วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทางเลือก “ไมโครซอฟท์” บนสมรภูมิแทบเล็ต

นักวิเคราะห์ชี้โปรแกรม "ออฟฟิศ" ทางเลือกไมโครซอฟท์ยุคแทบเล็ตเฟื่อง

หนึ่งในสิ่งที่ปลอบใจยักษ์ซอฟต์แวร์อย่าง “ไมโครซอฟท์” ในประเด็นที่ยอดขายพีซีทั่วโลกมีแนวโน้มหดตัวลงซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายระบบปฏิบัติการวินโดว์ส และอีกหนึ่งผลพวงที่หลีกเลี่ยงได้ยากคือ การสูญเสียรายได้ก้อนโต ซอฟต์แวร์ “ออฟฟิศ” หรือโปรแกรมสำหรับสำนักงานที่เคยสร้างกำไรให้มหาศาลมานานขณะนี้คือ แสงสว่างที่เริ่มเห็นรำไรในตลาดแทบเล็ต โดยแทบเล็ตวินโดว์ส 8 จากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ รวมไปถึง “เซอร์เฟซ” ที่ได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดี กระทั่งล่าสุดเตรียมนำออกจำหน่ายไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย

ผลการสำรวจของบริษัทวิจัยสแตรทิจีอนาไลติกส์เผยว่า ไตรมาสที่ 1 ปี 2556 แทบเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์มีส่วนแบ่งการตลาด 7.5% ที่เหลือเป็นของไอแพด 48.2% ส่วนแอนดรอยด์มี 43.4% แต่นับเป็นทิศทางเชิงบวกหากเทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งไม่มีส่วนแบ่งอยู่เลย

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลประเมินว่า วินโดว์สเป็นตัวจักรสำคัญในการสร้างรายได้ให้ไมโครซอฟท์ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง สัดส่วนกว่า 1 ใน 4 ของรายได้รวมทั้งหมด และ 1 ใน 3 รายได้จากการดำเนินงาน ดังนั้นตัวเลขที่บริษัทวิจัยไอดีซีประเมินยอดขายพีซีปีนี้ลดลงกว่า 14% ย่อมไม่ใช่ข่าวดีสำหรับอนาคตของยักษ์ซอฟต์แวร์รายนี้แน่ๆ

การรับมือเรื่องดังกล่าว ไมโครซอฟท์จำเป็นต้องเร่งเครื่องทำให้ระบบปฏิบัติการของตัวเองเข้าไปสู่สมรภูมิโมบายซึ่งเติบโตได้ก้าวกระโดดโดยเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม เชิงกลยุทธ์อย่างน้อยที่สุดน่าจะทำอะไรสักอย่างกับตลาดแทบเล็ต ประเด็นสำคัญไม่เพียงแค่มีสินค้าซึ่งมองดูแล้วไม่ต่างกับไอแพดเช่นที่ผู้เล่นแอนดรอยด์ทำกันมา แต่ต้องสร้างสายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ผสมผสานทั้งฟีเจอร์ของแทบเล็ตและแลปท็อปเข้าไว้ด้วยกัน

แนะโชว์จุดต่างล้ำคู่แข่ง

นักวิเคราะห์แนะถึงแนวทางเบื้องต้นว่า จำเป็นที่จะต้องทำให้ผู้ใช้แทบเล็ตวินโดว์สตระหนักว่า เครื่องที่ซื้อมาสามารถทำอะไรได้มากกว่าสินค้าที่คู่แข่งนำเสนอ รวมไปถึงชี้ให้เห็นถึงภาพรวมว่าการซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาเพียง 1 ชิ้นคุ้มค่ายิ่งกว่าการซื้อทั้งแลปท็อปและแทบเล็ตมาใช้อย่างไรบ้าง ขณะนี้ความได้เปรียบที่เห็นได้ชัดเจนคือเป็นดีไวซ์เดียวที่ใช้งานโปรแกรมออฟฟิศได้เต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ดี โปรแกรมออฟฟิศที่รวมไปถึงเวิร์ด, เอ็กซ์เซล, เพาเวอร์พอยต์ และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่ใช้สำหรับตลาดองค์กรและผู้ใช้งานทั่วไปมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีกว่ากลุ่มซอฟต์แวร์อื่นๆ รวมทั้งระบบปฏิบัติวินโดว์ส ปัจจุบันแผนกบิสิเนสของยักษ์ซอฟต์แวร์ที่มีโปรแกรมออฟฟิศเป็นหัวหอก สร้างยอดขายให้สัดส่วนกว่า 30% หรือคิดเป็นประมาณเกือบครึ่งของรายได้จากการดำเนินงาน

มอร์แกน สแตนเลย์ ชี้ว่า ซอฟต์แวร์สำนักงานครองความนิยมอยู่สูงมาก คาดว่ามีผู้ใช้ระบบปฏิบัติการแมคกว่า 30-40% ที่ยังยอมเสียเงินซื้อโปรแกรมเหล่านี้ไปใช้งาน

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมดังกล่าวยังไม่มีในแทบเล็ตยอดนิยมทั้งไอแพดและแอนดรอยด์ ซึ่งอาจแปลความหมายได้ว่า ไมโครซอฟท์ตัดสินใจยอมทิ้งโอกาสฉกฉวยความได้เปรียบที่ตัวเองมีศักยภาพเหนือคนอื่นไป ดีกว่าปล่อยให้คู่แข่งได้ใช้งาน แต่เรื่องนี้ต้องไม่ลืมว่ามีนักพัฒนาหน้าใหม่อีกไม่น้อยที่พร้อมสร้างแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานได้คล้ายหรือเหมือนกันเป็นอีกทางเลือกโดยไม่พึ่งพาไมโครซอฟท์เลย

