ผู้ค้าดัมพ์ราคากระหน่ำคอมมาร์ต

ผู้ค้าดัมพ์ราคากระหน่ำคอมมาร์ต

นำสินค้าใหม่ และเก่าค้างเก็บ มาลด แลก แจก และแถม เรียกความสนใจผู้บริโภค รอความหวังถัดๆ ไป ที่จะมาช่วงไตรมาสที่ 2 ปีนี้

เมื่อผลิตภัณฑ์ กำลังซื้อของผู้บริโภค และเทคโนโลยีใหม่ที่ทยอยเปิดตัวสู่ตลาดไม่แรงมากพอที่จะเรียกเงินในกระเป๋าทั้งคอไอทีพันธุ์แท้ และขาจรได้มากนัก ความหวังเล็กๆ ที่มาพร้อมงานเทรดโชว์ด้านไอทีจึงเป็นโอกาสอันดีให้ผู้ค้า ผู้ผลิตนำสินค้าใหม่ และเก่าค้างเก็บ มาลด แลก แจก และแถม เรียกความสนใจผู้บริโภค รอความหวังถัดๆ ไป ที่จะมาช่วงไตรมาสที่ 2 ปีนี้ ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะมีดีมากพอจะฝ่าปัจจัยลบจากทั้งภายในภายนอกได้หรือไม่...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศงาน “คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2013” วันแรก (21 มี.ค.)ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่ช่วงเช้าไม่ถึงกับคึกคักมากนัก ทว่ามีผู้สนใจทยอยเข้างานเรื่อยๆ ส่วนใหญ่สนใจสินค้าที่มีของแถมพิเศษ หรือส่วนลดมากๆ และที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษมีแบรนด์เอเซอร์ที่ให้ส่วนลด 50% สำหรับเน็ตบุ๊คจำนวน 50 เครื่องต่อวัน โดยตั้งแต่ประตูเปิดมีลูกค้าไปต่อแถวเพื่อจับฉลากรับสิทธิ์คับคั่ง

ภาพรวมที่ซื้อง่ายขายคล่องคือ สินค้าประเภทอุปกรณ์เสริมที่ราคาไม่แพง และไม่ต้องไตร่ตรองมากก่อนซื้อ จากการเดินสำรวจพบว่าส่วนลดจะมีตั้งแต่ 1,000 บาทเป็นขึ้นไป ที่ลดถึง 50% มักจำกัดจำนวนเครื่องที่ให้ต่อวัน และลูกค้าต้องลุ้นจับฉลากว่าได้หรือไม่อีกที

นอกจากนี้ ผู้จำหน่ายเคสพรีเมียมสำหรับสมาร์ทโฟนแบรนด์ชั้นนำ งัดทุกกลเม็ดเรียกลูกค้านอกจากส่วนลดพิเศษ 20% ยังใช้โซเชียล มาร์เก็ตติ้ง ด้วยการให้ลูกค้าที่กดไลค์บนแฟนเพจเฟซบุ๊คจะได้ส่วนลด 50% พร้อมฟิล์มกันรอยแถมฟรี ขณะเดียวกันภายในฮอลล์หลักมีสินค้าเพาเบอร์แบงก์ หรือแบตเตอร์รีสำรองสำหรับสมาร์ทโฟนมาจำหน่าย เริ่มต้นความจุ 2600 แอมราคา 590 บาท แพงที่สุด 13000 แอม 1,690 บาท


โน้ตบุ๊คตกอันดับ

นายปฐม อินทโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เออาร์ไอพี ผู้จัดงาน กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีทำให้ผู้ค้าต่างปรับตัว ไม่ฝากความหวังไว้กับโน๊ตบุ๊คเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันนำสินค้าที่โตได้แรงอย่างสมาร์ทดีไวซ์เข้ามาจำหน่ายมากขึ้น งานคอมมาร์ตครั้งนี้มีแทบเล็ตและสมาร์ทโฟนเข้ามาวางจำหน่ายถึง 1 ใน 3 ส่วน

