Wifes Restaurant เปลี่ยนไอเดียนักโฆษณา ลุกขึ้นมาจับตะหลิว พร้อมจูงมือสามี นักออกแบบ เนรมิตร้านเป็นบ้านแสนอบอุ่น แต่แอบกลัวเมีย
มีคำกล่าวว่า แกงถุงหรือจะสู้รสมือเมีย ข้อคิดสะกิดใจเจ้าของร้าน Wife’s Restaurant เปลี่ยนไอเดียนักโฆษณา ลุกขึ้นมาจับตะหลิว พร้อมจูงมือสามี นักออกแบบ เนรมิตร้านเป็นบ้านแสนอบอุ่น แต่แอบกลัวเมีย
สู้ VS ประสบการณ์
ตู๋-สายเพ็ชร เลาหสุขไพศาล อดีตครีเอทีฟโฆษณาบริษัทเอเจนซี่ชื่อดังของไทย ขอสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักกินทั่วสารทิศ เปิดบ้านตัวเองต้อนรับสมาชิกทุกเพศวัย ด้วยเมนูอาหารที่ดัดแปลงมาจากการเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ยึดตำราอาหารต้นฉบับแล้วจับวัตถุดิบดั้งเดิมมาใส่จาน
“เรื่องอาหาร อ่านเยอะ ชอบเรื่องกินเรื่องเที่ยวอยู่แล้ว ได้ไปกินอาหารพื้นบ้านพื้นเมืองที่ต่างๆ เลยมีตำราอาหารเยอะมาก มันง่ายมากที่จะเจอสูตร เสิร์ชหาในอินเทอร์เน็ต หรือพวกสูตรหลังปกหนังสือ ทั้งหมดนี้เราสั่งสมและหล่อหลอมมานานโดยไม่รู้ตัว”
เจ้าของร้านสาว กล่าวต่อว่า เธอไม่อยากให้ร้านเป็นอิตาเลี่ยนสไตล์หรือไทยจ๋า หรือเมนูเลิศหรูอลังการ แต่ต้องการให้เป็นเมนูพื้นฐานจานอร่อยที่มีจุดขายคือ ความเป็น Original โดยเฉพาะเครื่องปรุงสำคัญที่สุด ต้องปรุงตามสูตรเป๊ะๆ ไม่ใช่ว่าจะเอาอะไรมาทดแทนก็ได้ เช่นคงความหอมของจานด้วยน้ำมันมะกอก Extra Virgin เป็นต้น
ส่วน เชฟ(พ่อครัว)ของที่นี่ต้องทิ้งทุกอย่างที่เคยร่ำเรียน และมีประสบการณ์มา เพื่อเรียนรู้ร่วมกันใหม่กับสูตรเฉพาะกิจจากคำประกาศิตเจ้าของร้าน ที่อาจดัดแปลงเพิ่มเติมจากลิ้นนักชิมของเธอ อาทิ เนื้อหมักน้ำมันมะกอก แต่ขอเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว หรือสลัดก็ต้องการใส่ความคาวของเนื้อสัตว์ลงไปด้วย อย่าง เบคอนชิ้นใหญ่ หรือเนื้อเป็ด เป็นต้น
นอกจากสูตรอาหารจะเป็นคีย์ซัคเซสแล้ว ร้าน Wife’s Restaurant ยังใช้ความประณีตตามรสนิยมสไตล์นักคิดสร้างสรรค์ของเธอเข้ามาดึงดูดใจลูกค้าด้วย เธอว่านิยามของคำนี้ เปรียบได้กับความใส่ใจ
ในเมื่อเลือกวัตถุดิบต้นฉบับได้แล้ว ก็ต้องเคารพขั้นตอนการปรุง และการจัดเรียงพร้อมเสิร์ฟ หรือแม้กระทั่งปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งเธอว่า อาหารทุกจานต้องจัดเต็มให้พอดีกับการกิน
“ด้วยประสบการณ์ทำงานด้านโฆษณา ทำให้เข้าใจถึงการคิดสร้างสรรค์เมนูที่จะเป็น Product และ Service ทำอย่างไรให้เขาสนใจ ติดใจ แม้แต่การหั่นแตงกวา ทั่วไปก็หั่นเฉียง เราใช้การหั่นสลับ เป็นต้น และจากที่เคยทำร้านก๋วยเตี๋ยวแม่ แถวมหิดล ศาลายา จนเป็นที่รู้จักดีกว่า 15 ปี ก็ทำให้รู้ว่าลูกค้าชอบไม่ชอบอะไร มีพฤติกรรมแบบไหน แล้วเราต้องปรับปรุงอะไรอีก ได้เรียนรู้เรื่องการปรับใช้คน พอมารับหน้าที่แม่ ปรุงอาหารให้ลูกกิน ก็คิดว่าถึงเวลาที่ต้องเอาของดีในบ้านออกมาโชว์ให้คนอื่นๆได้ชิมกันบ้าง” สายเพ็ชร กล่าวและว่า
