"เอปสัน" ดันไทยนำร่องทีมโลคัลบริหารเอเชียใต้

"เอปสัน" ดันไทยนำร่องทีมโลคัลบริหารเอเชียใต้

เอปสัน ย้ำศักยภาพตลาดไทยดันโมเดลใหม่ใช้ทีมบริหารในประเทศคุม 6 ประเทศ ไร้ญี่ปุ่น เชื่อมือทีมงานแข็งแกร่ง

นายเออิจิ คาโตะ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในโอกาสอำลาตำแหน่งที่อยู่มา 4 ปีว่า ปีงบประมาณใหม่เอปสันจะเริ่มใช้ทีมงานในประเทศเป็นผู้ดูแลตลาดไทยและอีก 5 ประเทศเอเชียใต้คือ เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา และปากีสถาน โดยยังคงทำงานใกล้ชิดกับสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคที่สิงคโปร์

ทั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกในเอเชียที่ใช้โมเดลธุรกิจดังกล่าว เพราะบริษัทมองว่าทีมงานในประเทศแข็งแกร่ง ดำเนินธุรกิจได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้บริหารญี่ปุ่นประจำ จาก 10 กว่าปีก่อนเคยทำที่ยุโรปมาแล้ว

"การทำงานทั้งหมดยังไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ผู้บริหารไทยจะมีหน้าที่มากขึ้นและทำงานใกล้ชิดกับสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ และไม่มีอะไรน่าเป็นกังวลที่นี่ เพราะทุกอย่างที่สร้างมา 4 ปีถือว่ามั่นคง ช่วงที่ประจำที่นี่ตลาดเราโตถึง 40% แม้จะมีวิกฤติต่างๆ เข้ามาตลอด" นายคาโตะกล่าว

พร้อมเผยว่า หลังจากนี้จะกลับไปประจำที่สำนักงานใหญ่ไซโก้ เอปสัน ญี่ปุ่น ดูแลตลาดเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กทั่วโลก สำหรับตลาดไทยแม้จะมีปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่ส่งผลต่อการทำตลาดแต่เชื่อว่าทีมงานไทยจะรับมือได้ และยังคาดหวังว่าเอปสันจะทำยอดขายได้เติบโตสูงกว่าตลาดรวม

ส่วนแผนการลงทุนยังเน้นการเพิ่มคนในหน่วยงานที่มีโอกาสเติบโตได้สูง ขณะที่ทีมบริหารในประเทศจะยังเป็นโครงสร้างเดิม

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า แผนงานใหม่เป็นความท้าทายของทีมงานในไทย เพราะเป็นครั้งแรกและความคาดหวังสูง ซึ่งบริษัทจะต้องทำงานด้วยความระมัดระวังเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ปีนี้คาดว่าตลาดรวมเครื่องพิมพ์จะเติบโตเพียงตัวเลขหลักเดียวตามสภาวะถดถอยของตลาด โดยตลาดใหญ่ เช่น กลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทจะมียอดขายรวมทุกแบรนด์ราว 1-1.2 ล้านเครื่อง แต่บริษัทจะเติบโตสูงกว่าตลาดเป็นประมาณ 10% โดยมองว่ายังมีโอกาสในตลาดใหม่ๆ เช่น ตลาดเครื่องพิมพ์หน้ากว้าง และดิจิทัล โฟโต้ แล็บ ที่จะมาทดแทนระบบการพิมพ์ภาพแบบเก่า (อนาล็อก)

นอกจากนี้ยังมีสินค้ากลุ่มดอตเมทริกส์ เครื่องพิมพ์ฉลาก และโปรเจคเตอร์ที่ต้องการใช้ในกลุ่มโฮมยูส ออฟฟิศขนาดเล็ก และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่เติบโตได้สูงกว่าตลาดคอนซูเมอร์

"อิงค์เจ็ทอาจจะไม่โตเลยด้วยซ้ำ แต่หลังจากเราเริ่มทำตลาดเครื่องแทงค์ก็เริ่มดีขึ้น เพราะไม่มีใครทำหมึกคุณภาพได้ราคาถูกเท่าเรา" นายยรรยงกล่าว

ส่วนตลาดนอกประเทศปีที่ผ่านมาพบว่า ลาวมียอดขายเติบโตสูงสุด เพราะมีงานประชุมสัมมนาจำนวนมากทำให้ความต้องการใช้เครื่องพิมพ์สูง ซึ่งบริษัทจะยังใช้กลยุทธ์การเข้าไปร่วมมือกับดิสทริบิวเตอร์ท้องถิ่นทำตลาด