วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรื่องเล่าผ่านผนัง

การสร้างความแตกต่างในธุรกิจวอลเปเปอร์ที่แหวกแนวไปจากท้องตลาดมาเป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวและบ่งบอกตัวตนของผู้พักอาศัย

บุษกร ภู่แส- รายงาน

วอลเปเปอร์แต่งผนัง ที่มีดีไซน์ กราฟฟิก ลายไทย แผนที่ ฯลฯสารพัดที่อวดโฉมอยู่ในเว็บไซต์ Bodhi Tree ยั่วสายตาใครต่อใครที่แวะไปเยี่ยมชมจนนึกอยากเปลี่ยนผนังสีพื้นๆให้มีลวดลายทันสมัยขึ้นมาทันทีจึงกลายเป็น "โอกาส"ในการทำตลาดวอลเปเปอร์ เมืองไทยและต่างประเทศ ที่ใช้ตกแต่งห้องตัวอย่างโครงการ ร้านอาหารไทย สปา บ้าน เพราะสามารถเนรมิตภาพที่ต้องการได้โดนใจลูกค้า

ดีไซน์เลือกได้

นี่คือธุรกิจของ กบ-ชลกานต์ วิสุทธิพิทักษ์กุล ผู้บริหาร บริษัท โพธิ์ ทรี เดคคอร์ ที่เข้ามาบุกเบิกธุรกิจได้3ปีหลังจากผันตัวเองจากคนโฆษณาสู่ธุรกิจ“วอลเปเปอร์ ” โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากไม่สามารถหา วอลเปเปอร์ที่ถูกใจ มาแต่งบ้านได้ เพราะแทบทุกร้านมีลวดลายเหมือนกันหมด และจากการศึกษาข้อมูล เธอ พบว่า ธุรกิจวอลเปเปอร์เมืองไทยขาดการพัฒนารูปแบบดีไซน์ ที่ยังคงเดินย่ำอยู่กับที่ จึงมองเห็น " โอกาส" สร้างความแตกต่างในธุรกิจวอลเปเปอร์ที่แหวกแนวไปจากท้องตลาด

ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบของวอลเปเปอร์ จากเดิมที่มีหน้าที่เพียงแค่ปิดทับบนผนัง มาเป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราว(Wall Story)และบ่งบอกตัวตนของผู้พักอาศัยได้อย่างชัดเจน

ยกตัวอย่าง ถ้าเป็นกลุ่มลูกค้าคนไทย มักจะนิยมลวดลายกราฟฟิกในห้องต่างๆ มากกว่าที่ใช้ลายไทยๆ ยกเว้นเป็นร้านอาหาร หรือสปา ซึ่งจะแตกต่างจากชาวต่างชาติที่นิยมนำลวดลายไทยไปติดในห้องนอน หรือห้องอาหารในบ้าน

“ตรงนี้ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของคนแต่ละชาติ คนไทยอาจคุ้นเคยที่เห็นลายไทยในโบสถ์ วัดพิพิธภัณฑ์ มากกว่าที่จะนำลวดลายเหล่านั้นมาอยู่ในบ้าน ตรงข้ามกับคนต่างชาติ ที่ชื่นชอบเสพงานศิลปะและ นิยมนำไปตกแต่งบ้านด้วย”

สะท้อนตัวตน

จากประสบการณ์ ดูแลด้านการบริหารการสื่อสาร การสร้างแบรนด์ให้กับลูกค้าตลอด 13 ปี ในบริษัทโฆษณาทำให้เธอ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลเร็ว มองเทรนด์ได้ถูกต้องแม่นยำ แทนที่จะดีไซน์แบบเหมาโหลหันมาดีไซน์หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของคนที่มีความแตกต่างกัน จึงออกแบบ วอลเปเปอร์ ตามเซกเมนต์ของลูกค้า ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มแรก ผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ชอบแนวหวานๆ กลุ่มที่สองกลุ่มเด็ก ตามบ้าน โรงพยาบาล โรงเรียน กลุ่มที่สามเกย์ ชอบดีไซน์น้อยๆแต่เท่ สีแนวขาวดำเทา เขียวมะกอก สีฟ้า กลุ่มที่สี่คือห้องพระและสปา ลายไทย และกลุ่มที่ห้าเป็นลวดลายแผนที่โลก

" ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคมีความเป็นปัจเจก (Self-Consuming)ด้วยการใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของสินค้าจะต้องหันมาให้ความสนใจศึกษาข้อมูลมาพัฒนาสินค้า บริการตอบโจทย์ แต่ละกลุ่ม เพราะ ผู้บริโภคไม่ชอบอะไรที่สำเร็จรูปเหมือนกันหมด สินค้าบริการจะมีความต่างสะท้อนตัวตน ซึ่งตรงนี้เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว "ชลกานต์ เจ้าของไอเดีย อธิบาย

นอกจากวอลเปเปอร์แต่งผนัง ที่มีดีไซน์เก๋ๆ แล้ว บริษัทยังพัฒนาไปสู่ธุรกิจม่านม้วน( Roller Blind ) ที่มีลวดลายต่างๆ เพื่อรองรับกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังขยายตัว ถือเป็น"โอกาส" ดีต่อสินค้าของแบรนด์โพธิ์ทรี ออกมาได้อีกต่อไปในอนาคต

ไม่น่าเชื่อ เพิ่งเข้าสู่ปีที่ 3 แต่สินค้าของโพธิ์ทรีได้การตอบรับล้นหลามทั้งจากลูกค้าในไทยและต่างประเทศ เพราะนอกเหนือจาก ลวดลายที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ ความเป็นไทย แล้วยังได้พัฒนา ผลิตภัณฑ์ให้

อยู่ในเกณฑ์ของวอลล์เปเปอร์สีเขียว หรือผลิตภัณฑ์ไร้สารพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีคุณสมบัติไม่ลาม ไฟหากเกิด ไฟไหม้ ทำให้ กลายเป็นวอลเปเปอร์ระดับพรีเมียม เพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่ผลิตและส่งออกสินค้า ไปตีตลาดต่างประเทศ จนประสบความสำเร็จมาแล้วกว่า 10 ประเทศทั่วโลก

“ข้อดีของการผลิตด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่ คือ เรามีดีไซน์ที่ทันสมัย ปรับเปลี่ยนได้ตลอดทั้งรูปแบบและขนาด แต่ก็มีข้อจำกัดคือ ราคาที่แพงกว่าการผลิตแบบแมสโปรดักชั่นเพราะเราทำหน้าที่เหมือนช่างตัดเย็บเสื้อผ้าให้พอดีตัวลูกค้า เวลาใส่ออกมาแล้วสวยงามตามรูปร่างแต่ละคน ในขณะที่รายอื่น ขายวอลเปเปอร์สำเร็จรูป ที่แก้ไขอะไรไม่ได้ มีแบบให้เลือกน้อย ราคาถูกแต่ไม่โดนใจ ”

ติดตามภาพเคลื่อนไหวได้ที่ http://eureka.bangkokbiznews.com/detail/video/502864