การสร้างแบรนด์ด้วยเสียง เป็นส่วนหนึ่งการสร้างแบรนด์ด้วยความรู้สึก สามารถเชิญชวนพร้อมสร้างอารมณ์ของคนที่ฟังได้มากกว่าภาพ
การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้ จะต้องอาศัยเครื่องมืออย่างภาพและตัวอักษร แต่สำหรับ Brand Voice เสียงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อน หนึ่งเก่งมาร์เก็ตติ้ง กับอีกสองคนดนตรี สามพลังสร้างสรรค์จะเปิดโลกเสียงดนตรีเพิ่มมูลค่าตราสินค้า
การสร้างตราสินค้า คือสิ่งล้ำค่าที่ผู้ประกอบการต้องสร้างสรรค์วิธีการต่างๆ ขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้านึกถึงสินค้าของตนได้ กระตุ้นความอยากได้ของผู้บริโภคและตกลงใจซื้อในที่สุด แต่การสร้างแบรนด์มีองค์ประกอบมากมาย หนึ่งในนั้นคือทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อยี่ห้อ รูปลักษณ์โลโก้ ซึ่งล้วนเป็นการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์
เข้าหูซ้าย ทะลุถึงหัวใจ
สุวิทย์ เอื้อศักดิ์ชัย หนึ่งในผู้บริหาร แบรนด์ ว๊อยซ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่นักการตลาดมักคิดถึงแต่ “การสร้างภาพ” ให้คนจดจำ แต่ลืมไปว่า ประสาทสัมผัส “รับฟัง” ก็มีช่วยให้เกิดการซึมซับได้มากกว่า ยกตัวอย่างแบรนด์ไอศกรีมวอลล์ (Wall’s) แม้จะไม่เห็นรถขายไอศกรีมผ่านหน้า แต่เมื่อได้ยินเสียงดนตรีสัญลักษณ์ ก็จำได้ทันทีว่าเสียงนั้นสื่อถึง ความเย็นที่น่าลิ้มรส เป็นต้น
"การสร้างแบรนด์ด้วยเสียง (Music Branding) เป็นส่วนหนึ่งการสร้างแบรนด์ด้วยความรู้สึก (Brand Senses) บางครั้งเสียงสามารถเชิญชวนและสร้างอารมณ์ได้มากกว่าภาพ และเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการสร้างแบรนด์ระดับโลก” สุวิทย์ กล่าวและว่า
การสื่อสารแบรนด์ ต้องสร้างการรับรู้ได้ตลอดเวลา การใช้เสียงเพื่อสร้างแบรนด์ต้องเป็นเพลงหรือดนตรี ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะเจาะจงเพื่อแบรนด์ องค์กรหรือผลิตภัณฑ์นั้น โดยยึดเป็นหลักการและพื้นฐานการสร้างแบรนด์เป็นสำคัญ แตกต่างจากการฟังเพลงหรือดนตรีทั่วไปในร้านกาแฟ ซึ่งเปิดเพลงทั่วไปเพื่อการสร้างบรรยากาศ ไม่ถูกเจาะจงว่าทำไปเพื่อแบรนด์นั้น จึงไม่ใช่การสื่อสารแบรนด์ด้วยเสียง
จากประสบการณ์ทำธุรกิจรับสร้างแบรนด์ ภายใต้ชื่อ Brand’s Matter สุวิทย์คลุกคลีกับตัวแทนโฆษณาพบว่า "เวลาจะทำอีเว้นต์หรือหนังโฆษณา ไม่สามารถใช้เสียงและเพลงที่ตรงกับตราสินค้าจริงๆ ต้องไปยืมเพลงคนอื่นมาใช้ แล้วก็ถูกตัดสินใจด้วยความรู้สึกของผู้กำกับบ้าง หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจบ้าง หรือไม่ก็ไปจ้างนักแต่งเพลงให้เขียนเพลงให้ใหม่ แต่เขาไม่เข้าใจการสร้างแบรนด์ เพราะบางองค์กรไม่ได้มีแบรนด์ไบเบิ้ลที่จะมานั่งเล่าให้ฟังว่าต้องทำอย่างไร มันไม่ใช่เรื่องสากล ซึ่งจริงๆ แล้วมันต้องเล่าถึงความเฉพาะตัว ท่วงทำนอง คำพูดแบบไหน มันเหมาะสมที่จะเล่าถึงแบรนด์นั้นได้เพียงแบรนด์เดียว”
เมื่อรู้หลักการสร้างแบรนด์ด้วยเสียง ก็ถึงเวลาต้องเฟ้นหาคนสร้างเสียงที่เข้าใจการสร้างแบรนด์ด้วย
“ผมกับแมทเคยร่วมงานกันมาพอสมควร ก็พอรู้ศัพท์แบรนดิ้งและเข้าใจเรื่องการสร้างแบรนด์ ซึ่งวิธีนี้ก็เหมือนกับการนำศาสตร์ คือกลยุทธ์ในการสร้างเสียงเพลงให้เหมาะกับตราสินค้า ศิลปะ คือการใช้เสียงที่ถูกผลักดันโดยแบรนด์มาอยู่ด้วยกัน เราจะใช้ทฤษฎีการสร้างแบรนด์นำหน้า แล้วนำความเชี่ยวชาญด้านเพลง เซนส์ดนตรีที่แม่นยำในแนวลึกมามิกซ์ให้เข้ากับการตลาด" ชุมพล สุปัญโญ อีกหนึ่งผู้บริหารของแบรนด์ ว๊อยซ์ กล่าว
เสียง สร้างธุรกิจ
ธุรกิจสร้างแบรนด์ด้วยเสียง อาจไม่ใช่สิ่งใหม่ในวงการเพราะมันเคยเป็นส่วนเล็กๆ ในบริษัททำเพลงยักษ์ใหญ่ แต่เพราะทางธุรกิจค่ายเพลงมุ่งเน้นไปที่การสร้างตลาดเพลงและรายได้ผ่านศิลปินมากกว่า แขนงการทำงานนี้จึงถูกซ่อนไว้ จึงไม่มีใครพูดถึงในสังคมเพลงและภาคธุรกิจนัก
"เราไม่ใช่บริษัททำเพลงเพื่อทำเด็มโมให้กับผู้ที่จะเป็นนักร้อง แต่เราทำมากกว่านั้น เราสร้างเสียงที่จะบ่งบอกตัวตนของคนๆ นั้นได้ เหมือนกับแบรนด์สินค้าที่จะมีเสียงหรือเพลงเฉพาะที่ชี้เฉพาะให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคจดจำได้ทันที ต้องไพเราะตั้งแต่ 10 วินาทีแรก ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็น Music Event หรือ Showbid หรือถ้าเป็นบุคคลก็จะใช้เป็น Academy Contest ก็ได้" คงเดช สิทธิสุพร หุ้นส่วนคนที่สาม กล่าว
ขณะนี้แบรนด์ ว๊อยซ์ได้จัดทำตัวอย่างเพลง ที่สื่อให้เห็นตัวตนของพวกเขา โดยเปิดตัวไปในแล้วในงานประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภาคเหนือ แต่หลังจากนี้จะสร้างการตลาดด้วยการสื่อให้รับรู้กับมวลชน โดยจะเริ่มเคาะประตูทำความรู้จักกับเด็กนักเรียนนักศึกษาก่อน
"เราอยากเริ่มจากเด็กที่เรียนด้านดนตรี เพราะพวกเขามีพื้นฐานกันอยู่แล้ว" ขุนพลด้านดนตรี กล่าวทิ้งท้าย





