ญี่ปุ่นมีคนใช้โทรศัพท์มือถือเกิน 150 ล้านเลขหมาย มากกว่าอัตราส่วนต่อจำนวนประชากรของทั้งประเทศที่มี 120 ล้านคน
ประเทศญี่ปุ่นเปิดให้บริการ 4จีมาตั้งแต่ปี 2554 จากการเปลี่ยนผ่านจากระบบ 3จีที่ให้บริการมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ขณะนี้ ญี่ปุ่นมีคนใช้โทรศัพท์มือถือเกิน 150 ล้านเลขหมาย มากกว่าอัตราส่วนต่อจำนวนประชากรของทั้งประเทศที่มี 120 ล้านคน
จากการเดินทางไปดูงาน และศึกษานวัตกรรมเทคโนโลยีระบบ 4จีในประเทศญี่ปุ่น ด้วยการนำทีมของ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช.ผู้ดูแลกิจการโทรคมนาคม ในฐานะประธาน กทค. พบว่าญี่ปุ่นเป็นต้นแบบโมเดลการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ได้เลย เพราะการให้บริการ 4จีแม้จะเปิดมา 2 ปีแล้ว แต่ครั้งนี้ญี่ปุ่นจะเปิดบนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ เช่นเดียวกับประเทศไทย
เทสต์เทคโนโลยีก่อนผันสู่ 4จี
เริ่มจากบริษัท เอ็นทีที โดโคโมะ หนึ่งในผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำของโลกที่กำลังปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นผู้ให้บริการหลากหลายที่ต่อยอดจากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หลัก ถือว่า เอ็นทีที เป็นอินทิเกรเต็ด เซอร์วิส คัมพะนี เต็มรูปแบบ
ปัจจุบันมีลูกค้ามากกว่า 58 ล้านราย บนโครงข่าย 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ และโครงข่าย 4จีแอลทีอีที่นับเป็นโครงข่ายแรกๆ ของโลกที่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ และยังสร้างความแตกต่างด้วยการพัฒนาระบบช่วยเหลือในการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ง่ายขึ้น
พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า การศึกษาเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านไปสู่ 4จี (แอลทีอี) นี้ เพราะประเทศญี่ปุ่นกำลังจะเปิดบริการ 4จีในย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่ไม่ประมูลคลื่นความถี่ โดยรัฐบาลจัดการให้สิทธิบริการลักษณะตามความเหมาะสม (บิวตี้ คอนเทสต์)
เอ็นทีที โดโคโมะ เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำของโลกที่กำลังปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นผู้ให้บริการหลากหลายต่อยอดจากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หลัก (อินทิเกรเต็ด เซอร์วิส คอมพะนี) รองรับลูกค้าทั่วประเทศบน 3จี ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และโครงข่าย 4จี แอลทีอี ซึ่งเปิดให้บริการย่าน 1500 เมกะเฮิรตซ์ และ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ส่วนย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์จะเปิดบริการปีนี้
"ต้องยอมรับว่า เอ็นทีที เป็นโครงข่ายแรกๆ ของโลกที่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ และยังสร้างความแตกต่างด้วยการพัฒนาระบบช่วยเหลือในการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบัน เอ็นทีที โดโคโมะ มีลูกค้าใช้บริการรวม 61 ล้านราย คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดราว 48% จากจำนวนประชากรรวมในประเทศ 120 ล้านราย ส่วนบริการ 4จีมีลูกค้าใช้งานไม่ต่ำกว่า 10 ล้านราย"
เอ็นทีที โดโคโมะ หวังจะเป็นผู้ให้บริการสื่อสารข้อมูลเคลื่อนที่ที่มีเสถียรภาพสูงได้ผ่านโครงข่ายที่ครอบคลุม 4จีแอลทีอีภายใต้ชื่อบริการ Xi (อ่านว่า Crossy) ซึ่งจะทำให้มียอดผู้ใช้บริการ 30 ล้านรายภายในปี 2558
เจาะสายการผลิตดีไวซ์ใหม่
พร้อมกันนี้ เข้าเยี่ยมชมบริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์ชั้นนำของญี่ปุ่น รวมทั้งระบบโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4จีแอลทีอี
