วาระประเทศไทยสู่เทคโนโลยี 3 จีบนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เดินทางเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นทุกขณะ ทว่าความน่าสนใจยังไม่หมดเพียงเท่านั้น
"กรุงเทพไอที" เก็บตกประเด็นงานสัมมนา “ไวร์เลส บรอดแบนด์ เอ็กซ์พีเรียน” จัดโดยสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศญี่ปุ่น อีกหนึ่งภาพสะท้อนชั้นดีเชิงประสบการณ์ที่น่านำมาขบคิดถึงภาวะความเป็นไปของตลาดประเทศไทยให้ติดตาม
ทูตญี่ปุ่นยันไทยน่าลงทุน
นายชิเกะคะสุ ชะโต เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า ปีนี้วงการโทรคมนาคมประเทศไทยมีประเด็นร้อนและน่าสนใจ ทั้งการให้บริการ 3 จีอย่างเป็นทางการ การเตรียมความพร้อมเพื่อประมูล 4 จี ขณะเดียวกันมีคาดการณ์ด้วยว่าสมาร์ทโฟนจะมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของตลาดรวม
รวมไปถึงการพัฒนาด้านอื่นๆ นอกเหนือภาคพื้นดิน ทั้งดาวเทียม และเคเบิลทีวี ซึ่งก่อให้เกิดการแข่งขันที่น่าดึงดูด
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าญี่ปุ่นจะถอนการลงทุนในไทยไป แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น กลับกัน ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมด้วยเงินกว่า 3.47 แสนล้านบาท ขณะที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพิ่ม 20% จำนวน 1.37 แสนคน
เขากล่าวต่อว่า แง่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไอซีทีได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญกับทั้งภาคการผลิต การศึกษา การเกษตร คุณภาพชีวิต ซึ่งญี่ปุ่นมีความรู้และประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในสาขาเหล่านี้อยู่แล้ว หากบางแง่มุมต้องเข้ามาเรียนรู้ของไทย หวังว่าความร่วมมือระหว่างกันจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ประเทศญี่ปุ่นมาเยือนไทย และได้พูดคุยกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า 2 ประเทศจะต้องพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันลักษณะสแตรทิจิกพาร์ทเนอร์ชิพเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตไปพร้อมกัน
เปิดทางใหม่ชดเชยวอยซ์
นายฟูมิโอะ ไอวาซากิ รองประธานบริหารอาวุโสและคณะกรรมการบริหาร เอ็นทีที โดโคโม อิงค์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า รายได้จากบริการวอยซ์ของบริษัทลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มให้บริการดาต้าเมื่อปี 2542 จนปัจจุบันรายได้ที่มาจากดาต้ามีสัดส่วนมากถึง 59.6%
เขากล่าวว่า บริษัทจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันความท้าทายที่เกิดขึ้น โดยการพัฒนาการเชิงมูลค่าวางกลยุทธ์ไว้ 3 ส่วนหลักคือ 1.จับมือกับผู้ผลิตชั้นนำทุกรายนำผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเข้ามาทำตลาด 2.พัฒนาเครือข่ายรองรับการใช้งาน 3.สร้างบริการเชิงมูลค่าบนเทคโนโลยีคลาวด์ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
พร้อมกันนี้ มองโอกาสการลงทุนตลาดต่างประเทศ พิจารณาตามความเหมาะสมของเวลา เทคโนโลยี ด้านวิธีการคือร่วมมือกับคู่ค้าในประเทศที่เข้าไปทั้งแบบคู่ค้าธุรกิจ ร่วมทุนหรือเข้าซื้อกิจการไปเลย บนจุดยืนสำคัญคือต้องการเป็นบุกเบิกตลาดก่อนรายอื่นๆ บริษัทตั้งเป้ารักษาแชมป์ในตลาดญี่ปุ่น พร้อมมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ให้บริการเบอร์ 1 ในระดับโลก
“การใช้วอยซ์ลดลงต่อเนื่อง แต่จะให้หวังกับแค่ดาต้าอย่างเดียวหรือจำกัดขอบเขตแค่วงการโทรคมนาคมคงไม่ได้”
ปัจจุบัน หากมองแง่จำนวนผู้ใช้งานเอ็นทีทีโดโคโมติดอันดับ 21 ของโลก แต่ส่วนของรายได้อยู่อันดับ 4 แสดงให้เห็นว่ามีรายได้จากค่าบริการต่อเลขหมายต่อเดือน(อาปู้สูงกว่ามาก
นายไอวาซากิระบุด้วยว่า ผู้ใช้สมาร์ทโฟนในญี่ปุ่นมีสัดส่วนเกิน 50% ตั้งแต่ปี 2554 คาดว่าปีนี้สัดส่วนจะเปลี่ยนไปเป็นเกิน 70% ข้อมูลชี้ด้วยว่าจากปี 2553 เทียบ 2554 ที่ทราฟฟิกของดาต้าเติบโต 2 เท่า เมื่อถึงปี 2558 จะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 12 เท่า
หวังกสทช.ปรับกติกาตามยุค
นายวิชัย เบญจรงคกุล นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทจากญี่ปุ่นสนใจเข้ามาลงทุนในตลาดไทย เคยทาบทามผ่านสมาคม หรือแม้แต่พูดคุยกับผู้ให้บริการมาบ้างแล้ว แต่ยังหาแนวทางที่เหมาะสมไม่ได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านกฎหมายอยู่จำนวนมากจนไม่อยากเสี่ยง
“ผมอยากให้กสทช.เข้าใจในบริบทของการแข่งขัน พร้อมปรับแก้กฎหมายและแนวทางการกำกับดูแลให้เอื้อต่อการทำธุรกิจและยุคสมัย หากมัวไปตีกรอบไว้ ไทยย่อมเสียโอกาสบางอย่างไป”
เขากล่าวอีกว่า ไทยอยู่ระหว่างจุดเปลี่ยน การประกอบกิจการภายใต้ใบอนุญาตย่อมแตกต่างกับสัญญาสัมปทานซึ่งไม่ยั่งยืนและทำให้ผู้ประกอบการจำกัดการลงทุนลดความเสี่ยง หวังว่าจากนี้จะได้เห็นทิศทางเชิงบวก และการแข่งขันที่เสรีมากขึ้น
พร้อมระบุว่า คอนเทนท์ โพรไวเดอร์และเถ้าแก่น้อยหน้าใหม่มีโอกาสแจ้งเกิดโดยทางเลือกมีทั้งจับมือร่วมทุนกับคนอื่น หรือหากต้องการยืนด้วยตัวเองต้องมีเงินลงทุนมากหน่อย คาดว่าปีนี้ตลาดรวมโทรคมนาคมไทยจะเติบโตที่ราว 15%





