วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จินตนาการบนรากไม้

อินเทรนด์ไปกับกระแสรักษ์โลกด้วยการเปลี่ยนเศษไม้ที่ลอยน้ำมาให้กลายเป็นงานศิลป์ใกล้ตัวที่ทรงคุณค่าและมูลค่า ยากต่อการลอกเลียนแบบ

บุษกร ภู่แส รายงาน

อินเทรนด์ไปกับกระแสรักษ์โลกที่กำลังมาแรง ด้วยการเปลี่ยนเศษไม้ที่ลอยน้ำมาตามธรรมชาติ ตอไม้และรากไม้ไร้ค่าให้กลายเป็นงานศิลป์ใกล้ตัว ที่ทรงคุณค่าและมูลค่า ยากต่อการลอกเลียนแบบ

"สยาม มาอีส อาร์ท แกลเลอรี" เป็นแกลเลอรีเชิงพาณิชย์ นำเสนอชิ้นงานประเภทประติมากรรมจากรากไม้และเศษไม้ รวมทั้งประติมากรรมทองเหลืองทองสัมฤทธิ์ ต่อยอดมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์หินเทียม หินสังเคราะห์เพื่อการตกแต่ง ขานรับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการใช้ชีวิตใกล้ชิดกลิ่นอายธรรมชาติ


คุณค่าที่ถูกมองข้าม

โฮมสไตลิช เป็นธุรกิจจัดจำหน่ายและติดตั้งผลิตภัณฑ์หินเทียมเพื่อการตกแต่ง เล็งเห็นโอกาสของธุรกิจกลุ่มเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งใช้ความคิดและจินตนาการในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ประกอบกับความแรงของการตลาดสีเขียว จึงเบนเข็มมาปลุกปั้นแบรนด์ "สยาม มาอีส อาร์ท แกลเลอรี" ผลิตชิ้นงานประติมากรรมที่ทำมาจากรากไม้
จุดเริ่มต้นของประติกรรมรากไม้มาจากการรับจ้างผลิตชิ้นงานตามใบสั่งของลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งให้ความนิยมอย่างมาก แต่แต่ไม่มีใครทำอย่างจริงจังเนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบ คือ ไม้ที่หายาก บวกกับขาดช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญงานไม้

"ตรงนี้เป็นข้อได้เปรียบที่เรามองเห็นโอกาสเข้ามาบุกเบิกธุรกิจนี้อย่างจริงจัง หลังจากเตรียมความพร้อมมาเป็นปีๆ ในการออกแบบพัฒนางานฝีมือด้วยช่างที่มีประสบการณ์" ชลิดา วัฒโน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โฮมสไตลิช จำกัด กล่าวถึงจุดเริ่มต้น

จุดเด่นของงานประติมากรรมเศษไม้คือ การนำสิ่งที่ที่มองไม่เห็นคุณค่า เช่น รากไม้ ตาไม้ แก่นไม้ มาทำงานประติมากรรมตามจินตนาการโดยใช้เทคนิคส่วนตัวของช่าง เช่น โครงสรีระของช้างและม้า โดยไม่ต้องเสริมโครงเหล็ก เหมือนงานของช่างในต่างประเทศ ทำให้ชิ้นงานดูสวยงามและทรงคุณค่ามากขึ้น ที่สำคัญมีความเป็นธรรมชาติเหมือนสิ่งมีชีวิต โดยใช้จินตนาการ ต่อรากไม้ เศษไม้และใช้ตะปูเป็นตัวยึด จากนั้นดัดให้เป็นรูปทรงตามต้องการ

"เราสามารถมองผ่านทะลุ โดยไม่มีโครงมาบดบังความงามของเนื้อไม้ แต่ยังคงความแข็งแรงทนทาน เหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ไม้นอกบ้าน สีอาจซีด แต่สามารถใช้แลคเกอร์พ่นเก็บสีได้ ในแง่ของความคงทน แก่นไม้ที่นำมาใช้ ถือเป็นจุดที่แข็งที่สุดของไม้จึงไม่มีการหดตัว" เธอกล่าว


ศิลปะสร้างอิมเมจ

กลุ่มเป้าหมายหลักยังคงเป็นชาวต่างชาติ ที่หลงใหลประติมากรรมจากเศษไม้ แต่ขณะเดียวกันทางโฮมสไตลิช มองเห็น ช่องว่างทางการตลาดในการขยายฐานลูกค้าในประเทศ ด้วยการนำเสนอผลงานผ่าน คอมมูนิตี้มอลล์ ห้างสรรพสินค้า รีสอร์ท โรงแรม ที่ต้องการสร้างจุดเด่นให้กับสถานที่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และสะท้อนความเป็นไทยได้ชัดเจน
"ยิ่งในยุคที่คนนิยมถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก ให้กับเพื่อนๆ เป็นการดึงดูดให้คนอยากมาเที่ยว ซึ่งเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ทางอ้อม งานประติมากรรมตัวนี้จะช่วยให้รีสอร์ทหรือโรงแรมต่างๆ ดึงกลุ่มลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชม"

จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ประติมากรรมรากไม้ไม่มีคู่แข่ง เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ทำหายากและเป็นงานฝีมือจึงยากต่อการลอกเลียนแบบ ต้องมีความพยายามสูงในการทำและใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะสำเร็จ

"ราคาจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการทำ ไซส์ และระดับความยากง่ายในการหาวัสดุ เพราะต้องคัดมาทีละชิ้นละชิ้น เหมือนการต่อจิ๊กซอว์ให้ลงตัว สวยงามเหมือนธรรมชาติ เช่น ตาช้างก็ต้องหาไม้ที่มีรูจริงๆ มาทำเป็นตา อีกทั้งชิ้นงานขนาดใหญ่ ก็ยิ่งทำยาก ไม้ที่นำมาทำก็ยิ่งหายาก ราคาย่อมสูงตาม"

ประติมากรรมรูปสัตว์ที่นิยมหลักๆ คือ ช้างและม้า เนื่องด้วยเหตุผลด้านความเชื่อและศรัทธาของคนเอเชีย ขณะที่ชาวตะวันตกให้ความสนใจในเรื่องของความงาม ความเป็นศิลปะ

"เราให้ความสำคัญเรื่องคุณค่ามากกว่าปริมาณ กลุ่มเป้าหมายจึงเป็นนิชมาร์เก็ต ที่ต้องการคุณภาพ ไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพราะราคา แต่ซื้อเพราะความชอบและเชื่อมั่นในแบรนด์" ชนิดากล่าว

เส้นทางแกลเลอรีเชิงพาณชิย์ของสยามมาอีสฯ ยังมุ่งสร้างสรรค์รากไม้ในรูปแบบใหม่ๆ ให้ยากขึ้นเรื่อยๆ หรือให้เหมือนสัตว์ที่มีชีวิตมากที่สุด โดยไม่ตัดต่อหรือขัดเกลาไม้ เพราะในฐานะผู้บุกเบิกตลาดต้องไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลงานให้สอดรับกระแสรักษ์ธรรมชาติได้มากที่สุด

ติดตามภาพเคลื่อนไหวได้ที่http://youtu.be/gJoOzgSecG4