วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซิกวาร์ท โวส เอริคเซน 'ไตรเน็ต' สเต็ปเริ่ม3จีดีแทค

เปิดแนวคิดการตลาด "ดีแทค" ยุค 3จี ผ่านวิชั่นแม่ทัพด้านการตลาด

คำนิยามของ "TriNet" หรือไตรเน็ต 3 โครงข่ายอัจฉริยะที่มีแบนด์วิธกว้างที่สุด เพื่อเข้าสู่การให้บริการในยุคใหม่ (New Era) เป็นสิ่งที่ดีแทคชูความได้เปรียบของตัวเอง และพยายามสื่อสารกับลูกค้าด้วยข้อได้เปรียบด้านคลื่นความถี่ที่มีมากกว่าคู่แข่ง แม้การเปิดตัวให้บริการ 3จีจะล่าช้าไปกว่าอีก 2 รายราว 1 เดือน แต่ไม่ถือเป็นข้อเสียเปรียบ

จากมุมมองของนายซิกวาร์ท โวส เอริคเซน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด (ซีเอ็มโอ) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) แม่ทัพด้านการตลาดที่เทเลนอร์ กรุ๊ป โยกมาจากเทเลนอร์ ฮังการี มั่นใจว่าการทำตลาดที่เน้นประสบการณ์ของลูกค้าที่ได้ใช้บริการคุณภาพ มีความเสถียรทั้งการใช้งานวอยซ์แบบปกติ หรือดาต้าบนโทรศัพท์มือถือ คือสิ่งที่ดีแทคให้ความสำคัญมากเป็นอันดับหนึ่ง

ซีเอ็มโอคนนี้ร่วมงานกับกลุ่มเทเลนอร์ เมื่อปี 2544 ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญต่างๆ ในหลายประเทศ เช่น รัสเซีย นอร์เวย์ ปากีสถาน และอินเดีย ก่อนเข้ารับตำแหน่งที่ดีแทค เขาดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด ที่บริษัท เทเลนอร์ ประเทศฮังการี ซึ่งดูแลแผนงานที่สำคัญ อาทิ การเปิดตัวบริการไฮเปอร์เน็ต ซึ่งเป็นบริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือที่ความเร็วสูงที่สุดของประเทศนั้น

ผ่าแนวคิด อินเทอร์เน็ต ฟอร์ ออล

เขาเข้ารับตำแหน่งที่ดีแทคช่วงเดือนก.พ. 2556 เป็นช่วงเดียวกับที่ดีแทคพยายามปลุกปั้นการให้บริการ 3จีย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หลังจากประมูลใบอนุญาตมาได้ปลายปี 2555 โดยเขามองว่า การจะให้บริการ 3จีได้ดีและส่งตรงผลประโยชน์ให้ลูกค้าอย่างดีที่สุดต้องมองข้ามการให้บริการแบบเดิมๆ

เพราะวัตถุประสงค์หลักของดีแทค คือยกระดับตัวเองจากโมบาย คัมพะนี สู่ "โมบาย อินเทอร์เน็ต คัมพะนี" และปลั๊กอินอินเทอร์เน็ตเข้าสู่ทุกครัวเรือน ลดดิจิทัลดีไวด์ในพื้นที่ห่างไกล

เขา ระบุว่า ภายใต้อัมเบลล่านี้ จึงเป็นที่มาของแนวความคิด อินเทอร์เน็ต ฟอร์ ออล เพราะหากเทียบจำนวนประชากรโดยรวมของประเทศที่มีกว่า 65 ล้านคน แต่อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตต่อจำนวนประชากรกลับมีอยู่เพียง 30% ซึ่งตัวเลขบ่งบอกว่ายังมีประชาชน ผู้ใช้บริการที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึง

แม้ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นนโยบายของรัฐบาล หรือกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะเน้นการเพิ่มอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แต่ที่ผ่านมากลับมีข้อจำกัดในเรื่ิองข่ายสาย หรือการให้บริการแบบแลนด์ไลน์ ดังนั้น คำตอบของ 3จีคือ เป็นโมบายอินเทอร์เน็ตสำหรับทุกคน ไม่จำกัดว่าจะอยู่พื้นที่ใดของประเทศ

เป้าหมายของดีแทคต้องการจะลดช่องว่างเรื่ิองดังกล่าว และเพิ่มสัดส่วนอัตราการเข้าถึง โดยมองว่า วิสัยทัศน์ที่เป็นอินเทอร์เน็ต ฟอร์ ออล จะต้องช่วยผลักดันให้ประเทศไทยมีอัตราการเข้าถึงจาก 30% เป็น 70% โดยคาดการณ์ว่าต้นปีหน้าตัวเลขการเข้าถึงอย่างน้อยจะเพิ่มเป็น 40-50%

"ไตรเน็ต"ดึงจุดเด่นดีแทค

กลยุทธ์ไตรเน็ต 3 โครงข่ายอัจฉริยะ ถือเป็นกลยุทธ์แรงที่ดึงจุดเด่นของดีแทคออกมาใช้ทำตลาด จากการที่มีคลื่นความถี่มากที่สุด 3 คลื่น ได้แก่ คลื่นความถี่เดิม 1800, 850 เมกะเฮิรตซ์ โดยคลื่น 1800 ถือครองอยู่ 25 เมกะเฮิรตซ์ ส่วน 850 ถือครองอยู่ 10 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ใหม่ 2100 กิกะเฮิรตซ์ มี 15 เมกะเฮิรตซ์ รวมเป็นแบนด์วิธที่กว้างที่สุด เสมือนเลนบนถนนเครือข่ายที่กว้าง ทำให้มีพื้นที่รองรับการใช้งานทั้งวอยซ์ และดาต้า

