กลุ่มซีพีดึง"ไอเอฟเอส"ปรับไอทีครั้งใหญ่

กลุ่มซีพีดึง"ไอเอฟเอส"ปรับไอทีครั้งใหญ่

"เจริญโภคภัณฑ์วิศวกรรม" ยกเครื่องระบบไอทีครั้งใหญ่ ดึงอีอาร์พีรายใหญ่จากสวีเดนปรับระบบงานเป็นมาตรฐาน รับเทรนด์ธุรกิจเกษตรเนื้อหอม

นายจิระศักดิ์ เสงี่ยมกิตติกุล ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์วิศวกรรม จำกัด (ซีพีอี) ตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรโรงสีข้าวและระบบบริการทางวิศวกรรมด้านการเกษตรในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า บริษัทเริ่มติดตั้งระบบอีอาร์พี "ไอเอฟเอส แอพพลิเคชั่น 8" ซึ่งเป็นระบบริหารจัดการองค์กรแบบครบวงจรจากบริษัทไอเอฟเอสในสวีเดน คาดว่าจะสมบูรณ์พร้อมใช้ช่วงเดือน ต.ค.นี้

แผนดังกล่าวเป็นการปรับปรุงระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศครั้งใหญ่ในรอบกว่า 30 ปี เพื่อปรับปรุงระบบงานภายในตั้งแต่เริ่มต้นโครงการต่างๆ ของลูกค้าให้ได้มาตรฐานและเพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทในกลุ่มอาเซียน ซึ่งคาดว่าธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมจะยังเติบโตสูงประกอบกับแนวโน้มของตลาดที่แรงงานภาคเกษตรจะเริ่มหายไปและจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย

ผู้บริหารซีพีอี ระบุว่า ระบบเดิมจะคำนวณกำไร/ขาดทุนของโครงการต่างๆ ไม่ได้รวดเร็ว และแสดงข้อมูลที่เชื่อมโยงกันเพื่อประโยชน์สำหรับการตัดสินใจของผู้บริหารไม่ได้

"เฟสแรกเราลงทุน 15 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่มาก เพราะไอเอฟเอสสามารถเลือกเฉพาะโมดูลที่จำเป็นจะใช้ได้ ทำให้ไม่ต้องลงทุนสูง" นายจิระศักดิ์ กล่าว

พร้อมคาดว่า ปีแรก ระบบใหม่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ราว 20-30% และทำให้บริษัทบรรลุแผนมีรายได้เพิ่มจาก 1,200 ล้านบาทเป็น 2,000 ล้านบาทภายในปี 2556

นายศรีดาราน อรูมูแกม รองประธานบริษัทไอเอฟเอส ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า ระบบอีอาร์พีของไอเอฟเอสมีจุดเด่นที่ทำงานได้แบบ "โปรเจค เบส" ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ช่วยทำให้ระบบของลูกค้าเป็นมาตรฐานต่างจากอีอาร์พีรายอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นระบบงานหลังบ้านทั่วไป หรือรูปแบบงานที่มีใช้กันในองค์กรอยู่แล้ว เช่น ระบบงานบัญชี หรือระบบสินค้าคงคลัง

นอกจากนี้ไอเอฟเอสยังรองรับธุรกิจที่มีระบบงานกระจาย และแต่ละแห่งมีระบบงานย่อยที่แตกต่างกันยากสำหรับการบริหารจัดการ รวมทั้งทำงานได้บนอุปกรณ์พกพาที่ช่วยให้ผู้บริหารได้รับข้อมูลเพื่อการตัดสินใจต่างๆ ได้เร็วขึ้น

นายศรีดาราน คาดว่า ตลาดไทยปีนี้มีโอกาสจะลงทุนระบบอีอาร์พีสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศ ซึ่งหลังวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ทำให้บริษัทเหล่านี้เริ่มต้องการโซลูชั่นที่ช่วยคาดการณ์และวางแผนอนาคตได้แม่นยำมากขึ้น

"ดีลกับซีพีอีเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่จะยกเป็นต้นแบบเคสที่ประสบความสำเร็จ ลูกค้านำระบบไปใช้แล้วได้ผลดีอย่างไร โดยที่เลือกลงระบบเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้งาน ซึ่งก็เป็นโอกาสที่จะต่อยอดไปใช้กับหน่วยงานอื่นๆในกลุ่มซีพีได้"