นายไบรอัน มาร์แชล นักวิเคราะห์จากไอเอสไอ กรุ๊ป คาดการณ์ไว้คร่าวๆ ว่า หากแอ๊ปเปิ้ลขายไอแพดได้ 88 ล้านเครื่องปีนี้ และมี 35% จากจำนวนดังกล่าวซื้อโปรแกรมออฟฟิศไปใช้โดยมีค่าใช้จ่าย 40 ดอลล์ต่อหนึ่งไลเซ่น จะทำให้ไมโครซอฟท์มีรายได้กว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ และเมื่อประเมินพฤติกรรมของสาวกแอ๊ปเปิ้ล และผู้ใช้แอนดรอยด์คาดว่าตัวเลขจริงมีโอกาสสูงมากกว่านี้อีก

นอกจากนี้ แม้รายได้ที่ไมโครซอฟท์ได้รับจะเพิ่มขึ้นเพียง 3% หรือบวกลบอีกเล็กน้อย ทว่าอีกทางหนึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง พร้อมลดบทบาทแอพพลิเคชั่นที่คู่แข่งพัฒนาออกมาและพยายามทำให้ผู้ใช้รู้สึกคุ้นเคยเช่น กูเกิล ด็อคส์ จากเอเวอร์โน้ต และไอเวิร์คของแอ๊ปเปิ้ล

นักวิเคราะห์ประเมินด้วยว่า การตัดสินใจเข้าร่วมชิงส่วนแบ่งการตลาดบนสมรภูมิโมบายเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ทั้งกลยุทธ์ที่เห็นอยู่ ณ ปัจจุบันและส่วนแบ่งการตลาดที่ได้มาแสดงให้เห็นว่าไมโครซอฟท์มีโอกาสเดินหน้าไปได้ต่ออีก

ทว่ามีความเป็นไปได้อีกเช่นเดียวกันที่ความสามารถบางอย่าง เช่น การสร้างเอกสารเอ็กซ์เซลอาจไม่ช่วยให้ส่วนแบ่งการตลาดแทบเล็ตวินโดว์สกระเตื้องไปมากเท่าที่หวัง เรื่องนี้ไมโครซอฟท์คงต้องกลับไปทบทวนอีกครั้งว่าควรวางบทบาทของตัวเองอย่างไร

ดรอยด์ตีตื้นไอโอเอส

จากตัวเลขของบริษัทวิจัยสแตรทิจีอนาไลติกส์ข้างต้นพบว่า ระยะห่างระหว่างแทบเล็ตแอนดรอยด์และไอแพดที่ใช้ไอโอเอสแคบลงตามลำดับ เทรนด์ตลาดปีนี้นักวิเคราะห์จากหลายสำนักประเมินพฤติกรรมผู้บริโภคโดยการสำรวจความสนใจจากเว็บไซต์ต่างๆ ไว้ว่า ไอแพดยังเป็นดีไวซ์ที่ได้รับคะแนนความนิยมมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลระบุว่ายอดขายแทบเล็ตแอนดรอยด์ทะยานไปข้างหน้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่กูเกิลนำ “เน็กซัส” ออกมาชิมลาง และการรุกตลาดเต็มรูปแบบของสายผลิตภัณฑ์กาแล็กซี่โดยซัมซุง ทั้งคาดว่าการอัพเกรดซอฟต์แวร์แอนดรอยด์เวอร์ชั่น 4.1 โค้ดเนม “เจลลี่ บีน” ไปสู่ 4.2 ที่ความสามารถมีมากขึ้นต้องส่งผลกับกระแสของตลาดแน่นอน

สแตรทิจีอนาไลติกส์ชี้ถึงประเด็นที่ไม่อาจมองข้ามด้วยว่า เมื่อนับรวมแทบเล็ตโนเนมต้นทุนต่ำนอกกระแสหลักเข้าไป ส่วนแบ่งการตลาดของแอนดรอยด์อาจมีอยู่ถึง 52% โดยแทบเล็ตเหล่านี้แม้ไม่เคยอยู่ในสายตาผู้บริโภคในตลาดยุโรปหรืออเมริกาเลย แต่มีช่องว่างเป็นของตัวเองโดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ที่กำลังเติบโตซึ่งเรื่องของราคาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำหรับเลือกซื้อสินค้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า งานประชุมนักพัฒนาประจำปีของแอ๊ปเปิ้ลอิงค์ที่กำหนดจัดอย่างเป็นทางการวันที่ 10-14 มิ.ย. ปีนี้นอกจากมีวิศวกรกว่า 1,000 คน คอยนำเสนอเชิงเทคนิคแก่นักพัฒนา ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทออกมาการันตีแล้วว่าจะได้เห็นไอโอเอสและโอเอสเอ็กซ์รุ่นใหม่แน่นอน

ที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เปิดตัวออกมาหรือไม่ หลังจากแอ๊ปเปิ้ลไม่ได้เปิดตัวสินค้าใหม่มากว่า 6 เดือนตั้งแต่ต.ค.ปีที่แล้วที่เปิดไอแพดมินิและแมคบุ๊ครุ่นใหม่ หรืองานนี้จะเป็นเพียงการโฟกัสในส่วนของซอฟต์แวร์ ตามที่นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แย้มออกมาเล็กน้อยวันรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกเมื่อไม่นานมานี้ว่า แอ๊ปเปิ้ลจะไม่เปิดตัวสินค้าใหม่จนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ร่วงหรือช่วงเดือนก.ย.-พ.ย.