อุปกรณ์ของเอ็นอีซีรองรับเทคโนโลยีแอลทีอีบนคลื่นความถี่ต่างๆ ได้ เช่น คลื่น 1800 2100 และ 2600 เมกะเฮิรตซ์ โดยปี 2551 เอ็นอีซีได้ตกลงร่วมกับบริษัท อัลคาเทล ลูเซ่น พัฒนาแอลทีอี ไวร์เลส บรอดแบนด์ โซลูชั่น เพื่อสร้างบริการเครือข่ายรองรับเอ็มทูเอ็ม หรือแมชชีนทูแมชชีน บริการคลาวด์สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ การให้บริการโฆษณาผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมความเร็วสูง
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ผู้ใช้บริการชาวญี่ปุ่นมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วด้วยการใช้บริการการสื่อสารอันหลากหลายบนเทคโนโลยีทันสมัย สำหรับประเทศไทยกลางเดือน เม.ย.นี้ ผู้บริโภคจะได้ใช้บริการ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์แน่นอน ซึ่งจะรองรับการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทข้อมูล (ดาต้า) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไปได้อีกระยะหนึ่ง
ขณะเดียวกัน กสทช. ได้เตรียมการนำเทคโนโลยี 4จี ด้วยการจัดตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมการเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อบริหารและจัดสรรคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีหน้าที่หลักๆ ในการจัดทำหลักเกณฑ์ กฎการประมูล เงื่อนไขการประมูล ฯลฯ การประเมินมูลค่าคลื่น ราคาตั้งต้นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อมูลในการดำเนินการ
ทั้งนี้ภายใต้คณะอนุกรรมการเตรียมการฯ ให้มีคณะทำงานเพื่อมารองรับในแต่ละภารกิจ
คณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. ยังได้ศึกษาประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน การโอนย้ายลูกค้าที่มีอยู่ครั้งละมากๆ ว่าดำเนินการได้หรือไม่ การนำคลื่นความถี่เดิมมาจัดสรรใหม่ (รี-ฟาร์มมิ่ง) เพื่อให้การจัดสรรคลื่นความถี่ของประเทศไทยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน รวมถึงประเด็นเรื่องเลขหมายที่ได้จัดสรรไปแล้วและกำลังใช้งานที่จะต้องคืนด้วย
นอกจากกิจการโทรคมนาคม กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ประเทศญี่ปุ่น ก็มีพัฒนาที่ดี ได้รับการยอมรับว่าอยู่อันดับต้นๆ ทั้งด้านเทคโนโลยี และระบบการกำกับดูแลที่ยึดหลักการกำกับดูแลตนเองของผู้ประกอบกิจการ โดยมีกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร (เอ็มไอซี) กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม และกำกับดูแลกิจกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตามกฎหมายกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ปี 2551
โครงสร้างกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ของญี่ปุ่นแบ่งตามห่วงโซ่การให้บริการได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. ผู้ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก โดยกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ของญี่ปุ่นมีใช้สาธารณูปโภคร่วมกัน (อินฟราสตรักเจอร์ แชร์ริ่ง) เช่น หอโตเกียว สกาย ทรี ผู้รับใบอนุญาตสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญ อาทิ บริษัท นิปปอน เทเลวิชชั่น ซีตี้ คอร์ปอเรชั่น บริษัท เอ็นทีที กรุ๊ป ให้บริการไอพีทีวี และบรอดแบนด์ ผู้เป็นตัวอย่างของการหลอมรวมสื่อ
2. ผู้ให้บริการรายการ มีผู้ให้บริการรายหลักอยู่ 7 สถานี ได้แก่ เอ็นเอชเค, เอ็นเอชเค (เอ็ดดูเคชั่น), นิปปอน เทเลวิชชั่น, ทีวี อาซาฮี, โตเกียว บรอดแคสติ้ง, ทีวี โตเกียว และฟูจิ เทเลวิชั่น ซึ่งทั้ง 7 สถานี มีพื้นที่การให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเช่าใช้เสาอากาศของผู้ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อออกอากาศ
ส่วนการเปลี่ยนผ่านสู่การรับส่งสัญญาณระบบดิจิทัลของประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มวางแผนตั้งแต่ปี 2541 โดยปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกฎหมายวิทยุคมนาคม เพื่อให้รองรับกับแนวทางการเปลี่ยนผ่านปี 2546 โดยญี่ปุ่นได้เริ่มออกอากาศระบบดิจิทัล 3 เมืองใหญ่ ได้แก่ โตเกียว โอซาก้า และนาโกย่า และขยายต่อไปทั่วประเทศ หลังจากเริ่มออกอากาศได้ 3 ปี
เดือนเม.ย. 2549 ประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มให้บริการโทรทัศน์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โมบาย ทีวี) โดยใช้ย่านความถี่ของกิจการโทรทัศน์ในการออกอากาศ เป็นรายการเดียวกับที่ออกอากาศในโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดิน ในเดือนธ.ค.ปีเดียวกัน โทรทัศน์ระบบดิจิทัลได้ออกอากาศครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ทั้งประเทศญี่ปุ่น และวันที่ 24 ก.ค. 2554 ญี่ปุ่นยุติการออกอากาศระบบอนาล็อกอย่างเป็นทางการ
ประเทศญี่ปุ่นใช้เวลาขยายโครงข่ายประมาณ 6-7 ปี จนครอบคลุม 98% ของประชากร ใช้สถานีส่งกว่า 2,100 สถานี เนื่องจากภูมิประเทศของญี่ปุ่นเป็นภูเขาสลับซับซ้อน บางสถานีต้องเชื่อมสัญญาณผ่านไมโครเวฟถึง 2-3 จุดกว่าจะถึงแหล่งชุมชน
ดึงแพลตฟอร์มสู่การประมูลไทย
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช. และประธานบอร์ด กทค. กล่าวว่า บอร์ดกทค.มีมติวันที่ 20 มี.ค. 2556 เสนอตั้งคณะกรรมการจัดการบริหารคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เป็นคณะทำงานสำหรับจัดการประมูลคลื่นความถี่ 4จี (แอลทีอี)
คณะทำงานชุดนี้ มีลักษณะคล้ายกลับคณะทำงานจัดการประมูลคลื่นความถี่ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ โดยจะจัดทำแผนการประมูล วิธีการประมูล ราคาคลื่นความถี่ทั้ง 2 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 4 ชุดคลื่นความถี่ จำนวนชุดละ 5 เมกะเฮิรตซ์ว่าจะมีราคาเท่าไร
แผนการประมูล 4จีเดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นในต.ค. 2556 แต่ต้องเลื่อนไปปลายปี 2557 เพราะติดปัญหาด้านกฎหมาย และยอมรับว่าติดปัญหาการถือครองคลื่นดังกล่าวกับบมจ.กสท โทรคมนาคม
เขา กล่าวว่า แผนการเยียวยาลูกค้า 2จีที่ใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่จะหมดสัญญาสัมปทานของบริษัททรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) ที่ยังค้างอยู่ในระบบราว18 ล้านราย คาดว่าจะยกร่างแผนเยียวยาได้เสร็จภายใน 3 เดือน หรือราวเดือนมิ.ย.นี้
ส่วน กสท ผู้เป็นเจ้าของสัญญาสัมปทานต้องส่งแผนและมาตรการเยียวยาลูกค้า และดูแลลูกค้าในระบบด้วย แต่ประเทศญี่ปุ่นกำลังจะเปิดบริการ 4จีในย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่ญี่ปุ่นจะไม่ประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งรัฐบาลได้จัดให้สิทธิบริการในลักษณะตามความเหมาะสม (บิวตี้ คอนเทสต์) ส่วนไทยการจัดสรรคลื่นความถี่ต้องเป็นไปในรูปแบบการประมูลเท่านั้นตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ หากเริ่มเปิดประมูล 4จี และใช้งานจริง คาดว่ามูลค่าตลาดบริการโทรคมนาคมปี 2559 จะเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 5.4 แสนล้านบาท หรือมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อนหน้า โดยมีแรงผลักดันจากตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยมูลค่าตลาดสูงกว่า 4.6 แสนล้านบาท เป็นสัดส่วนมูลค่าตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มิใช่ทางเสียงสูงกว่า 50% ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี 44%
แนวโน้มการเติบโตของตลาดบริการโทรคมนาคมดังกล่าว มีส่วนกำหนดทิศทางการดำเนินงานปี 2556 ของ กทค. ให้มุ่งเน้นเรื่องการเดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภคเรื่อง 3จี อย่างเข้มข้น ทั้งยังคงเร่งดำเนินการเปิดประมูล 4จี คลื่นความถี่ 1800 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่นับวันจะขยายตัวอย่างมาก





