นักลงทุนหนุน 'ลาซาด้า' 100 ล้านขึ้นแท่นอะเมซอนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดใช้บางส่วนปรับระบบส่งสินค้า-คุณภาพบริการหลังเสียงติงทั่วภูมิภาค
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เว็บไซต์ลาซาด้า บริษัทค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งโดยกลุ่มร็อคเก็ต อินเทอร์เน็ตจากเยอรมัน ได้รับเงินทุนสนับสนุนเพิ่มอีก 100 ล้านดอลลาร์จากนักลงทุนเพื่อยกระดับตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาค
ลาซาด้าคาดการณ์ว่า ตลาดออนไลน์ชอปปิงมีขนาดใหญ่ในแถบยุโรป สหรัฐ หรือแม้แต่จีน ที่คาดว่าจะมีสัดส่วนจากการซื้อขายออนไลน์ราว 6% ของธุรกิจค้าปลีกทั้งหมดในปีนี้ ส่วนพฤติกรรมคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังนิยมซื้อสินค้าจากร้านค้าจริง 99% ซึ่งเป็นเป้าหมายของลาซาด้าที่ต้องการจะผลักดันให้คนในภูมิภาคดังกล่าวหันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น
โดยปัจจุบันลาซาด้าดำเนินธุรกิจในตลาดอินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนามและไทย ซึ่งเริ่มเปิดตัวช่วงต้นปี 2555 เน้นขายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, เครื่องใช้ในครัวเรือน, ของเล่น และอุปกรณ์กีฬาสำหรับตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เราเริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีเหมือนๆ กันทั่วภูมิภาค แม้แต่ประเทศเช่นเวียดนามหรืออินโดนีเซียที่จีดีพีไม่สูงมาก แต่ผู้คนก็เริ่มหันมาสนใจตลาดออนไลน์กันมากขึ้น" นายแมกซิมิเลียน บิตต์เนอร์ ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) ลาซาดาจากสิงคโปร์กล่าว
ขณะที่ล่าสุดบริษัทเผยว่าได้รับเงินทุนสนับสนุนอีก 100 ล้านดอลลาร์ จากกลุ่มนักลงทุนที่มีอยู่ซึ่งประกอบด้วย ฮอลตซ์บริงค์ เวนเจอร์ส (Holtzbrinck Ventures), คินเนวิค อินเวสเมนท์ (Kinnevik Investment), ซัมมิต พาร์ทเนอร์ส แอนด์ เทนเจลแมนน์ กรุ๊ป (Summit Partners and Tengelmann Group) และกลุ่มทุนใหม่ "เวอร์ลินเวสต์ (Verlinvest)" ซึ่งนับเป็นการสนับสนุนเงินทุนครั้งเดียวที่มากที่สุดสำหรับลาซาด้าเท่าที่เคยมีมา
นายบิตต์เนอร์ กล่าวว่า เงินทุนดังกล่าวส่วนหนึ่งจะใช้สำหรับปรับปรุงระบบการส่งสินค้าและซัพพลายเชนของกลุ่ม
ขณะที่สื่อออนไลน์ในสิงคโปร์เผยว่า ช่วงที่ผ่านมาลาซาด้าใช้งบอย่างหนักกับการทำโฆษณา ขณะเดียวกันก็ยังเผชิญปัญหาการรักษาคุณภาพในการให้บริการลูกค้าทั่วภูมิภาค
อย่างไรก็ตามคู่แข่งใหญ่ที่สุดของลาซาด้าส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นในท้องถิ่น แต่ก็มีแนวโน้มว่าบริษัทจะต้องเผชิญความท้าทายหนักจาก "อะเมซอน ดอทคอม" ยักษ์ค้าปลีกออนไลน์เบอร์ต้นๆ ของโลกหลังมีแผนขยายการดำเนินธุรกิจเข้ามาในภูมิภาคเดียวกัน เช่น ต้นเดือนที่ผ่านมาอะเมซอนประกาศส่งฟรีสินค้าบางรายการจากสหรัฐไปยังสิงคโปร์ และอินเดีย
ผู้บริหารลาซาด้ายังเผยว่า โมบาย แอพพลิเคชั่นที่เปิดตัวเมื่อ 10 วันที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้แล้วราว 10% ของยอดการซื้อขายทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากระแสนิยมอินเทอร์เน็ตเริ่มเปิดโอกาสสำหรับธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเกินความคาดหมาย





