"การ์ทเนอร์"ฟันธงกระแสฮิตสมาร์ทโฟน-แทบเล็ตฉุดพีซีโลกซบยาว 5 ไตรมาสติดกัน ระบุไตรมาส 2 ยอดตกอีก 11% ส่ง"เอชพี"เสียแชมป์ตลาดให้"เลอโนโว"
สำนักข่าวเอเอฟพี เปิดผลสำรวจบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ล่าสุด ระบุว่า ยอดขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ทั่วโลกประจำไตรมาสที่ 2 หรือ เดือน เม.ย.-มิ.ย. 2556 เทียบกับปี 2555 ถดถอยลง 10.9% จำนวน 76 ล้านเครื่องจาก 85.3 ล้านเครื่อง นับว่าตกต่ำต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 และยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดพีซี
ผลสำรวจระบุว่า ผู้ผลิตสัญชาติจีน เลอโนโว กรุ๊ป กลายเป็นยักษ์พีซีอันดับ 1 ของโลก แทนบริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือเอชพี จากปีที่ผ่านมาเคยออกมาประกาศว่ากำลังไล่ตามผู้นำอย่างกระชั้นชิด
นายมิคาโกะ คิตากาวา นักวิเคราะห์ การ์ทเนอร์ เผยว่า สถานการณ์ตกต่ำตลาดพีซีได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเติบโตของแทบเล็ต ทั้งในตลาดที่กำลังพัฒนาและตลาดที่เติบโตแล้ว โดยเฉพาะแทบเล็ตราคาย่อมเยา ซึ่งไปแทนที่คอมพิวเตอร์โลว์เอนด์ที่มีไว้เพียงใช้งานแบบพื้นฐาน
นอกจากนี้ ในตลาดเกิดใหม่ แทบเล็ตที่ราคาไม่แพงกลายเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของผู้บริโภคจำนวนมาก ผลกระทบที่ตามมาไม่เพียงชะลอการตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์ทั้งเดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊ค แต่ยังส่งผลให้มินิโน้ตบุ๊ค หรือเน็ตบุ๊คตายไปจากตลาดด้วย
ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ ระบุว่า ไตรมาสดังกล่าวเลอโนโวมีส่วนแบ่งตลาดรวม 16.7% ยอดขาย 12.67 ล้านเครื่อง เอชพีมี 16.3% ยอดขาย 12.4 ล้านเครื่อง ดูเหมือนว่ายอดของทั้ง 2 บริษัทจะลดลง ทว่าเลอโนโวทำได้ดีที่สุดเพียงไม่เกิน 0.6% แต่เอชพีตกไปถึง 4.8% สำหรับอันดับที่ 3 คือ เดลล์ 11.8% ยอดขาย 8.9 ล้านเครื่อง
ส่วนอันดับ 4 คือ เอเซอร์ ยอดขายลดลง 35% และอันดับ 5 เอซุสยอดลด 20.5% เนื่องจากผู้ผลิตจากไต้หวันทั้ง 2 ราย เลิกจำหน่ายเน็ตบุ๊คไปแล้ว
สำหรับ แอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ซึ่งไม่ติดโผท็อป 5 ของโลก ปัจจุบันครองอันดับ 3 ในตลาดสหรัฐ ไตรมาสที่ผ่านมายอดขายลดลง 4.3%
นายคิตากาวา กล่าวเพิ่มว่า ตลาดพีซีสหรัฐมียอดขาย 15 ล้านเครื่อง ตกลงเพียง 1.4% หากเทียบกับปีก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ปีเดียวกัน ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่มั่นคง ซึ่งส่วนหนึ่งรับอานิสงส์จากการเปลี่ยนเครื่องใหม่ของฝั่งองค์กร เทียบกับภูมิภาคอื่นๆ นับว่าน้อยมากโดยยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ตกลงกว่า 16.8% ส่วนเอเชียประมาณ 11.5%
บริษัทวิจัยไอดีซี แสดงให้เห็นภาพที่ใกล้เคียงกันโดยประเมินยอดขายลดลงที่ 11.4% จำนวน 75.6 ล้านเครื่อง นายเจย์ ชู นักวิเคราะห์ จาก ไอดีซี กล่าวว่า ตัวเลขไม่ได้แย่ไปกว่าที่เคยประเมิน ทั้งยังหวังว่าจะมีปัจจัยที่ทำให้ครึ่งปีหลังสถานการณ์เป็นบวกมากขึ้น เช่น โครงสร้างราคาที่ปรับลดลง การมาของชิพใหม่ค่ายอินเทล และจอสัมผัสที่เสริมที่ทำให้พีซีมีความน่าสนใจ
นายหว่อง ไว หมิง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เลอโนโว กล่าวว่า การลงทุนพัฒนาแบรนด์จะมีส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มผลกำไรให้บริษัท พร้อมรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดจากคู่แข่งอย่างเอชพี และเดลล์ได้ ทั้งเห็นว่านวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นรากฐานที่ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นได้ท่ามสภาวะตลาดที่ถดถอย
“เลอโนโวเตรียมสานต่อกลยุทธ์พีซีพลัสเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมไปถึงแทบเล็ต สมาร์ทโฟน และโทรทัศน์”
นายหว่อง เผยว่า บริษัททุ่มงบลงทุนสำหรับวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการตลาดมาต่อเนื่องตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว จึงมั่นใจอย่างมากว่าสามารถพัฒนาส่วนต่างกำไรได้ดีขึ้นนับจากนี้
ก่อนหน้านี้ นายหยาง หยวนซิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ) เลอโนโว ได้ประกาศกลยุทธ์ใช้ซอฟต์แวร์และบริการเป็นตัวช่วยผลักดันยอดขายฮาร์ดแวร์ และทำให้บริษัทได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากภาวะพีซีตกต่ำ ปัจจุบันรายได้ของเลอโนโวมาจากนอกตลาดประเทศจีนมากกว่าครึ่งหนึ่ง
รายงานข่าวจากโฆษกเอชพี กล่าวว่า บริษัทรู้สึกไม่พอใจกับการเป็นอันดับที่ 2 ดังนั้นยังคงมุ่งมั่นกับการสร้างผลกำไร และทำให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าทุกรายกำลังเร่งปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คหน้าจอสัมผัส ลูกผสมที่แยกส่วนเป็นแทบเล็ตได้ ขณะเดียวกันผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการอย่างไมโครซอฟท์พยายามทำงานใกล้ชิดกับคู่ค้าเพื่อเปิดตลาดสินค้าใหม่ๆ ราคาจับต้องได้มากขึ้น





