ไอซีทีทุ่ม 1.7 พันล้านขยายไวไฟโรงเรียน

ไอซีทีทุ่ม 1.7 พันล้านขยายไวไฟโรงเรียน

"ไอซีที" ดึงทีโอที-กสททำไวไฟให้โรงเรียนสพฐ.กว่า27,000แห่งรับการใช้งานแทบเล็ตป.1 เซ็นเอ็มโอยูกับกิจการร่วมค้า ตีกรอบ 300 วันส่งมอบ

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาเช่าใช้บริการวงจรสื่อสารข้อมูลพร้อมอุปกรณ์ โครงการพัฒนาระบบโครงข่ายไร้สาย เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนโดยใช้แทบเล็ตนักเรียนชั้น ป.1 ระหว่างกระทรวงไอซีที กับบมจ.ทีโอที และบมจ. กสท โทรคมนาคมว่า จากกรณีที่ทางกระทรวงไอซีทีได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2554 ให้กระทรวงไอซีที เป็นผู้รับหน้าที่จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แทบเล็ต) ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสมตามหลักสูตร และพัฒนาระบบโครงข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สาย (ไวไฟ) ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1 แม้ปัจจุบันหน้าที่การจัดหาแท็บเล็ตและการพัฒนาเนื้อหาหลักสูตร ได้ถูกโอนไปเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว แต่สำหรับการพัฒนาระบบโครงข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายตามโครงการยังคงเป็นหน้าที่ของกระทรวงไอซีทีอยู่

อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 ทางกระทรวงไอซีที ได้รับอนุมัติงบประมาณจากสำนักงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,760 ล้านบาท เพื่อการดำเนินการพัฒนาระบบโครงข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สาย ให้แก่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จำนวนทั้งสิ้น 27,231 โรงเรียน หรือให้แก่นักเรียนชั้น ป.1 รวมทั้งสิ้น 858,886 คน

ทั้งนี้ในการดำเนินกานทั้งในส่วนการเช่าใช้บริการวงจรสื่อสารข้อมูล และจัดหาอุปกรณ์ ในครั้งนี้ ได้แบ่งหน้าที่การรับผิดชอบเป็น ทีโอที จำนวน 26,889 โรงเรียน และ กสท จำนวน 342 โรงเรียน มีระยะเวลาในการดำเนินการ 300 วัน

เขา กล่าวว่า สำหรับในการจัดหาและดำเนินการของทั้ง ทีโอที และ กสท ทั้ง 2 บริษัท จะต้องปรับปรุงความเร็วในการเชื่อมอินเตอร์เน็ตให้ได้ไม่ต่ำกว่า 4-10 เมกะบิตต่อ 1 จุด เชื่อมต่อ รวมถึงต้องให้การใช้งานมีความเสถียร โดยให้ใช้ระบบสื่อสัญญาณทางสายชนิดเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง บนย่านความถี่ 2.4 กิกะเฮิรตซ์ รวมถึงต้องมีการบริหารระบบจัดเก็บข้อมูลจากการจราจรทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานของผู้ โดยทั้ง 2 บริษัทต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นครบทุกโรงเรียนภายใน 300 วันนับจากเดือนมิถุนายน 2556

แต่ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการทั้งหมดจะแล้วเสร็จถึง 80% ได้ภายในเดือนมิถุนายน

ส่วนผู้ใช้งานที่เป็น นักเรียน ครู และบุคลากรตามโรงเรียนต่างๆ รวมทั้งประชาชนทั่วไป ที่เข้าใช้งานผ่านโครงข่ายแบบสายและไร้สาย จะถูกกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน พร้อมระบบการจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และระบบการบริหารจัดการข้อมูลที่แตกต่างกัน เช่น การจำแนกเส้นทางของข้อมูลในโครงข่ายภายใน และภายนอก รวมถึงการมีอุปกรณ์ป้องกันการโจมตีเครือข่าย จากผู้ไม่หวังดี เข้าไปยังอุปกรณ์โครงข่ายภายในโรงเรียนต่างๆ ที่อยู่ภายในโครงการ MOEnet ได้

สำหรับโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายไร้สาย ในปี 2557 ทางกระทรวงไอซีทีได้เตรียมเสนอของบประมาณดำเนินการแก่สำนักงบประมาณ รวมทั้งสิ้น 4,250 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวสำหรับโรงเรียนทั้งสิ้น 43,258 โรงเรียน ซึ่งในปี 2557 จะเป็นการนับรวมการดำเนินงานให้แก่นักเรียนชั้น ป.1 ป.2 และ ม.1 ทั้งที่อยู่ภายในสังกัด สพฐ. และที่ไม่ได้อยู่ภายใต้สังกัด สพฐ.

รมว.ไอซีที กล่าวว่า ส่วนกรณีการจัดซื้อแทบเล็ตป.1 เฟส 2 สำหรับจัดหาให้นักเรียนป.1 และม.1 คาดว่าจะจัดซื้อจำนวน 1.6 ล้านเครื่อง ด้วยงบประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยจะแบ่งเป็นป.1 จำนวน 9 แสนเครื่อง และม.1 จำนวน 7 แสนเครื่อง คาดว่าภายในกลางเดือนนี้จะร่างเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) แล้วเสร็จ และคาดว่าภายในสิ้นเดือนจะประกวดราคาแบบระบบเปิดได้ (โอเพ่น บิด) เปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนทั้งในและนอกประเทศที่สนใจเข้าร่วมประมูลได้ทั้งหมด สำหรับกรณีมีกระแสข่าวว่า เครื่องแทบเล็ตแรกในล็อตแรกที่ส่งมอบเสร็จทั้งหมดแล้วจำนวน 9 แสนเครื่อง ยืนยันว่า อัตราเครื่องเสียไม่เกิน 1% ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไปของอุปกรณ์ไอทีที่กำหนดอัตราเครื่องเสียได้ 3%

เขา กล่าวว่า สำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายขยายจุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย (ไวไฟ) ไอซีทีได้รับงบดำเนินการแล้วจำนวนเงิน 831 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมงบของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรองรับการใช้งานของนักเรียนในโครงการแทบเล็ต ซึ่งปัจจุบันไอซีทีมีจุดให้บริการไวไฟแล้ว 200,000 จุด