"ซีเอส ล็อกซ" เปิดแผนเตรียมลงทุนสร้างดาต้า เซ็นเตอร์แห่งที่ 3 รับธุรกิจใช้คอมพิวเตอร์สูงขึ้น คาดเลือกรัศมีปริมณฑลเริ่มเดินเครื่องภายในปีนี้
ชี้เทรนด์สมาร์ทโฟนมาแรงหนุนตลาดแอพพลิเคชั่นคึกคัก เล็งดัน "วีดิโอ แอพ" หนุนรายได้รวมเพิ่ม 4-5%
นายอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีเอส ล็อกซอินโฟ กล่าวว่า บริษัทกำลังวางแผนสร้างศูนย์ข้อมูล (ดาต้า เซ็นเตอร์) แห่งใหม่ โดยเจรจาหาทำเลรัศมีปริมณฑล ไม่ใช่พื้นที่น้ำท่วม และมีเนื้อที่รองรับลูกค้าได้ราว 3,500 ตารางเมตร หรือราว 350 แร็ก งบลงทุนราว 350 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้
ทั้งนี้ ดาต้า เซ็นเตอร์ดังกล่าวจะเป็นศูนย์แห่งที่ 3 ของบริษัท เพื่อรองรับการฝากข้อมูลจากลูกค้าภายนอกซีเอส ล็อกซ เพราะเห็นแนวโน้มการเติบโตของการใช้คอมพิวเตอร์ในองค์กร โดยเฉพาะการใช้เครื่องแบบเสมือน (เวอร์ชวล แมชชีน) และระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง เพื่อให้บริการกับสาขาของตัวเองที่ช่วยกระตุ้นให้ความต้องการใช้บริการดาต้า เซ็นเตอร์เพื่อฝากข้อมูลสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังเน้นดาต้า เซ็นเตอร์แบบพรีเมียม หรือเป็นศูนย์ที่ให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจรและทั่วถึงด้วยอาคารที่ตั้งที่ลงทุนสร้างเอง จำนวนแร็กไม่มาก เน้นคุณภาพ และมีระบบการรักษาความปลอดภัยของตัวเอง
"ดาต้า เซ็นเตอร์เรามีส่วนแบ่งตลาดไม่เยอะ หรือราว 20% เพราะเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขัน และเหลือไม่กี่รายหลักในตลาด เราก็ต้องหาจุดเด่นของตัวเองคือ เราไม่เน้นใหญ่ ให้ลูกค้าที่ตัวเลือกมากขึ้น โดยมีโลเคชั่นและไพรเวท ซีเคียวริตี้เป็นของตัวเอง"
ส่วนธุรกิจที่ปีนี้จะเติบโตสูงสุดคือ กลุ่ม "เอดีเวนเจอร์" หรืออินโฟ เทนเมนท์ผ่านมือถือ ซึ่งคาดว่าทั้งธุรกิจไอซีที และเอดี เวนเจอร์จะเติบโตได้มากกว่า 10% ขณะที่ธุรกิจเยลโล่ เพจเจสจะเริ่มหดตัวลง
ขณะที่การใช้สมาร์ทโฟนเติบโตสูงขึ้้นช่วยกระตุ้นการใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งปีนี้บริษัทจะเริ่มขยายแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เช่น "วีดิโอ แอพ" เพราะเชื่อว่าพื้นฐานของคอนเทนท์ที่ผู้บริโภคต้องการคือ ข้อมูลต่างๆ เช่น ม้า มวย หวย หุ้น แต่อุปกรณ์ใหม่ๆ จะช่วยทำให้แพลตฟอร์มของการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเพียงภาพและตัวอักษรเริ่มพัฒนาเป็นภาพเคลื่อนไหว หรือมีแพลตฟอร์มใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ 40-50 ล้านบาท และสำหรับธุรกิจใหม่ๆ อีก 70-80 ล้านบาท รวมงบลงทุนปีนี้ราว 500 ล้านบาท
"ตลาดอินเทอร์เน็ตดูแล้วไม่โต เหมือนโทรคม ซึ่งการเติบโตจะใกล้เคียงกับจีดีพีของประเทศ คือเป็นตัวเลขหลักเดียว ดังนั้นไอเอสพีที่เน้นอินเทอร์เน็ตอย่างเดียวคงอยู่ยาก ทำให้เราเริ่มปรับตัวมาทำตลาดไอซีทีที่มีบริการอื่นๆ ด้วย ซึ่งปีนี้เทคโนโลยีไร้สายใหม่ๆ ก็น่าจะเกิดได้เต็มตัว และน่าจะเป็นโอกาสที่ดี ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ดูแล้วปีนี้ก็น่าจะเบากว่าปีที่แล้ว"
ปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมเติบโต 4-5% จากปีที่ผ่านมามีรายได้รวมราว 3,000 ล้านบาท กำไร 400 ล้านบาท





