เพลย์อินเตอร์ ประเมินตลาดเกมออนไลน์ปีงูเล็กมูลค่าแตะ 3,000 ล้านบาท เตรียมเปลี่ยนชื่อบริษัท "การีน่า ไทยแลนด์" หนุนทำตลาดทั่วเอเชียคล่องตัว
นายสกลกรย์ สระกวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพลย์อินเตอร์ (จำกัด) ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ร่วมทุนกับไต้หวันประเมินว่า ภาพรวมตลาดเกมออนไลน์ไทยปีนี้จะมีมูลค่า 3,000 ล้านบาท หรือเติบโตราว 10% จากปีก่อนหน้ามูลค่า 2,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ ภาวะการแข่งขันหน้าใหม่ที่เป็นรายเล็กๆ จะอยู่ได้ลำบากเนื่องจากทุนน้อย เกมที่นำเข้ามาเป็นเพียงระดับซีหรือดี ซึ่งไม่ต่างกับเกมที่เล่นผ่านเฟซบุ๊คหรือบนแทบเล็ต ทำให้ค่ายใหญ่มีความได้เปรียบ ขณะเดียวกันคอมมูนิตี้ที่มีอยู่ช่วยส่งเสริมให้เกมใหม่ที่เปิดตัวมีชื่อเสียงไปในตัว
เขากล่าวว่า ทิศทางธุรกิจปี 2556 เพลย์อินเตอร์วางกลยุทธ์ให้ความสำคัญกับเกมที่เป็นเชิงการแข่งขัน จากปัจจุบันให้บริการเกมออนไลน์ 3 เกม ประกอบด้วย ฮีโร่ส์ ออฟ นิวเอิร์ธ, ลีค ออฟ ลีเจ้นด์ส และล่าสุดได้สิทธิ์ให้บริการเกม "พอยต์ แบงก์" แนวเอฟพีเอสอย่างเป็นทางการหลังจากรายเก่าหมดสัญญาไปเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่ผ่านมา
“ภายในสิ้นปีนี้ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะทำให้ฐานผู้เล่นเดิมของพอยต์แบงก์ที่แอคทีฟอยู่กว่า 1.7 ล้านคนเปลี่ยนมาอยู่กับบริษัทให้ได้ 60%”
ส่วนงบการตลาดคาดว่าจะใช้ราว 80 ล้านบาทในปี้เน้นทำกิจกรรมเชิงอีสปอร์ต ตามนโยบายของบริษัทที่จะนำกำไรไปสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกับลูกค้าที่จะมีกิจกรรมทั้งแบบทัวร์นาเมนท์ลักษณะงานอีเวนท์ขนาดใหญ่และงานประจำทุกเดือน
พร้อมกันนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการทำตลาดร่วมกับพันธมิตรร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ในลักษณะกิจกรรมมอบสิทธิพิเศษเมื่อเข้ามาเล่นภายในร้าน โดยปัจจุบันมีร้านเกมสนใจสมัครเข้ามาร่วมกิจกรรมแล้ว 5,000 รายจากร้านเกมทั้งหมด 1 หมื่นร้านทั่วประเทศ
“หลักๆ เราจะเน้นการจัดการแข่งขันเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และพยายามผลักดันให้สังคมยอมรับว่าเกมเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเหมือนกับต่างประเทศ โดยในปีนี้จะโฟกัสกับ 3 เกมที่มีนี้ก่อน แต่ไม่แน่ว่าช่วงปลายปีหรือประมาณต้นปีหน้าอาจได้เห็นเกมใหม่เปิดตัวอีก 1 เกม ”
ส่วนโมเดลรายได้หลักยังเป็นขายไอเท่มมอลล์ จากฐานผู้เล่นทั้งหมดรวมทุกเกม 7 ล้านไอดี มีผู้เล่นที่จ่ายเงินซื้อไอเท่มราว 15% คิดเป็นการใช้จ่ายต่อคนต่อเดือน(อาปู้) เฉลี่ย 450 บาท ขณะนี้ไอเท่มที่แพงที่สุดราคา 1,500 บาท
โดยในปี 2556 บริษัทตั้งเป้ามีรายได้ 1,000 ล้านบาท จากปีก่อนหน้ามีรายได้รวม 300-400 ล้านบาท ขณะนี้ทั้งในไทยรวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นรองเพียงแค่เอเชียซอฟต์เท่านั้น
นายสกลกรย์ยังระบุด้วยว่าเตรียมเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก "เพลย์อินเตอร์" เป็น “การีน่า ไทยแลนด์” ชื่อเดียวกันกับบริษัทที่ร่วมทุนมีผลอย่างเป็นทางการปลาย ก.พ. เพื่อทำให้การทำตลาดประเทศต่างๆ คล่องตัวภายใต้ชื่อกลุ่มเดียวกันทั่วเอเชีย ด้านโครงสร้างการถือหุ้นถือและบริหารยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง





