นรา จอยเลอรี่ ชี้ทางออกให้ผู้ค้า สร้างความต่างงานดีไซน์บนพื้นฐานมาร์เกตติ้ง กุญแจดอกสำคัญที่ใช้เจาะใจลูกค้าทั้งไทยและสากล
ทิพย์ นราธัศจรรย์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ (Design Director) นรา จอยเลอรี่ (NARA Joaillerie) เผยว่า เธอสร้างแบรนด์นี้ให้อยู่ในเครือบริษัท วี แอนด์ พี จิวเวลรี่ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว มีประสบการณ์ทางการค้า เป็นทั้งผู้ผลิต ส่งออกและจำหน่ายสินค้าเครื่องประดับ Fine Jewelry กับลูกค้าต่างชาติกว่า 25 ประเทศยาวนานกว่า 40 ปี “เราติดตามเทรนด์การตลาดมาตลอด รู้ความต้องการของลูกค้าที่ยังไม่มีใครตอบสนองได้ตรงใจ เรามองว่าอนาคตเทรนด์การค้าจิวเวลรี่จะเปลี่ยนไปสู่ยุคค้าปลีก เพราะลูกค้าของเราก็ซื้อไปเพื่อทำแบรนด์เอง ขอยืมไปจัดแฟชั่นโชว์บ้าง จึงสร้างแบรนด์นรา จอยเลอรี่ขึ้นมา เน้นการออกแบบที่แตกต่างจากที่มีอยู่ในตลาด และสรรสร้างจากแรงบันดาลใจของผู้ผลิตจริงๆ” คอลเลคชั่น ตามใจฉัน ภายหลังสั่งสมทักษะด้านการออกแบบจากลอนดอน ประเทศอังกฤษมาเต็มภูมิ ทำให้ทิพย์เรียนรู้มุมมองดีไซเนอร์ในระดับสากลว่าเป็นอย่างไร NARA Joaillerie Collection ของเธอและพี่สาว (พลอย) ตั้งใจให้คอลเลคชั่นแรกโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ “เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ในระดับสากล ทำให้มุมมองในการออกแบบของเราเป็นอิสระมากขึ้น เห็นหลากหลายไอเดียที่มีความแตกต่าง การเรียนการสอนที่นั่นทำให้เราสนุกกับการแสวงหาความคิดต่างๆ สนุกกับการค้นหาวิเคราะห์วิจัยกันเอง ในขณะเดียวกันเราก็ได้เทคนิคการออกแบบใหม่ๆกลับมาใช้กับงานของเรา” ทิพย์ กล่าวและพูดถึงงานดีไซน์อันแสนภาคภูมิใจว่า เธอขอเริ่มต้นด้วย Tropical Eden ซึ่งได้หยิบยืมสีสันรูปทรงและแรงบันดาลใจจากสวนสวรรค์เมืองร้อน ซึ่งหมู่มวลชีวิตเปี่ยมไปด้วยพลังและเสน่ห์ไม่เหมือนที่ใดในโลก เป็นความหลงใหลในรูปทรงโค้งอ่อนหวาน กลืบบอบบาง ทว่าแข็งแรงของดอกไม้ และสัตว์นานาชนิด กลายเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้จริง ตามด้วย Modern Collection ความสง่างามและความแข็งแกร่งของเพชรสู่รูปแบบร่วมสมัยสะท้อนค่านิยมของผู้หญิงยุคใหม่ เธอได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น ห่วงโซ่ เกลียวเชือก กุญแจ และสัญลักษณ์ต่างๆ ลดทอนเป็นรูปทรงกึ่งเรขาคณิตที่เรียบง่ายลงตัว เสริมความสมบูรณ์แบบด้วยเทคนิคการฝังอัญมณีทันสมัยเข้ากับวัสดุใหม่ๆ “ความโดดเด่นของงานNARA อยู่ที่งานฝีมือ โดยเฉพาะช่างงานมัด ให้มีเอกลักษณ์อ่อนนุ่มบิดเกลียวได้อย่างอิสระ จึงแตกต่างจากที่เห็นในตลาดที่มักจะFix พอดีกับผู้สวมใส่ได้คนเดียวเท่านั้น