"สุพรีม" โชว์ความพร้อมเตรียมงบ "พันล้าน" รับดีลแทบเล็ต 4 แสนเครื่องนำเข้า"ไอ-มีเดีย"จากจีนใน 90 วันหลังเซ็นสัญญาสพฐ.
นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์โลคอลแบรนด์ "ดีทีเค" และหนึ่งในสองผู้ชนะประมูลโครงการ 1 แทบเล็ต 1 นักเรียน จำนวน 1.6 ล้านเครื่อง ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า บริษัทเตรียมงบลงทุนปีนี้กว่า 1 พันล้านบาทนำเข้าแทบเล็ตจากโรงงานที่เมืองเสิ่นเจิ้นในจีนที่บริษัทจ้างผลิตภายใต้แบรนด์ "ไอ-มีเดีย (i-media)" ช่วงแรกต้องใช้วิธีนำเข้ามาแบบสำเร็จรูป เพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าให้โรงเรียนทันทั้งหมดตามที่กำหนดหรือ 4.2 แสนเครื่องใน 90 วัน โดยเป็นแทบเล็ตขนาด 8 นิ้วสำหรับครูราว 2.5 หมื่นเครื่อง และอีกราว 4 แสนเครื่องสำหรับนักเรียน
แต่ทั้งนี้บริษัทจะเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพของสินค้าตั้งแต่ต้นทางผลิตที่โรงงานจีน และตรวจสอบอีกครั้งหลังจากสินค้าเข้ามาในประเทศ
พร้อมกันนี้ ยังได้เตรียมปรับไลน์ผลิตพีซีเดิมของโรงงานสุพรีมให้สามารถประกอบแทบเล็ตและซ่อมบำรุงได้ภายในประเทศ เพื่อรองรับการทำตลาดแทบเล็ตที่หลังจากนี้บริษัทจะเริ่มทำตลาดแบรนด์ไอ-มีเดียกลุ่มคอนซูเมอร์ทั่วไป เป็นการปรับตัวตามแนวโน้มของตลาดที่ยอดขายพีซีเริ่มลดลง และงานประมูลพีซีในภาคราชการก็เริ่มน้อยลง
อย่างไรก็ตาม กระบวนการทั้งหมดจะเริ่มได้ต้องรอหลังบริษัทเซ็นสัญญากับ สพฐ. ซึ่งจะมีการต่อรองราคาลงอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ และคาดว่าจะสามารถทันสำหรับแจกนักเรียนและครูได้ช่วงเปิดเทอม 2 นี้
โดยตามข้อกำหนดของ สพฐ. หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว บริษัทที่ได้รับการประมูลก็จะต้องจัดส่งเครื่องแทบเล็ตในงวดแรกไม่นอกกว่า 25% ภายหลังจากทำสัญญา 20 วัน และส่งมอบแทบเล็ตงวดที่ 2 ไม่น้อยกว่า 25% ภายใน 40 วันนับจากวันเซ็นสัญญา งวดที่ 3 ส่งเครื่องแทบเล็ตไม่น้อยกว่า 25% ภายใน 60 วันนับจากวันที่เซ็นสัญญา และงวดที่ 4 จัดส่งให้ครบอีก 25% ภายใน 90 วันนับจากวันที่เซ็นสัญญา
นายภานุวัฒน์ ระบุว่า ภาพรวมของการประมูลยังมีประเด็นที่น่าสงสัยเรื่องของราคา เนื่องจากผู้ชนะในโซน 1 และ 2 แม้จะเป็นรายเดียวกันแต่ราคาแทบเล็ตที่ได้กลับไม่เท่ากัน คือ โซน 1 แทบเล็ต ราคา 1,950 บาท ส่วนโซน 2 ราคา 2,100 บาท สำหรับ "สุพรีม" ต้นทุนสูงกว่า เนื่องจากนำเข้า 100% ที่ 2,900 บาท
"ประมูลราคาเท่าที่มองดูแล้วก็ยังไม่ปกติ เพราะต่ำจนน่าสงสัย แต่ก็อาจเป็นเพราะเรื่องความได้เปรียบของต้นทุนผลิตที่เป็นบริษัทจีนโดยตรง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าต้นทุนเราแข่งกับจีนยาก แต่ทั้งนี้คู่แข่งก็อาจไม่ได้เผื่อเรื่องของศูนย์บริการที่เรามีครอบคลุมอยู่แล้ว เพราะทำตลาดพีซีมาก่อนและมีพาร์ทเนอร์อยู่ครบทุกจังหวัด ทั้งศูนย์รับส่งสินค้า และศูนย์ซ่อมรถ 5 จุดในโซนที่เราได้คือภาคกลางและใต้ คือ ที่กรุงเทพฯ, ระยอง ราชบุรี สุราษฎร์ธานี และ สงขลา" นายภานุวัฒน์ กล่าว
ส่วนโซน 4 ที่ยังไม่ได้ประมูลเพราะมีผู้ผ่านรายเดียว ก็น่าจะต้องเริ่มประมูลอีกครั้งภายในเดือนนี้
ผู้บริหารสุพรีม ยังเผยว่า กระบวนการประมูลครั้งนี้ พิสูจน์ได้ระดับหนึ่งว่า การใช้วิธีทดสอบเครื่องแบบดรอป เทสต์ หรือ ทดสอบการตกกระแทกของเครื่องสามารถกรองคุณภาพของสินค้าที่รัฐบาลจะใช้แจกให้กับนักเรียน ซึ่งโครงการที่ผ่านมาไม่มีการทำให้แทบเล็ตไม่มีคุณภาพ
ทั้งนี้ การทดสอบการตกกระแทกของเครื่องแทบเล็ตนั้น ทางเจ้าของบริษัทเป็นผู้ทดสอบเอง โดยกำหนดการทดสอบ คือ สูงจากพื้นประมาณ 80 เซนติเมตร ทั้ง 5 ด้านหากมีการชำรุดหน้าจอแตกถือว่าไม่ผ่าน หรือหากไม่ชำรุดแต่เครื่องเปิดไม่ติด ก็ถือว่าเครื่องขาดคุณสมบัติความมั่นคงแข็งแรง
สำหรับธุรกิจของบริษัทในปีนี้ จะเน้นหนักกับแทบเล็ตภาครัฐ ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทอยู่แล้ว พร้อมกับขยายธุรกิจในกลุ่มการให้บริการโซลูชั่นไอทีในลักษณะเป็นผู้ติดตั้งระบบ หรือ ซิสเต็มส์ อินทริเกรเตอร์ ที่เน้นผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเป็นหลัก และโซลูชั่นด้านความปลอดภัย
โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ามีรายได้รวม 3.5-4 พันล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 1.8 พันล้านบาท





