ไปรษณีย์ไทยครบรอบ 10 ปีหลังแยกออกเป็นบริษัทกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 270% รายได้กว่า 18,250 ล้านบาท ชูธุรกิจขนส่งเป็นคอร์เน็ตเวิร์ก
น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยในงาน แถลงผลดำเนินงานฉลองวาระครบรอบ 10 ปี ปณท และ 130 ปี กิจการไปรษณีย์ไทย ว่า การดำเนินการของ ปณท ภายหลังจัดตั้งบริหารงานในรูปแบบของบริษัท ทั้งนี้ในปี 2555 ที่ผ่านมา ปณท มีรายได้รวมทั้งสิ้น 18,256 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบ 10 ปี ตั้งแต่ก่อต่อตั้งรูปแบบบริหารงานเป็นบริษัท โดยมีกำไรสุทธิ 1,134.14 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2554 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 307 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรเพิ่มขึ้น 270%
สำหรับปัจจัยการเติบโตมาจากการที่ธุรกิจขนส่ง อาทิ ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ(อีเอ็มเอส) การขนส่งโลจิสติกส์ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ช) นั้น มีอัตราเติบโตขึ้น 3 เท่าตัว อยู่ที่ 7,121.92 ล้านบาท หรือคิดเป็น 39% ของรายได้ปี 2555 ในขณะที่ธุรกิจสื่อสาร หรือ งานเอกสาร ยังครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ 46.5% หรือ 8,477.86 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เธอ กล่าวว่า ในปี 2556 คาด ปณท จะมีรายได้รวมราว 19,000 ล้านบาท หรือกำไรสุทธิราว 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนจากธุรกิจสื่อสาร 46% ธุรกิจขนส่ง 40% และอื่นๆ 14%โดยทิศทางธุรกิจในปีนี้ ปณท จะมุ่งเน้นตลาดสื่อสารควบคู่ไปกับพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งตลาดขนส่ง จะยังคงเป็นทิศทางหลัก
"ภายในปี 2556 จะมีการออกแอพพลิเคชั่นเช็คสถานะสิ่งของบนสมาร์ทโฟน แอพพลิเคชั่นสั่งอาหารส่งถึงบ้านจากบริการ “ไปรษณีย์ชวนชิม อิ่มตามตรอก อร่อยตามซอย” และเตรียมจีบมือ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เพิ่มช่องทางให้ลูกค้า สามารถซื้อกล่องแบบเหมาจ่ายแบบลงทะเบียนและสามาถส่งของได้จากทางเซ่นเว่น อีเลฟเว่น"
น.ส.อานุสรา กล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าของการจัดตั้งบริษัท ไปรษณีย์ โลจิสติกส์ จำกัด ที่เป็นบริษัทลูกภายใต้เงินทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจรับส่งขนส่งสินค้าทางภาคธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างรอการจัดตั้งตามกระบวนการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จากนั้นหากผ่านการพิจารณาของ สคร. จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) และ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ตามลำดับ
โดยคาดจะสามารถจัดตั้งได้เสร็จสิ้นได้ภายในปี 2556 นอกจากนี้การที่รัฐบาล เตรียมลงทุนโครงสร้งพื้นฐาน รถไฟความเร็วสูง จาก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ทาง ปณท เตรียมลงทุนเปิดสถานีบริการเพิ่มตามสถานีรถไฟในพื้นที่ต่างๆรองรับธุรกิจขนส่งอย่างเต็มตัว ซึ่งในส่วนของงบประมาณการลงทุนในส่วนดังกล่าวยังแต่อย่างใด