"ไตรเน็ตเป็นการนำจุดเด่นของเราดึงออกมา เพราะทั้ง 3 คลื่นความถี่มีคุณสมบัติเด่นที่เอื้อให้เกิดการใช้งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม หลังเปิดบริการ 3จีเป็นทางการ ลูกค้าดีแทคจะได้สัมผัสการใช้งานทั้ง 3 คลื่น โดยระบบจะเลือกให้ลูกค้าอัตโนมัติ เราจะดูแลเรื่องเทคโนโลยี ส่วนลูกค้าก็มีหน้าที่ใช้งานไปเท่านั้น"

ส่วนคุณสมบัติของ 3 คลื่นนั้น คลื่น 1800 เมกะเฮิรตช์ นับเป็นคลื่นความถี่พื้นฐานสำหรับการโทรศัพท์ คลื่น 850 เมกะเฮิรตช์ เป็นคลื่นสำหรับการใช้งาน 3จี เหมาะแก่การใช้งานดาต้าปริมาณสูงๆ และคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ วางแผนนำมาใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยเฉพาะ เพิ่มความกว้างให้การรับ-ส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลในพื้นที่หนาแน่น และพร้อมปรับเปลี่ยนเป็น 4จี รวมถึงเทคโนโลยีในอนาคตได้ทันที

อย่างไรก็ดี ในความเป็นซีเอ็มโอนั้น การสื่อสารกับลูกค้าพูดจาให้เป็นภาษาคอนซูเมอร์ ไม่ใช่โอเปอเรเตอร์ แม้ตัวเองจะเป็นฝรั่ง คนต่างชาติอาจจะเสียเปรียบที่ไม่ใช่คนไทย แต่การฟังให้มาก คุยกับลูกค้าให้มาก ก็จะเห็นความต้องการไม่ต่างจากซีเอ็มโอคนไทย

"นิวอีร่า-นิวมาร์เก็ต"บทพิสูจน์ใหม่

ซิกวาร์ท เล่าว่า ก่อนมานั่งตำแหน่งซีเอ็มโอที่ดีแทค เคยนั่งตำแหน่งเดียวกันนี้มาแล้วที่ฮังการี และปากีสถาน ตามด้วยไทย ซึ่งความท้าทายของการทำมาร์เก็ตติ้งแต่ละประเทศล้วนเป็นทั้งโอกาส และอุปสรรค และไม่มีประเทศใดมีแพลตฟอร์มเหมือนกันเลย

ยกตัวอย่างฮังการีเพิ่งจะให้บริการ 3จีเมื่อ 2ปีก่อน เทเลนอร์ ฮังการี มีลูกค้าราว 3.2 ล้านราย เทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศที่มี 10 ล้านคน ถือเป็นตลาดที่เล็กแต่มีศักยภาพสูงมาก ลูกค้าเน้นการใช้งานโซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค ทั้งเฟซบุ๊ค ไลน์ ไม่ต่างจากไทย

ส่วนปากีสถานเป็นตลาดที่ใหญ่มาก มีจำนวนประชากรกว่า 100 ล้านคน ตอนเทเลนอร์ ปากีสถานเข้าไปทำตลาดช่วงแรกเป็นโอเปอเรเตอร์อันดับที่ 5 ของอุตสาหกรรมมีจำนวนคนใช้งาน 2.5 ล้านราย แต่ตอนที่เขาออกมีคนใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านราย เป็นโอเปอเรเตอร์อันดับที่ 2 แต่ตลาดปากีสถานยังใช้งานระบบ 2จีเท่านั้น

"ไทยเองถือเป็นตลาดใหม่ที่มีทั้งคนใช้งานจำนวนมหาศาล และคนส่วนใหญ่เน้นใช้งานดาต้า 3จี จึงเรียกว่าเป็นนิวอีร่า นิวมาร์เก็ตของจริง แน่นอนว่าการขยายโครงข่าย 3จีไม่ว่าจะลงตรงจุดไหนก็มีคนใช้ เราไม่ต้องกังวลไซต์ของตลาดที่มีขนาดเล็กเหมือนฮังการี แต่ความจริงแล้วความท้าทายคือ การสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าหมู่มากเหล่านั้น"

รีเฟรชแบรนด์แฮปปี้-ปลุกพรีเพด

ปัจจุบันดีแทคมียอดใช้ใช้โมบายอินเทอร์เน็ตราว 10 ล้านราย และเป้าหมายลูกค้า 3จีปีนี้ยังอยู่ที่ 10 ล้านราย โดยต้องขยายฐานผู้ใช้ 3จีไปยังกลุ่มลูกค้าแบบเติมเงิน (พรีเพด) และจะให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวหันมาใช้สมาร์ทโฟนในราคาที่จับต้องได้ ผ่านดีแทค ไตรเน็ต โฟน

เร็วๆ นี้ จะรีเฟรชแบรนด์ "แฮปปี้" หลังจากทำตลาดมานานกว่า 10 ปี ซึ่งแฮปปี้จะเป็นเครื่องมือสื่อความเป็น Feel good ของดีแทค

ส่วนฐานลูกค้าดีแทคมียอดผู้ใช้งานรวม 26.5 ล้านราย แบ่งเป็นพรีเพดมากกว่า 95% ที่เหลือเป็นรายเดือน (โพสต์เพด) ราว 3.3 ล้านรายในจำนวนนี้มีผู้ใช้สมาร์ทโฟน 1.5 ล้านรายคิดเป็น 50% ส่วนลูกค้าพรีเพดมีผู้ใช้สมาร์ทโฟน 20% ดังนั้นช่องว่างและโอกาสในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มพรีเพดจึงมีสูง