“ช่วงที่ผ่านมาตลาดไม่บูมมากแต่ก็มีสัญญาณเชิงบวก ผมเชื่อว่าสถานการณ์จะกลับมาดีประมาณช่วงไตรมาสที่ 2 เท่าที่คุยกับผู้ผลิตต่างกำลังเตรียมพร้อมเพื่อปล่อยของใหม่เต็มที่ ภาพรวมทั้งปีเชื่อว่าตลาดรวมไอที รวมทั้งโน้ตบุ๊คจะโตได้ถึง 10%”

อย่างไรก็ดี คอมมาร์ตจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้ระดับหนึ่ง มั่นใจว่าเงินสะพัดภายในงาน 3,000 ล้านบาท คนสนใจตบเท้าเข้างานกว่า 8 แสนคนตามเป้า กลุ่มที่จะมียอดขายสูงที่สุดคาดว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต

ส่วนโน้ตบุ๊คจะหล่นมาอยู่อันดับที่ 2 ครั้งแรก ขณะที่อันดับ 3 ยังประเมินได้ยาก ที่ต้องจับตามองคือเทรนด์ 4 จอทั้งโน้ตบุ๊ค แทบเล็ต สมาร์ทโฟน และดิจิทัลทีวี

พร้อมระบุว่า ผู้ค้าขนสินค้าจำนวนมากมาลดราคาล้างสต็อก พร้อมมีโปรโมชั่นแรงเรียกลูกค้า สุดท้ายผลที่ได้จากงานจะเป็นตัวชี้วัดว่าตลาดไอทีปีนี้จะไปในทิศทางใด

อัลตร้าบุ๊คขยับสู่เมนสตรีม

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด แสดงความเห็นว่า ตั้งแต่ปี 2555 อัลตราบุ๊คเข้ามาเป็นแรงบันดาลใจทำให้อุตสาหกรรมโน้ตบุ๊คเกิดการเปลี่ยนแปลง สำหรับปีนี้เชื่อว่ามีโอกาสกลายเป็นสินค้าเมนสตรีมได้ ทั้งราคาจะปรับตัวลดลงระดับ 2 หมื่นบาทต้นๆ ทำให้ผู้บริโภคจับต้องได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฟอร์ม แฟคเตอร์ของผลิตภัณฑ์จะหลากหลายมากขึ้น ทั้งแบบบิดหมุนได้ จอถอดออกได้ เชื่อมต่อไปกับดีไวซ์ประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะปีนี้จะมีผสมผสานไปกับเทคโนโลยีทัชสกรีน ซึ่งอินเทลเองจะพยายามกระตุ้นให้ตลาดเติบโตมากขึ้นต่อไป

เขาประเมินว่า ภาพที่ชัดเจนจะเห็นได้ช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ซีพียูเจเนอเรชั่น 4 ของอินเทลพร้อมสู่ตลาด ขณะที่อัลตราบุ๊คเองจะเข้าสู่เฟสที่ 3 ที่เครื่องจะบางลงและใช้แบตเตอร์รี่ได้นานขึ้น ทั้งปีเชื่อว่าตลาดรวมโน้ตบุ๊คยังมีโอกาสการเติบโต ไม่คิดว่าจะลดลงหรือคงที่เหมือนที่คนอื่นๆ ประเมิน

พร้อมระบุว่า บูธของอินเทลในงานคอมมาร์ตมีสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตที่ใช้ซีพียูอะตอมและตระกูลคอร์ พร้อมมีตัวอย่างการใช้เทคโนโลยี และรูปแบบผลิตภัณฑ์ในตลาดที่กำลังเปลี่ยนไปมาจัดแสดง
แทบเล็ตอินเตอร์ชนตลาดจีน

นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า เอซุสกำลังรุกหนักตลาดแทบเล็ตเต็มรูปแบบ ขณะนี้มีจำหน่ายตั้งแต่ระดับล่างที่ราคาถูกเริ่มต้น 4,900 บาท กระทั่งไฮเอนด์ 2 หมื่นบาทขึ้นไป เชื่อว่ามีความพร้อมอย่างมากและแข่งขันได้กับทุกตลาดรวมทั้งสินค้าที่มาจากประเทศจีน การทำตลาดผลิตภัณฑ์มองเรื่องสเปคเครื่องเป็นหลัก

อย่างไรก็ดี ไฮไลต์งานคอมมาร์ตครั้งนี้ คือแทบเล็ตรุ่นใหม่ขนาด 7 นิ้ว ใช้ชิพอินเทล ใส่ซิมได้ราคา 7,900 บาท โดยบริษัทได้โควต้ามาหลายร้อยเครื่อง ขณะนี้สินค้ายังไม่เข้ามา แต่จองได้ภายในงานและรับเครื่องได้ภายในไตรมาสที่ 2 ส่วนโน้ตบุ๊คมีส่วนลดพิเศษตั้งแต่ 1,000-2,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 10%

เขาประเมินว่า แทบเล็ตและนโยบายรถคันแรกฉุดกำลังซื้อโน้ตบุ๊คช่วงต้นปีไปค่อนข้างมาก จากนี้สินค้าระดับล่างจะขายยากขึ้น และไปโตที่ระดับกลางถึงสูงราคาตั้งแต่ 1.5 หมื่นบาทขึ้นไป โดยเฉลี่ยตลาดรวมราคาจะอยู่ที่ 1.7 หมื่นบาท ที่ขายดีคือรุ่นที่ใช้ซีพียูคอร์ไอ 5, ไอ3, เพ็นเทียม และเซเลรอนตามลำดับ ขณะที่สัดส่วนอัลตราบุ๊ครูปแบบเดิมมีโอกาสลดลงเหลือ 5% จากเดิมมี 10% และไปโตที่เครื่องแบบไฮบริดแทน

ผนึกม.รังสิตเปิดบุ๊คสโตร์ใหม่

นายปฐม อินทโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เออาร์ไอพี กล่าวว่า ปี 2555 ตลาดแทบเล็ตประเทศไทยเติบโตรวดเร็วมาก ข้อมูลระบุว่ายอดขายไอแพดเติบโตถึง 65% ขณะที่ตลาดรวมโต 87% ดังนั้น บริษัทร่วมมือกับมหาวิทยาลัยรังสิตพัฒนาตลาดอีบุ๊ครองรับ โดยจัดทำโครงการ “พัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา และเสริมสร้างธรรมาธิปไตย” พร้อมเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “อาร์เอสยู บุ๊ค(RSU Book)” บุ๊คสโตร์บนสมาร์ทดีไวซ์ รองรับระบบปฏิบัติการไอโอเอส และเร็วๆ นี้จะเปิดให้บริการแอนดรอยด์

“เออาร์หวังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถของเยาวชน พร้อมเพิ่มช่องทางการค้นหาความรู้ในยุคที่เทคโนโลยีเฟื่องฟู และผูกติดกับไลฟ์สไตล์ ที่สำคัญสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา”

นายชุณหพงศ์ ไทยอุปถัมภ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวเสริมว่า บุ๊คสโตร์ดังกล่าวรวบรวมหนังสือข้อมูลประกอบการเรียนของทุกขณะ ขณะนี้มีบริการกว่า 30 เล่ม บางส่วนเปิดบริการฟรีกับเยาวชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผู้สนใจนำหนังสือใหม่มาลง ติดต่อมหาวิทยาลัยได้โดยตรง ขณะนี้ยังเป็นรุ่นทดลองใช้ เวอร์ชั่นจริงจะพร้อมให้บริการก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปี 2556