วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนุฯเสนอใช้คลื่นดีแทครองรับลูกค้า "ทรูมูฟ-ดีพีซี"

คณะอนุฯ1800 ชงกทค.ดึงคลื่นว่าง "ดีแทค" 25 เมกะเฮิรตซ์ รองรับลูกค้า 2จีทรูมูฟ - ดีพีซีใช้งานชั่วคราวช่วงเปลี่ยนผ่าน มอบสิทธิ กสท ดำเนินการ

นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ หนึ่งในคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารคลื่นความถี่วิทยุโทรคมนาคม 1800 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) ที่จะสิ้นสุดสัมปทานกับบมจ.กสท โทรคมนาคม ก.ย.นี้ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะอนุฯ เสนอทางออกการรองรับลูกค้าจากทั้ง 2 บริษัท ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 18 ล้านราย ขอให้นำคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 25 เมกะเฮิรตซ์ที่ไม่ได้ใช้งานของบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นมาใช้ชั่วคราวช่วงการเปลี่ยนผ่าน

ระหว่างนี้ ผู้มีสิทธิให้บริการลูกค้าเก่าจะเป็น กสท ซึ่งหากเป็นแนวทางนี้ก็จะนำคลื่นของทรูมูฟ และดีพีซีจำนวนรายละ 12.5 เมกะเฮิรตซ์มาเปิดประมูลใบอนุญาตเพื่อจัดสรรให้บริการคลื่นความถี่ 4จีแอลทีอีได้ต่อไป

อย่างไรก็ดี แนวทางดังกล่าว ต้องหารือกัน 3 ฝ่ายคือ คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กสท โทรคมนาคม และดีแทค รวมทั้งต้องหารือประเด็นกฎหมายว่าแนวทางดังกล่าว สามารถทำได้มากน้อยเพียงใดด้วย

"ดีแทคมีคลื่นย่าน 1800 อยู่ 50 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะหมดอายุสัญญาสัมปทานปี 2561 แต่ปัจจุบันใช้งานเพื่อให้บริการระบบ 2จีแก่ลูกค้าราว 35 ล้านราย อยู่ 25 เมกะเฮิรตซ์เท่ากับคลื่นจำนวนที่ไม่ได้ใช้งาน ดังนั้น หากเจรจานำคลื่นเปล่ามาใช้รองรับลูกค้าไปพลางๆ ก่อนก็น่าจะไม่มีปัญหา เพราะเป็นการบริการคลื่นความถี่เดียวกัน โดยให้บริการภายใต้ กสท แต่ กสท จะไปทำเอ็มวีเอ็นโอ หรือเอ้าท์ซอร์สใคร เป็นเรื่องที่ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง"

เธอ กล่าวว่า ขณะนี้ สัญญาสัมปทานทรูมูฟและดีพีซีเหลือเวลาไม่ถึง 8 เดือน แต่ กสทช. ยังไม่ชัดเจนจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งควรตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมการประมูลได้แล้ว โดยที่ประชุมเคยหารือว่า คลื่นความถี่ที่สิ้นสุดสัมปทานรายละ 12.5 เมกะเฮิรตซ์ จะนำมาประมูลได้ 20 เมกะเฮิรตซ์ แบ่งเป็นการประมูล 2 ใบๆ ละ 10 เมกะเฮิรตซ์

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เห็นว่า กสทช. ต้องแจ้งให้ผู้บริโภคทราบว่าบริการของทั้งคู่จะสิ้นสุดลงภายในวันที่ 15 ก.ย. 2556 อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกโอนย้ายค่ามือถือตามความประสงค์ แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มีมาตรการใดๆ

เธอ กล่าวว่า กสทช. ต้องมีมาตรการโอนย้ายลูกค้าที่ต้องการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ททิบิลิตี้) เพิ่มขีดความสามารถบริการจาก 4,000 เป็น 40,000 เลขหมายต่อวันตามศักยภาพของเคลียร์ริ่ง เฮ้าส์ ผู้ประกอบการต้องดำเนินการตรวจสอบรายชื่อผู้ใช้บริการที่ไม่ได้ลงทะเบียน เพื่อแจ้งให้ทราบและให้แสดงเจตจำนงค์ย้ายเครือข่าย เป็นต้น

จี้กสทช.แจงต้นทุนค่าไอซี

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า คณะอนุฯ ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กรณี กทค.จะกำหนดอัตราค่าเชื่อมต่อที่ 0.45 บาท นับเป็นสิ่งที่ดีและควรเร่งบังคับใช้อย่างเร่งด่วน แต่ควรชี้แจงว่าอัตราค่าไอซีดังกล่าวมีต้นทุนอย่างไร เหตุใดไม่ใช่ 0.25 บาท ตามที่ปรึกษาของ กสทช. เคยเสนอแนะ

ส่วนการกำหนดอัตราขั้นสูงด้านเสียง (วอยซ์) เฉลี่ย 0.99 บาท ก็ไม่มีผลแต่อย่างใด ผู้ประกอบการยังกำหนดอัตราค่าบริการที่เกิดอัตราเพดานดังกล่าว และหากต้องการเปลี่ยนโปรโมชั่นยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 39-49 บาทด้วย

นอกจากนี้ กสทช. ควรส่งเสริมการแข่งขันในตลาดเพื่อให้ผู้บริการขวนขวายให้บริการที่ดีและหลากหลายแก่ผู้บริโภคแทนการกำหนดมาตรการกำกับดูแลที่ไร้ประสิทธิผลดังที่ผ่านมา โดยการลดค่าไอซีให้ต่ำกว่าเดิม และการออกประกาศทั้ง 3 ฉบับ คือ ประกาศว่าด้วยการเช่าใช้โครงข่าย การทำโรมมิ่ง และการประกอบธุรกิจของเอ็มวีเอ็นโออย่างเร่งด่วน เพื่อลดอำนาผูกขาดของผู้ประกอบการ

แนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคของหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมทั่วไปมี 2 แนวทาง คือ การส่งเสริมการแข่งขันในตลาด และการกำกับดูแลคุณภาพและอัตราค่าบริการในกรณีที่ตลาดไม่มีการแข่งขันเท่าที่ควร

ที่ผ่านมา กสทช. ละเลยมาตรการส่งเสริมการแข่งขันในตลาดโดยสิ้นเชิงทำให้ตลาดโทรคมนาคมเป็นตลาดแข่งขันที่จำกัด เช่น กรณีโทรศัพท์มือถือมีเพียง 3 ราย การประมูล 3จีที่ผ่านมา ก็ไม่มีรายใหม่เข้ามา