ปัญหาสำคัญของเครื่องหนังในสายตาผู้หญิงเอเชียที่มีรูปร่างเล็กอยู่ที่น้ำหนัก "เบสท์แทน" จึงปฏิวัติวงการด้วยเทคนิคฟอกย้อมให้ได้หนังน้ำหนักเบา
แม้เครื่องหนังจะเป็นสินค้าพรีเมียมในสายตาของคนทั่วไป แต่ปัญหาสำคัญกลับอยู่ที่น้ำหนักของหนังที่สร้างปัญหาสุขภาพให้กับสาวเอเชีย "เบสท์แทน" มองเห็นโอกาสจากปัญหาดังกล่าว ลงมือปฏิวัติวงการเครื่องหนังไทยกับเทคนิคการฟอกย้อมใหม่ ให้ได้หนังสำเร็จรูปที่มีน้ำหนักเบาเพื่อสาวไซส์มินิ
นวัตกรรมเครื่องหนัง
พันธพัฒน์ ชีรวณิชย์กุล ประธานที่ปรึกษาบริษัท เบสท์แทน จำกัด และบริษัท เอ็มพีเจ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง อ้างอิงข้อมูลการสำรวจในเรื่องพฤติกรรมการใช้กระเป๋าสะพาย พบว่าความนิยมใช้กระเป๋าผ้าหรือพลาสติกมีมากขึ้น ส่วนเหตุผลที่ไม่ใช้กระเป๋าหนังเพราะ "ไม่ใช่ราคาแพง" แต่เป็นเรื่องของน้ำหนัก
นี่คือที่มาของแนวคิดที่จะพัฒนาวิธีการฟอกย้อมหนัง เพื่อให้ได้หนังสำเร็จรูปที่มีน้ำหนักเบา ทนทาน โดยใช้ส่วนผสมของสมุนไพรธรรมชาติคือ ประคำดีควายหรือ มะคำดีควาย สมุนไพรที่มักเห็นกันในรูปของแชมพู
"นอกจากคุณสมบัติในเรื่องน้ำหนักเบาแล้ว เรายังคำนึงถึงกระแสรักโลก เรื่องของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามเทรนด์ เมื่อเป็นธรรมชาติก็ต้องนึกถึงสมุนไพร จึงศึกษาหาข้อมูลสมุนไพรที่เหมาะสม พบว่าประคำดีควายมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะใช้ในกระบวนการฟอกย้อม โครงการนี้ได้งบสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมสาขาหนัง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม"
ด้วยวิธีสกัดประคำดีควายมาผสมน้ำเข้าไปแล้วต้ม ต่อมาพัฒนาเป็นเครื่องสกัดเพื่อประหยัดพลังงาน ได้ปริมาณมากขึ้น ควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้นจากเดิมที่ใช้ เบสิก โครเมียม ซัลเฟตในการฟอกหนัง ซึ่งเป็นโลหะหนัก มีลักษณะเป็นผงสีเขียว คุณสมบัติคือทนความร้อนสูงได้ถึง 100 องศาเซลเซียส ราคาไม่แพง ทนความร้อนได้ดี แต่สลายตัวยาก ต้องใช้ความร้อนสูงไม่ต่ำกว่า 1,800 องศาเซลเซียส
ประคำดีควายทำให้หนังนุ่มและเบาขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถลดการนำเข้าสารเคมีฟอกย้อม แม้จะไม่ได้มากขนาดที่เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แต่ตอบโจทย์ในการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะสลายตัวง่าย ไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม จึงกลายเป็นจุดแข็งที่โดดเด่นเพียงพอที่ดึงมาเป็น”จุดขาย”
"ผลผลิตที่ได้ส่วนหนึ่งป้อนอุตสาหกรรมเครื่องหนัง อีกส่วนหนึ่งเราจะมาทำผลิตภัณฑ์เครื่องหนังภายใต้แบรนด์ BESTTANNA ด้วยการเพิ่มคุณภาพสินค้าทั้งรูปแบบและดีไซน์ ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาดแฟชั่น"พันธพัฒน์ กล่าว
BESTTANNA ต้องปรับตัวให้มีความโดดเด่นมากขึ้น เช่น ทำให้มีน้ำหนักเบา มีกลิ่นหอม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างเด่นชัด
'ราคา' ไม่ใช่ปัญหา
จากจุดแข็งดังกล่าว ประกอบกับมีโรงฟอกหนังเอง ทำให้สามารถผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น "เอ็มพีเจ เอ็นเตอร์ไพรส์" พร้อมที่จะเปิดแนวรุกบุกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งผู้ประกอบการที่ผลิตขายในประเทศเป็นหลัก จำเป็นต้องพัฒนาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ พร้อมทั้งมองหาช่องทางเจาะตลาดเพื่อนบ้านให้มากขึ้น
พันธพัฒน์ มองว่า แนวคิดดังกล่าว จะเป็นแนวทางการเพิ่มมูลค่าสินค้าและการพัฒนาอย่างยั่งยืนผลิตภัณฑ์หนังฟอกในประเทศไทย ให้สามารถขยายฐานลูกค้าในกลุ่มของผู้หญิงในแถบเอเชียที่มีรูปร่างเล็ก ต้องการเครื่องหนังน้ำหนักเบา เป็นมิตรกับสุขภาพผู้ใช้ ยิ่งเปิดตลาดเออีซีฐานลูกค้ากลุ่มนี้กว้างขึ้น โดยเฉพาะประเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง รวมถึงญี่ปุ่น
“โอกาสของเครื่องหนังในตลาดเอเชียมีมากกว่ายุโรปและอเมริกา ที่เผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความสามารถในการซื้อลดลง สวนทางกับคนเอเชียที่มีรายได้สูงขึ้น ต้องการสินค้าที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ และที่สำคัญเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีอัตราการเติบโตสูง”
จากการทดสอบในช่วงแรก น้ำหนักหนังจากการฟอกด้วยประคำดีควายน้อยลงจากน้ำหนักหนังปกติ 790 กรัม ลดลงเหลือ 640 กรัม ในอนาคตพยายามให้น้ำหนักลดลงเหลือ 600 กรัมหรือ 550 กรัม
นอกจากนี้เป้าหมายต่อไปก็คือ การทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงกระเป๋าหนังแท้ 100% ได้ทั้งคนไทยและเอเชียที่มีระดับรายได้ตั้งแต่ 1.5-2 หมื่นบาท เพื่อขยายฐานลูกค้า และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับกระเป๋าหนัง "ไม่ใช่" สินค้าฟุ่มเฟื่อยอีกต่อไป
ติดตามภาพเคลื่อนไหวได้ที่ http://eureka.bangkokbiznews.com/detail/video/499576





