วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"เรืองโรจน์ พูนผล"จากซิลิคอนวัลเลย์สู่ผู้บริหารป้ายแดงดีแทค

เปิดใจ "กระทิง" ชายผู้โลดแล่นอยู่ในเมืองเทคโนโลยีอันดับ 1 ของโลกทั้ง "ซิลิคอน วัลเลย์" และ "กูเกิล" กับตำแหน่งล่าสุดในองค์กรอย่าง "ดีแทค"

"ผมชอบองค์กรแบบดีแทคนะ รู้สึกว่าที่นี่จะทำให้เราสบายใจ มันมีอะไรบางอย่างคล้ายซิลิคอน วัลเลย์ ซึ่งอธิบายลำบากเหมือนกันว่าคล้ายยังไง รู้แต่ว่า ผมชอบวิธีคิดที่นี่ มันเหมือนมีความมหัศจรรย์ มีความเป็น casual มีความท้าทาย"

"เรืองโรจน์ พูนผล" หรือ "กระทิง" ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) พูดถึง "ดีแทค" ยักษ์โทรคมเบอร์ 2 ของไทย หลังจากเข้าร่วมงานกับองค์กรแห่งนี้ 4 เดือน

เรืองโรจน์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ "กรุงเทพธุรกิจ" เป็นแห่งแรกหลังโลดแล่นอยู่ในเมืองเทคโนโลยีอันดับ 1 ของโลกอย่าง "ซิลิคอน วัลเลย์" และ 7 เดือนกับการเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ในบริษัทระดับโลกอย่างกูเกิล....

"ผมอยู่ที่กูเกิลมากว่า 7 เดือน อยู่ที่ซิลิคอน วัลเลย์ พอออกจากกูเกิลก็มาทำบริษัทตัวเองที่นั่น แต่ผมรู้สึกว่า ผมถึงที่สุดแล้วกับที่ซิลิคอน วัลเลย์ เลยกลับมาด้วยเหตุผลสำคัญ คือ กลับมาอยู่กับพ่อ และแม่ที่เมืองไทยอย่างถาวร ระหว่างนี้ก็มีออกหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊ค 2 เล่ม ส่วนมาอยู่กับดีแทคได้อย่างไร จริงๆ ผมไปสมัครหลายที่ คุยกันหลายๆ ครั้ง แต่มาลงตัวที่ดีแทค เพราะผมคิดว่า ที่นี่จะทำให้ผมคิด และพัฒนาอะไรได้อีกมาก"

เขาบอกด้วยว่า ที่สำคัญมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า ดีแทค"โอเค"มาก โดยเฉพาะช่วงสัญญาณโทรศัพท์มือถือล่ม เขาถือว่าเป็นที่สุดของดีแทคแล้ว แต่ก็ได้เห็นความสู้ของคนดีแทค ที่ไม่ถอย ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นช่วงวิกฤติสุดๆ สุดท้ายก็ผ่านมาได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและจุดแข็งขององค์กรนี้

"วิกฤติ"ทำดีแทคแข็งแกร่ง

เขาบอกว่า องค์กรที่มีศักยภาพ มักถูกวัดด้วยเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องตกอยู่ในสภาพวิกฤติสุดๆ แต่สุดท้ายจะผ่านไปได้ คล้ายกับบริษัทไอทีทั่วโลก อย่างบริษัททวิตเตอร์เองก็เคยระบบล่ม เจอวิกฤติต่างๆ แต่ด้วยความมีศักยภาพขององค์กร สุดท้ายก็กลับมายืนอยู่ได้เหมือนเเดิม

"ผมมองว่า มันเป็นวิถีของบริษัทเทคโนโลยี ทุกบริษัทเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาหมด เพียงแต่ต้องกลับมายืนใหม่ให้ได้ และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง คิดนอกกรอบ มีความบ้า ความกล้า ที่จะทำอะไรใหม่ๆ ซึ่งผมมองว่า ทั้งหมดนี้มันอยู่ในดีแทค"

ขณะที่ ตำแหน่งที่เขารับผิดชอบนั้น ต้องดูแลผลิตภัณฑ์ของดีแทค ตั้งแต่โปรดักส์ที่เกี่ยวกับวอยซ์ ดาต้า ไวไฟ รวมถึงบริการเสริมต่างๆ ที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ ซึ่งต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับนายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดของดีแทค

"ผมมองว่า การแข่งขันบนเวทีโทรคมจากนี้ไป จะรุนแรงมากขึ้น และมีอะไรน่าสนใจให้ลุ้นอยู่ตลอดเวลา บทบาทของดีแทคเอง ต้องไม่ใช่เป็นแค่บริษัทโทรคมเท่านั้น แต่ต้องมุ่งสู่การเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ต (Internet Company) ผมมองว่า ดีแทคเหมือนยักษ์หลับที่กำลังรอวันตื่น และการพลิกจากบริษัทโทรคมก้าวสู่บริษัทอินเทอร์เน็ต จุดนี้เป็นจุดที่น่าสนใจและท้าทายมากที่สุด 3จี และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนวิธีคิด กระบวนทัศน์การทำธุรกิจ ซึ่งดีแทคเราทำอยู่ และจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เร็วๆ นี้"

เรืองโรจน์ ยืนยันว่า จุดแข็งของดีแทค ยังอยู่ที่แบรนด์ "ดีแทค" โดยเฉพาะสโลแกน "feel good" ที่สื่อออกมาค่อนข้างชัดเจน

