วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิทยาลัยดุสิตธานีแกะห่อเมนูซามูไร

กระแสร้านอาหารญี่ปุ่นฮิตไม่เลิกกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้บริหารวิทยาลัยดุสิตธานีเปิดหลักสูตรการประกอบอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ

กระแสร้านอาหารญี่ปุ่นฮิตไม่เลิก ยืนยันได้จากจำนวนกว่า 1,000 ร้านที่เปิดในไทย ถือเป็นอันดับ 5 ของโลกรองจากสหรัฐ จีน เกาหลีใต้และไต้หวัน กลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้บริหารวิทยาลัยดุสิตธานีตัดสินใจเปิดหลักสูตรการประกอบอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ เพื่อเป็นทางเลือกให้นักศึกษาและผู้ที่สนใจทั่วไป

"ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารต่างประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไทยคือ อาหารญี่ปุ่น เพราะเข้ามาอยู่ในเมืองไทยมากกว่า 30 ปี ครอบคลุมทุกระดับตั้งแต่ห้างหรูจนถึงซูชิข้างถนน ทำให้คนไทยคุ้นเคยกับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่กินตามกระแสเหมือนกับอาหารเกาหลี" ดนุปวัน ชูวงษ์ รักษาการผู้อำนวยการ วิทยาลัยดุสิตธานี กล่าวถึงที่มาของแนวคิดร่วมกับสถาบันสอนทำอาหารซือจิ ประเทศญี่ปุ่น (Tsuji Culinary Institute Japan) ที่จะถ่ายทอดทักษะความรู้ด้านการประกอบอาหารภายใต้แนวคิดความงามแห่งศาสตร์และศิลป์ของอาหารญี่ปุ่น

สัมผัสแก่นแท้

การเข้ามาของวัฒนธรรมเจ-ป๊อป ทำให้คนไทยซึมซับความเป็นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนอยากสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ในทุกรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิต การแต่งตัวและอาหาร ส่งผลให้ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้รับความนิยมมากขึ้นวิทยาลัยดุสิตธานีจึงร่วมกับสถาบันสอนทำอาหารซือจิ ประเทศญี่ปุ่น ที่ตั้งมากว่า 52 ปีและมี 7 สาขาทั้งในโอซาก้า โตเกียวและฝรั่งเศส ได้ผลิตเชฟกว่า 1.25 แสนคนป้อนโรงแรมชั้นนำและภัตตาคารที่มีชื่อเสียงทั่วโลก มาออกแบบและพัฒนาหลักสูตรการประกอบอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ ขึ้นมาตอบโจทย์ของผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็น แม่บ้าน บุคคลทั่วไปที่หลงใหลในวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่น เจ้าของกิจการที่ต้องการปรับปรุงเมนูหรือเปิดร้านอาหารใหม่ เชฟที่ต้องการพัฒนาฝีมือหรือสานฝันกับอาชีพเชฟในโรงแรมและร้านอาหารญี่ปุ่นในอนาคต

ด้วยหลักสูตรที่เจาะลึกทั้งทางด้านเทคนิคและเคล็ดลับในภาคทฤษฎี พร้อมลงมือฝึกปฏิบัติประกอบอาหารญี่ปุ่นแบบดังเดิมกับเมนูกว่า 60 รายการเป็นเวลา 10 วัน รวมทั้งสิ้น 30 ชั่วโมง เช่น การทำซุปญี่ปุ่นพื้นบ้าน เทคนิคการหั่น การแล่เนื้อปลาดิบ การทำซาชิมิ การปิ้งย่าง การตุ๋น การทำบะหมี่ ซูชิ ฯลฯ ค่าเรียน 6 หมื่นบาท

"เป็นครั้งแรกที่เราเปิดหลักสูตรสอนทำอาหารญี่ปุ่น และเป็นที่เดียวที่มีมาสเตอร์เชฟมืออาชีพชาวญี่ปุ่น "ฮารุอากิ มัทซูโอกะ" มาถ่ายทอดความรู้แบบญี่ปุ่นแท้ๆ ทุกขั้นตอน ให้คนไทยที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นได้เปิดประสบการณ์และสัมผัสกับปรากฏการณ์ใหม่ของการเรียนทำอาหารญี่ปุ่นฉบับต้นตำรับ" ดนุปวัน กล่าวและว่า หลักสูตรนี้จะเปิดให้กับผู้สนใจทั่วไป และจะเป็นรายวิชาเลือกในสาขาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ในปีการศึกษา 2556

ศิลปะของนักปรุง

ที่ผ่านมา คอร์สอาหารญี่ปุ่นจะสอนเฉพาะเมนูที่ผู้เรียนสนใจ ไม่ได้สอนลึกลงไปถึงศิลปะการทำอาหารญี่ปุ่นอย่างแท้จริงว่า แต่ละเมนูมีที่มาที่ไปอย่างไร อาหารชนิดนี้ควรคู่กับซุปแบบไหน ถึงจะทำให้รสชาติกลมกล่อม ซึ่งถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งของการทำอาหารญี่ปุ่น

"ต้องยอมรับว่า อาหารญี่ปุ่นในสายตาของคนทั่วโลกถือเป็นอาหารระดับพรีเมียมและดีต่อสุขภาพ เพราะจากข้อมูลพื้นฐานเราทราบกันดีว่า คนญี่ปุ่นมีอายุเฉลี่ยยืนยาวที่สุดในโลก รวมทั้งเป็นอาหารที่มีการตกแต่งสวยงาม น่ารับประทาน ทำให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกเบื่อ ตรงนี้ถือเป็นโอกาสธุรกิจการศึกษาที่เปิดโอกาสให้กับผู้ที่สนใจเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น หรือผู้ที่ต้องการพัฒนาฝีมือ"

ดนุปวัน กล่าวว่า เป้าหมายของหลักสูตรนี้ต้องการให้ผู้เรียนเข้าใจพื้นฐานศาสตร์และศิลป์ของอาหารญี่ปุ่นอย่างถูกต้อง ก่อนที่นำไปประยุกต์ให้เกิดเมนูใหม่ออกมานำเสนอ เพราะอาหารเป็นศิลปะจึงต้องการความเข้าใจ ซึ่งนำไปสู่ความใส่ใจในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของวิทยาลัยดุสิตธานี ที่มุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาและการฝึกอบรมด้านอุตสาหกรรมบริการทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติโดยผู้เชี่ยวชาญผู้เรียนจึงมั่นใจได้ว่า สามารถเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านประกอบอาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในยุคประชาคมอาเซียน