เทคโนโลยีการผลิตแม่พิมพ์ยางสามารถเนรมิตคอนกรีตพื้นผิวธรรมดา ให้เป็นคอนกรีตที่มีลวดลายตามจินตนาการ
บุษกร ภู่แส รายงาน
เทคโนโลยีการผลิตแม่พิมพ์ยางสามารถเนรมิตคอนกรีตพื้นผิวธรรมดา ให้เป็นคอนกรีตที่มีลวดลายตามจินตนาการ กลายเป็น “ตัวช่วย” ให้กับสถาปนิกหรือเจ้าของโครงการที่ต้องการสร้างความแตกต่างให้กับงานสถาปัตยกรรมแทนการใช้วัสดุธรรมชาติที่หายากและราคาแพง
"แทนที่จะใช้ไม้จริงมาทำ ก็เปลี่ยนมาเป็นแม่พิมพ์ยางเอาไปหล่อในระบบหล่อ สำเร็จแล้วนำไปติดตั้งจะช่วยประหยัด ลดค่าใช้จ่ายเรื่องของแรงงาน และได้คุณภาพตามต้องการ" ธราธร ตัน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด โกลเด้นโฮบ ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ RECKLI กล่าวถึงที่มาของแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแม่พิมพ์ยางที่แกะลวดลาย (Former liners)
จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ ก็คือช่วยดูดซับเสียง ความร้อนและเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาจากเดิมใช้วัสดุเลียนแบบธรรมชาติ เช่น ไม้เชอร่าเพื่อทำฝ้า ผนัง ทำพื้นเป็นลายหิน กระเบื้อง หรือพื้นเหล็กในโรงงาน เนื่องจากนวัตกรรมนี้ทำให้ชิ้นงานคงทน ไม่แตกร้าวหรือหลุดล่อนง่าย เพียงแค่ทาสีให้ความรู้สึกเหมือนจริงจนแทบจะดูไม่ออกว่าเป็นคอนกรีต
เลียนแบบธรรมชาติ
Photo Engraving Technology เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีของ RECKLI ที่นำภาพถ่ายมาแกะลวดลายบนแม่พิมพ์ ก่อนนำไปหล่อบนผนังคอนกรีตให้เกิดลวดลายตามภาพ ซึ่งภาพที่ปรากฏขึ้นจากแสงและเงาที่กระทบบนพื้นผิวคอนกรีต หากผนังคอนกรีตอยู่ภายในอาคาร การใช้ไฟเสริมจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
ด้วยเทคโนโลยีนี้จะทำให้ ผนังของสถาปัตยกรรมนั้นๆ โดดเด่นและไม่เหมือนใคร เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลงานได้มาก หรือสามารถทำเป็นแลนมาร์คจากภาพถ่ายของสถานที่นั้นๆ ตามต้องการ สำหรับระยะเวลาในการหล่อใช้เวลา 24 ชั่วโมงสามารถหล่อเสร็จ 1 รอบ 1 เซต จะมีราคาเทียบกับวัสดุ อยู่ระดับกลาง คิดต่อตารางเมตรของแม่พิมพ์ยางราคาเริ่มต้น 1.5 หมื่นบาท
“แม่พิมพ์ที่หล่อเสร็จสามารถใช้ได้ 100 ครั้ง หรือเฉลี่ยนคิดเป็นต้นทุนประมาณตารางเมตรละ 150 บาท ถ้าเรามีจำนวนพื้นที่มากราคาแม่พิมพ์จะลดลง แต่ถ้าพื้นที่น้อยราคาสูง"
นอกจากนี้ เทคโนโลยีการผลิตยังสามารถหล่อผลิตภัณฑ์เซรามิคสุขภัณฑ์ได้ด้วย บางคนนำไปทำเป็นผนังกันเสียง หรือใช้ในพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย โดยการนำรูปภาพมาแกะเป็นแม่พิมพ์ยางแล้วนำไปหล่อบนคอนกรีตอีกทีหนึ่ง แล้วออกมาเป็นคอนกรีตตามรูปที่ต้องการ ทั้งยังสามารถนำมาเล่นกับแสงและเงา ซึ่งในแต่วันเวลา จะเห็นภาพในมุมที่แตกต่างกันในแต่ละวัน ทำให้ทั้งวันจะเห็นภาพที่ไม่เหมือนกัน สร้างให้ภาพนั้นน่าสนใจยิ่งขึ้น
ความแตกต่างสร้างได้
“เทคโนโลยีของเราตอบโจทย์เรื่องโปรดักส์ดีไซน์ ให้กับเจ้าของโครงการ สถาปนิกรวมถึงสุขภัณฑ์ต่างๆ เราเริ่มต้นเปิดตัวเทคโนโลยีจากตัวโครงการที่พักอาศัย ก่อนขยายไปยังกลุ่มเจ้าของบ้าน เพื่อให้เขามีโอกาสได้เห็นชิ้นงานที่ออกมาก่อน เพราะโครงการใหญ่มีโรงงานหล่อคอนกรีตสามารถนำแม่พิมพ์ไปใช้ได้เลย”ธราธร กล่าว
ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรง เทคโนโลยีนี้เข้ามาสร้างความแตกต่างให้กับโครงการที่อยู่อาศัย สถาปัตยกรรม และเพิ่มมูลค่า เพราะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
“90% จากการนำเสนอกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น สถาปนิก เจ้าของโครงการ หรือผู้รับเหมา พบว่าได้การตอบรับดี ส่วนใหญ่นิยมทำผนังรอบนอกของโครงการ เช่น ผนังลายอิฐ แทนที่จะเสียเวลามาก่ออิฐจริง หรือทำเป็นลอนผนังตึกภายนอก เพื่อดึดดูดสายจากผู้คน ซึ่งในต่างประเทศนิยมมาก เช่น ตึกในดูไบ มัสยิดที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม มหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส"
นอกเหนือจากเทคโนโลยีการผลิตแม่พิมพ์ยางนี้แล้ว ทางบริษัทยังมีน้ำยาหล่อทำแม่พิมพ์ยางตามลวดลายที่ต้องการ ซึ่งใช้กับการผลิตวัสดุที่เบากว่าคอนกรีต เช่น ทำเป็นคิ้วบัวตกแต่งแทนไม้อัด เป็นต้น
“เทคโนโลยีเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการรับมือกับปัญหาแรงงานหายาก และค่าแรง โดยระบบดังกล่าวจะช่วยย่นเวลาการทำงานเร็วขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ Former liners จะเข้ามาตอบโจทย์ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ดีไซน์ที่สร้างความแตกต่าง” ผู้บริหารโกลเด้นโฮบ กล่าว
ติดตามภาพเคลื่อนไหวได้ที่ http://youtu.be/q7G03q0S7P4





