วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เน็ตแอพ'ลงทุนใหญ่รอบ4ปียกเครื่องออฟฟิศ

"เน็ตแอพ" ทุ่มทุนใหญ่รอบ 4 ปี ลงทุน 3 เท่าตัวอัพเกรดสำนักงานเต็มรูปแบบรับตลาดสตอเรจขยายตัว คาด "3จี-บริษัทญี่ปุ่นขยายลงทุนไทย"

นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เน็ตแอพ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวสำนักงานใหม่ช่วงเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นสำนักงานเต็มรูปแบบครั้งแรกที่มีบุคลากร พร้อมทั้งศูนย์สาธิตการทำงานของระบบและสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสำหรับให้บริการลูกค้าและพันธมิตร โดยใช้งบลงทุนสูงที่สุดในรอบ 4 ปี และมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเน็ตแอพ

พร้อมกันนี้ยังเพิ่มจำนวนพันธมิตรในกลุ่ม "คลาวด์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์" ที่เป็นช่องทางขายใหม่นอกเหนือจากดิสทริบิวเตอร์, ซิสเต็มส์ อินทิเกรเตอร์ และรีเซลเลอร์ เช่น อินเทอร์เน็ตประเทศไทย และเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในการลงทุนคลาวด์ เซอร์วิส รวมทั้งกลุ่มบริษัทญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มขยายการลงทุนในประเทศไทย

"ปีนี้เราลงทุนมากกว่าปกติ 3 เท่า ทั้งเพิ่มคนและทำออฟฟิศให้เป็นฟูล โอเปอเรชั่น เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาทดลองระบบ และสนับสนุนการทำงานของพาร์ทเนอร์อย่างเต็มที่จากปกติจะใช้วิธีรีโมทดูจากต่างประเทศ"

ขณะที่ภาพรวมของตลาดเอ็กซ์เทอร์นัล สตอเรจ ในไทยปีนี้บริษัทวิจัยไอดีซีคาดว่ามีแนวโน้มเติบโต 6.9% มูลค่า 71.28 ล้านดอลลาร์ จากปีก่อนหน้าเติบโต 3.2% มูลค่าตลาด 66.7 ล้านดอลลาร์ ส่วนปริมาณการใช้ข้อมูลยังเติบโตเพิ่มเป็นอัตราเฉลี่ย 30% ต่อปี

นายวีระระบุว่า แนวโน้มขององค์กรส่วนใหญ่ต้องการระบบการจัดเก็บข้อมูุลที่ทำงานได้ต่อเนื่อง และขยายได้ไม่จำกัด ทั้งเป็นระบบที่ลดพื้นที่ใช้งานได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสตอเรจ

แต่ความท้าทายของตลาดไทยคือ ธุรกิจปรับตัวช้า เนื่องจากคุ้นเคยกับระบบงานแบบเก่าทำให้การลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ยังไม่เร็วมากนัก แต่อย่างไรก็ตามธุรกิจส่วนใหญ่ก็เริ่มมองว่าการลงทุนไอทีเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแตกต่างให้แก่ธุรกิจมากกว่ามองเป็นต้นทุนสำหรับการปรับปรุงระบบงานภายในเท่านั้น

"จุดเด่นของเราคือ สตอเรจสำหรับองค์กรที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม ออนแท็ป ที่ตอบโจทย์การทำงานได้แบบซีโร่ ดาวน์ไทม์ และช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับดาต้า เซ็นเตอร์ได้ เพราะศักยภาพของสตอเรจดีขึ้น"

โดยในปีนี้เนตแอพนำเสนอ "อี ซีรีส์" สตอเรจที่ใช้แฟลช เทคโนโลยี สำหรับลูกค้าที่มีปริมาณการใช้งานข้อมูลสูง และรองรับการขยายตัวของตลาดไทยที่จะเริ่มมี 3จีใช้สมบูรณ์ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้การใช้แบนด์วิธสูงขึ้นและธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูล เช่น แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี เช่น ระบบสตอเรจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน

ปีที่ผ่านมาเน็ตแอพเติบโตได้ถึง 52% และมีลูกค้าใหม่เพิ่มกว่า 60 รายจากตลาดหลักในกลุ่มบริษัทด้านการเงิน พลังงาน อุตสาหกรรมและโทรคมนาคม และคาดว่าปีนี้จะยังทำรายได้เติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 50%