ใช้งานได้มากกว่า 1 อย่างในชิ้นเดียว เพื่อฉีกตัวเองให้ต่างจากเสื้อผ้าแบรนด์อื่นในท้องตลาดอย่างชัดเจน จากเดิมที่แต่ก่อนเติบโตมากับการผลิตเสื้อผ้าแฟร์ชั่นซึ่งมีสีสัน ลวดลาย และรูปทรงเป็นจุดขาย ซึ่งต้องแข่งกับคู่ค้าหน้าใหม่ๆที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ”ผู้บริหารจากบมจ.บูติค นิวซิตี้ กล่าว
การออกแบบเสื้อผ้าฟังก์ชั่นของบูติค นิวซิตี้แต่ละแบบใช้เวลาพัฒนาเกือบ 6 เดือนมีทั้งอิงกับเทรนด์ระยะสั้น ซึ่งชูในเรื่องของสีสันและลายของผ้า และการอิงเทรนด์ระยะยาวในเรื่องของไลฟ์สไตล์ผู้สวมใส่ ซึ่งดีไซน์เนอร์จะคิดนำไปข้างหน้าว่าผู้บริโภคจะมีความต้องการอะไรบ้าง เช่น สวมใส่สะดวก ทำงานก็ได้เที่ยวก็ได้ ผ้าไม่ยับง่าย กันยูวี หรือแม้แต่การต้านเชื้อแบคทีเรีย
เธอกล่าวอีกว่า สาเหตุที่ใช้เวลาออกแบบนาน เพราะดีไซเนอร์ต้องรับหน้าที่ในการออกแบบ ปรับแก้ และผลิตตัวต้นแบบออกมา ซึ่งกว่าจะได้ต้องใช้เวลาอยู่นาน โดยเฉพาะตัวไหนที่มีนวัตกรรมด้วยแล้วยิ่งต้องทดสอบ และหาข้อเสียในชิ้นงานจนกว่าจะหาไม่เจอจึงจะได้เสื้อผ้าออกมาวางขาย
กลุ่มลูกค้าหลักของเสื้อผ้าฟังก์ชั่นคือกลุ่มคนเจน x ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งมองเรื่องความคุ้มค่าในการซื้อของ เช่นว่าจะต้องใช้งานได้หลากหลาย คงทน สวมใส่ง่าย ทำความสะอาดก็สะดวก มากกว่าการซื้อเพราะต้องการตามเทรนด์แฟชั่นซึ่งจะตกยุคหรือเชยเร็วกว่า
“การใส่ฟังก์ชั่นให้สินค้า อาจทำให้สินค้ามีราคาที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อผลิตในปริมาณมากปัจจัยเรื่องต้นทุนดังกล่าวแทบไม่มีผลที่ทำให้สินค้าต้องเพิ่มราคาขึ้นเลย เพราะบริษัทเองก็คิดว่า ไม่ใช่สินค้าที่ผลิตออกมาเพื่อทำกำไรและรวยข้ามวัน แต่ต้องการให้ของขวัญกับผู้ซื้อได้มีความสุขจากเสื้อผ้าที่ได้ไปมากกว่า”ประวรา กล่าวและว่า การจะทำให้สินค้านวัตกรรมติดตลาด คนขายต้องขยันเล่าเรื่องที่มาที่ไปของสินค้าให้ลูกค้าได้ฟัง เพื่อให้เข้าใจว่าสินค้าที่เขาต้องการมีฟังก์ชั่นอย่างไรบ้างและจะสนุกกับมันด้วยวิธีไหนได้บ้าง