"อย่างกูเกิล ทุกครั้งที่เขาเปิดตัว เทคโนโลยีต้องสร้างความหมายในการดำรงชีวิต เป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลงชีวิต"

"เปิด" พื้นที่สำหรับนักพัฒนา

เขาเปิดเผยเล็กน้อยถึงแพลตฟอร์มใหม่ที่ดีแทคจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ว่า แพลตฟอร์มนี้จะรองรับการเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีรากฐานเทคโนโลยีโทรคมที่แข็งแกร่ง จากนี้ไปดีแทคจะเป็น "โอเพ่น อินเทอร์เน็ต แพลตฟอร์ม" เปิดให้พาร์ทเนอร์เข้ามาช่วยสร้างเทคโนโลยี แอพพลิเคชั่น นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความคิด เปลี่ยนแปลงประเทศ

จากที่คลุกคลีอยู่กับเมืองไอทีระดับโลกอย่างซิลิคอน วัลเลย์ ต้องทำงานร่วมกับคนเก่งไอทีที่นั่น เขายังเล่าอีกว่า ศักยภาพคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ปัจจุบันคนไทยทำงานร่วมกับยักษ์ใหญ่ของโลกเทคโนโลยีกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์ กูเกิล และอีกหลายๆ บริษัท เพียงแต่วิธีการทำงานของต่างชาติ และคนไทย อาจยังมีจุดที่แตกต่างกัน

"ผมว่าคนไทยเก่งนะ เพียงแต่ยังต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน เปลี่ยนวัฒนธรรม อาจต้องคิดให้เร็ว ทำให้เร็ว มีความคล่องแคล่ว คล่องตัวในการทำงาน คิดงานให้มากขึ้น ยิ่งอยู่ในบริษัทเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จะเห็นว่าเวลากูเกิลเปิดตัว พอเปิดเสร็จก็จะมีอะไรอื่นๆ ตามมาอีก กระบวนทัศน์เรื่องนี้เขาเร็วมาก คนทำงานด้านนี้จึงต้องคล่องตัว ยิ่งเมื่อเปิดเออีซี ยิ่งต้องปรับเปลี่ยน แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องฟังตลาดด้วยว่า ตลาดต้องการอะไร ผมมองว่า เออีซี เป็นทั้งโอกาส และวิกฤติ เมื่อเปิดแล้ว เราไม่ปรับ ผมว่าเราวิกฤติแน่ การทำงานแบบไทยๆ อาจยังต้องรายงานเป็นลำดับขั้น แต่ถ้าอยู่ในบริษัทเทคโนโลยีเขาจะให้เวลาคุณไปนั่งคิดเลย 1 วัน คิดว่าจะทำอะไร ถ้ามันดีตอบโจทย์ คุณทำได้ทันที"

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า บางครั้งก็ไม่จำเป็นก๊อปปี้วิธีการทำงานของเขามาทั้งหมด เพราะเชื่อว่า แต่ละบริษัทต่างก็มีแนวทาง (way) ของตัวเอง แค่เอาจุดดีมาปรับเปลี่ยน อย่างดีแทคก็มี way ในการคิด มีจุดแข็งในแบรนด์อยู่แล้ว

"ที่สำคัญดีแทครอเวลานี้ เวลาที่ได้ไลเซ่นเทคโนโลยีใหม่มานาน พอเราได้มาแล้ว เหมือนแบบยิงปืน ปัง! ทุกคนก็วิ่งแข่งกันอย่างสุดๆ สุดท้ายคนที่จะได้รับประโยชน์ คือ ผู้บริโภค"

"กระทิง พูนผล" หนุ่มนักบริหารจากรั้วจามจุรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปริญญาโท การตลาดภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนจะก้าวสู่การเป็นนักเรียนเอ็มบีเอ (MBA) ในมหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ด สหรัฐอเมริกา จนกระทั่งเข้าร่วมงานกับกูเกิล สำนักงานใหญ่ ที่ซิลิคอน วัลเลย์ รับตำแหน่ง Product Marketing Manager (Global Lead) ของ Google Earth/Moon/Mars ที่มีฐานผู้ใช้งานกว่า 1 พันล้านคน โดยทำงานกับกูเกิล 2 ปี กว่า และได้ออกมาเปิดบริษัท Technology Startup ของตัวเอง ที่ซิลิคอน วัลเลย์ สามารถระดมเงินทุน 1.1 ล้านดอลลาร์จาก Angel Investor และเริ่มต้นตั้งบริษัทของตัวเองที่นั่น

บริษัทเขายังได้รับรางวัลในการสร้างแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน เช่น Heaven’s Diner ซึ่งเป็นโลเคชั่น เบส โซเชียลเกม ได้รับรางวัล top 10 ของนวัตกรรมแอพพลิเคชั่นบนไอโฟนจากทั่วโลกในปี 2553 คู่กับแอพพลิเคชั่นชั้นนำอย่างอินสตาแกรม และทวิตเตอร์ ควิปสเตอร์ (Quipster) ซึ่งเป็นโลเคชั่น-เบส โซเชียล เน็ตเวิร์ค ติดอันดับ top 12 ของแอพสโตร์ในสหรัฐอเมริกา และยุโรป อีกทั้งยังได้รับการคัดเลือกโดยแอ๊ปเปิ้ลให้เป็น Staff’s Favorite และ What’s Hot แอพพลิเคชั่น