และเนื่องจากความต้องการให้ทุกคนในครอบครัวมากิน แต่ละคนในบ้านอาจชอบไม่เหมือนกัน อาหารที่นี่จึงมาจากทุกชาติ ออกรสกลางๆ แต่ที่ลืมไม่ได้เลยคืออาหารไทย เพราะเธอเติบโตมาจากตรงนี้ ร้านนี้จึงมีความเป็นนานาชาติ
เรียบง่าย แต่ ยาก
สายเพ็ชร เล่าให้ฟังต่อว่า เมนูอาหารที่นี่จะลิงก์เข้ากับไอเดียตกแต่งร้าน ร้านแห่งนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยสามี ซึ่งเป็นนักออกแบบ เขาต้องการให้ร้านไม่เหมือนที่อื่น โดยสอดแทรกความจริงจัง และจริงใจ ไม่ให้ดูปลอมหรือเฟค จึงใส่ไอเดีย “ความเป็นบ้าน” เข้าไป
“ถ้าอยากแตกต่าง ทำให้เจ๋ง เราต้องทำอะไรให้มันยากๆ เข้าไว้ เพราะตอนนี้ทางเลือกมันเยอะมาก สิ่งที่เราทำอาจดูเรียบง่าย ธรรมดามาก แต่ทุกอย่างเราตกผลึกมันมาหมดแล้ว เริ่มจากเฟอร์นิเจอร์หลักของร้าน โต๊ะ เก้าอี้ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำจากไม้ที่ได้จากบ้านไม้เก่าที่เขารื้อแล้ว มันแข็งแรงมากจนทำให้โต๊ะของที่ร้านดูมั่นคงและทนทาน ใช้ได้นาน เหตุผลเพราะเราอยากจะสื่อว่าร้านนี้เราไม่ได้ทำเล่นๆ เราต้องการทำถาวร”
ในขณะที่ของตกแต่งก็ใช้ของจริงที่ทำจากวัสดุทนทาน อย่างสังกะสีทาสีสันโทนพลาสเทล แต่มีความร่วมสมัยอยู่ในที ซึ่งนิยามคำว่าร่วมสมัยของคู่สามีภรรยาคู่นี้ คือใช้ได้เรื่อยๆโดยไม่มีคำว่าเชย
บวกกับเทคนิคการคิดสไตล์ Form Follow Function รูปทรงตามประโยชน์ใช้สอย ซึ่งเป็นหลักการออกแบบที่ถือปฏิบัติอย่างกว้างขวางของสถาปนิกและนักออกแบบอุตสาหกรรมยุคสมัยใหม่ในศตวรรษที่ 20 โดยยึดรูปร่างของอาคารหรือวัตถุนั้นจะต้องมีพื้นฐานจากวัตถุประสงค์หรือประโยชน์ใช้สอย
ร้าน Wife’s Restaurant จึงเน้นความเรียบง่ายและพอดีกับการใช้งาน ลดการประดับตกแต่งออกให้เหลือน้อยที่สุด ในขณะเดียวกันก็สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะกับสถานการณ์อื่นได้ เช่น จัดงานปาร์ตี้ หรือสร้างห้องโถงใหญ่ เป็นต้น
นอกจากนั้น ยังใส่ Sense of Humor หรืออารมณ์ขันตลกร้ายแต่ไม่ซีเรียส แฝงไว้กับการตกแต่งร้าน เช่นการประดับด้วยมีดทำครัวของภรรยาปักไว้ในกล่องมีดที่เขียนว่า The Wife is Always Right ภรรยาทำอะไรก็ถูกเสมอ
“มันเป็นเรื่องธรรมดาของพ่อบ้านที่มีอารมณ์แบบนี้ แต่เราไม่ได้กลัวเมีย แค่แหย่ให้ขำๆ มันเป็นการตลาด และจุดนี้ก็ทำให้เกิดการต่อยอด นำเสนอผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านเพื่อจำหน่ายจริงจังได้อีก และเดี๋ยวอีกสักพัก จะทำของ Husband มาสู้กับของตกแต่งตระกูล Wife บ้าง” หลิน ผู้เป็นสามีกล่าวด้วยอารมณ์ขันอยู่ข้างๆภรรยาของเขา
สุดท้ายทั้งคู่กล่าวพร้อมกันว่า ของตกแต่งเป็นแค่อาหารตาและใจ ถึงอย่างไร ที่สุดของการกินอาหาร ก็คือ อาหารที่รับประทานเข้าปากอยู่ดี