แต่เราต้องการ “ฉีก” ออกไป ตามเทรนด์จิวเวลรี่ ที่นิยามใหม่ว่าเป็นเรื่องแฟชั่นเครื่องแต่งกายสามารถใช้ได้ทุกไลฟ์สไตล์” และใช่ว่าจะมีแต่เครื่องประดับสตรี ทิพย์บอกว่า Masculine Collection จัดทำขึ้นเพื่อกลุ่มลูกค้าผู้ชาย (Man Collection) ด้วยการออกแบบอัญมณีที่สะท้อนสัญลักษณ์แห่งความภูมิฐาน และเนื้อแท้ที่แข็งแกร่งสง่างาม ซ่อนประกายสุกใสไว้ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ชวนให้ค้นหา เช่น ลูกเล่นที่แหวน ปลายนิ้วกระดุมข้อมือ หรือเข็มกลัดเนคไท เป็นต้น ทั้งนี้ ความสนใจของผู้บริโภคกลุ่มเดิมๆก็ยังมีอยู่ จึงต้องนำเสนอ Classic Collection เน้นประกายแวววาวจากเพชรน้ำงาม ในรูปแบบที่อ่อนหวาน สง่างามไร้กาลเวลา ซึ่งทิพย์ได้รับแรงบันดาลใจทั้งจากหยดน้ำ กลีบดอกไม้ ลูกไม้อันบอบบาง หรือแม้กระทั่งแชนเดอร์เลียที่พริ้วไหว สามารถจับใส่ได้ทั้งชุด หรือเลือกหยิบเพียงชิ้นเดียว และกลุ่มสุดท้ายที่เธอออกแบบเพื่อเปิดตัวแบรนด์ ก็คือ Exotic Collection เรียกได้ว่า “แนว” เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ (Unique) โดยใช้ลูกเล่นที่วัสดุล้ำค่า แปลกตาและหายาก อย่าง ปีกแมลงทับ มุกทะเล หินหลากลักษณะ ไม้ แล้วนำมาประดับประดา แต่งตัวใหม่ให้สามารถบ่งบอกรสนิยมและความโดดเด่นของผู้สวมใส่ กลายเป็นเครื่องประดับชนิด Statement Jewely “ทั้ง 5 คอลเลคชั่นนี้เหมือนเป็นต้นแบบ ตัวอย่างทดสอบการตอบรับของลูกค้าก่อน เราเชื่อว่ามันครอบคลุมความต้องการ แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ คาดการณ์ว่าจะออกคอลเลคชั่น ของขวัญ ในช่วงปลายปี และขยายฐานลูกค้าในกลุ่มต่างๆมากขึ้น อย่าง Children Jewelry และตั้งใจจะคอลเลคชั่นใหม่ให้ได้ 3 ครั้งต่อปี” การตลาด ตามใจลูกค้า ทิพย์ กล่าวต่อว่า นอกจากจุดเริ่มต้นของงานดีไซน์ต้องมาจาก “หัวหอก” หรือแนวคิดสุดล้ำของผู้ผลิตแล้ว เธอว่าการทำงานออกแบบที่ดี (Artist) ต้องอยู่บนพื้นฐานแนวคิดนักลงทุน (Investor)บวกโครงสร้างการตลาดที่ชาญฉลาดด้วย “ผู้บริหารแบรนด์เป็นส่วนสำคัญในการสร้างแบรนด์ให้ยั่งยืน วิสัยทัศน์เป็นเรื่องสำคัญทิพย์มองว่าการตลาดจะไม่จำกัดแค่ในประเทศ เราต้องมองในระดับอินเตอร์เนชั่นแนล เราอาจสร้าง Window Brand คือเป็นหนึ่งในหมวดสินค้าจิวเวลรี่ที่สามารถกระจายในห้างค้าปลีกได้ทั้งไทยและเทศ” นอกจากนั้นยังต้องอาศัยจุดแข็ง ฐานการค้าของครอบครัว กับความเก่งกาจสรรหาวัตถุดิบที่แตกต่างและมีขั้นตอนการผลิตที่หลากหลาย รวมทั้งช่างฝีมือ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ชิ้นงานมีความแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ รวมถึงมาตรฐานการบริการที่น่าเชื่อถือ และประทับใจ





